posttoday
ส่องมหานครโลก สองสนามบินดียังไง?

ส่องมหานครโลก สองสนามบินดียังไง?

12 กุมภาพันธ์ 2553

อะไรคือเหตุผล “ต้องหลายสนามบิน” ของเมืองใหญ่เหล่านี้ ทั้งๆ ที่ค่าใช้จ่ายในการดูแล จัดการ และบริหารจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

อะไรคือเหตุผล “ต้องหลายสนามบิน” ของเมืองใหญ่เหล่านี้ ทั้งๆ ที่ค่าใช้จ่ายในการดูแล จัดการ และบริหารจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สนามบินนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ในนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก...!

ไม่ใช่เพราะก่อการร้าย หรือโอซามา บิน ลาเดน เท่านั้น...

แต่เป็นเพราะ นักบินที่กำลังนำเครื่องทะยานขึ้น หรือลงจอด ยังต้องเหลียวซ้ายมองขวาเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นจากเครื่องบินลำอื่นๆ ที่อาจจะกำลังสวนขึ้นมาจากสนามบินบ้านใกล้เรือนเคียงอีก 2 แห่ง

นั่นก็คือ สนามบิน ลากอร์เดีย และสนามบิน นวร์ก (Newark) ที่แต่ละสนามบินก็มีเที่ยวบินขึ้นลงนับร้อยๆ เที่ยวในแต่ละวัน

ส่องมหานครโลก สองสนามบินดียังไง?

ทั้งยังต้องคอยกำหนดระยะห่างของเครื่องบินแต่ละลำที่คอยทะยานขึ้นหรือลงจอดให้มากขึ้น เพื่อเลี่ยงภาวะสภาพอากาศแปรปรวนอันเกิดจากไอพ่นเครื่องยนต์ของเครื่องบินลำหน้า ที่อาจจะทำอันตรายให้กับเครื่องบินลำหลัง

ความวุ่นวายทางการจราจรทางอากาศเหนือน่านฟ้านิวยอร์ก ถือเป็นหนึ่งในน่านฟ้าที่หินที่สุดในโลก ที่หอควบคุมการจราจรต้องควบคุมให้ดี ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็น 3 เท่า

นั่นคือตัวอย่างความวุ่นวายของมหานครเอกของโลกแห่งนี้ที่ให้บริการหลายสนามบิน ที่ต้องผจญกับความวุ่นวายเหนือน่านฟ้า ในแต่ละวัน 24 ชั่วโมง

สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้เกิดการล่าช้าของเที่ยวบิน เนื่องจากการจราจรที่หนาแน่นเกินไป จนกลายเป็นความเคยชินของนักเดินทางที่ผ่านเมืองนี้ไปเสียแล้ว

แต่นิวยอร์ก ก็ไม่ใช่เมืองเดียวในโลกที่ให้บริการหลายสนามบินเช่นนี้ ปารีส ลอนดอน โตเกียว เมืองใหญ่เหล่านี้ต่างก็มีมากกว่าหนึ่งสนามบินทั้งสิ้น

อะไรคือเหตุผล “ต้องหลายสนามบิน” ของเมืองใหญ่เหล่านี้ ทั้งๆ ที่ค่าใช้จ่ายในการดูแล จัดการ และบริหารจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สภาพการจราจรทางอากาศวุ่นวายขึ้น และที่สำคัญคืออันตรายมากขึ้นด้วย

หากพิจารณาลึกลงไป จะเห็นว่า แนวคิดนี้เหมาะสมกับบางพื้นที่ของโลกเท่านั้นที่ขนาดเมืองมีขนาดใหญ่โตมหาศาล

นิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส โตเกียว ล้วนแต่เป็นมหานครเอกของโลกที่มีอัตราการขยายตัวของเขตเมืองสูงทั้งนั้นมีประชากรไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน

สนามบินเดิมในเมืองไม่สามารถขยับขยายได้อีกต่อไป เหมือนที่เกิดขึ้นกับสนามบินดอนเมือง สนามบินประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ

ดังนั้นการสร้างสนามบินแห่งใหม่เพื่อรองรับและระบายการจราจรทางอากาศจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นเมืองใหญ่เหล่านี้ยังมีปริมาณการเดินทางทางอากาศที่ติดท็อปในโลกทั้งนั้น

แต่ในทางกลับกัน ระบบการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินแต่ละแห่งกลับเป็นไปอย่างจำกัด ตัวอย่างเช่น สนามบิน เจเอฟเคลากอร์เดียนวร์ก ที่แต่ละแห่งก็อยู่ไกลกันพอสมควร โดยเฉพาะเจเอฟเค ที่ห่างไกลกว่าเพื่อน

เมื่อการเชื่อมต่อระหว่างสนามบินเป็นไปอย่างไม่ดีนัก ดังนั้นแต่ละสนามบินจึงต้องให้บริการได้ทั้งเที่ยวบินในและต่างประเทศได้ในตัวเอง

คือ ต้องให้บริการทั้งเที่ยวบินในและนอกประเทศได้ในสนามบินนั้นๆ อย่างเช่นที่ สนามบินนวร์ก

ที่นี่เป็นฮับของสายการบินคอนติเนนตัล ที่รับส่งผู้โดยสารจากนอกและในประเทศผ่านที่นี่ได้โดยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเจเอฟเค หรือลากอร์เดีย

นักเดินทางมาถึงสนามบินใดสนามบินหนึ่ง จะสามารถต่อเที่ยวบินออกจากสนามบินนั้นได้เลยทันที

เหมือนกับว่า มีสนามบินสุวรรณภูมิอยู่หลายแห่งในกรุงเทพฯ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด การมีสองสนามบิน หรือมากกว่านั้นจะประสบความสำเร็จ จะต้องขึ้นอยู่กับจำนวนเที่ยวบินด้วยเช่นกัน กรุงลอนดอน ของอังกฤษ เชื่อหรือไม่ว่า น่านฟ้าที่นี่คับคั่งมากที่สุดในโลก เพราะมีถึง 5 สนามบินด้วยกัน ได้แก่ ฮีทโธรว์, แกตวิค, ลอนดอน ซิตี, ลูตัน และสแตนสเต็ด เพราะลอนดอนเป็นทั้งจุดหมายปลายทาง และเป็นจุดเชื่อมต่อทางการบินระหว่างยุโรปและสหรัฐ

แต่ 5 สนามบินนั้นก็อาจจะหมายความว่า มากเกินไป เพราะสนามบินอย่างลูตัน และสแตนสเต็ดนั้น แทบจะร้าง ถือเป็นการใช้สนามบินที่เปลืองเกิน

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ สนามบิน มิเรเบิล ในเมืองมอนทรีอัล แห่งแคนาดา ซึ่งเป็นสนามบินแห่งที่สองที่สร้างขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน และสนามบินแห่งนี้ก็คือตัวอย่างของความล้มเหลวเมื่อสนามบินจนถึงทุกวันนี้มีผู้โดยสารผ่านเพียง 3 ล้านคน จากศักยภาพที่รองรับได้จริงถึง 10 ล้านคน

เสียงบประมาณการบริหารจัดการโดยใช่เหตุ..!

แต่จะเป็นแบบนิวยอร์ก ลอนดอน หรือโตเกียว ที่ใช้หลายสนามบินได้นั้น หมายความว่าเมืองนั้นๆ ยังจะต้องมีปริมาณผู้โดยสารทางอากาศที่หนาแน่นเอาการด้วย

ไม่ใช่สักแต่ทว่าใช้สองสนามบิน แต่คนเดินทางไม่เยอะพอก็ไม่คุ้ม

ย้อนกลับมาดูกรุงเทพฯ ปริมาณนักเดินทางผ่านเมืองฟ้าอมร มากถึงขนาดนั้นแล้วหรือไม่?

จำนวนฝรั่งที่เดินทางมาเที่ยวและต่อเครื่องรวมกับนักเดินทางท้องถิ่นแล้วคุ้มพอที่จะมีหลายสนามบินหรือไม่

ในปี 2008 ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโลก มีผู้โดยสารเดินทางผ่านเจเอฟเค 47 ล้านคน เป็นอันดับ 13 ของโลก  ผ่าน ลากอร์เดีย 23 ล้านคน และผ่าน นวร์ก อีก 35 ล้านคน

รวมกันคร่าวๆ เป็น 105 ล้านคน...!

ส่วนสุวรรณภูมิในปี 2008 มีผู้โดยสารผ่านทั้งสิ้น 38 ล้านคน อยู่ในอันดับ 18 ของโลก ห่างจากนิวยอร์ก เกือบ 2 เท่าครึ่ง ..!
ปริมาณผู้โดยสารเดินทางผ่านกรุงเทพฯ จึงสามารถใช้สนามบินเดียวได้อย่างสบายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้สองสนามบินให้เปลืองเงินบริหาร และจัดการ

นครแฟรงก์เฟิร์ต ในเยอรมนี ยังใช้สนามบินนานาชาติเป็นหลักอยู่สนามบินเดียวคือ สนามบินนานาชาติ แฟรงก์เฟิร์ต มีผู้โดยสารผ่านเข้าออกในปี 2008 อยู่ในอันดับ 9 ของโลก มีปริมาณทั้งสิ้นราว 53 ล้านคน ไม่จำเป็นต้องมีสนามบินรอง ทั้งๆ ที่ปริมาณผู้โดยสารก็มากกว่ากรุงเทพฯ

หากกรุงเทพฯ จะใช้ 2 สนามบินอย่างเต็มที่ทั้งที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ จะเกิดอะไรตามมา

แน่นอน ประการแรกคือ การจัดการจราจรทางอากาศที่จะวุ่นวายมากขึ้น ต้องเสี่ยงกันมากขึ้น จะพบกับปัญหาการดีเลย์ของเที่ยวบินมากขึ้น

ประการต่อมา หากต้องการเปิดให้บริการดอนเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ก็ต้องให้ดอนเมืองสามารถบริการได้โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสุวรรณภูมิ คือให้บริการได้ในการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศ และในประเทศได้ไปในตัว เหมือนที่เจเอฟเค หรือนวร์ก ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมือง ต่างคนต่างให้บริการแยกออกจากกัน

ซึ่งก็เสี่ยงอีกว่า จะมีปริมาณผู้โดยสารมากพอหรือไม่

มิเช่นนั้น หากใช้ดอนเมืองสำหรับเที่ยวบินในประเทศเพียงอย่างเดียว ก็จะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณอีกหมื่นๆ ล้านกับการสร้างระบบคมนาคมเชื่อมต่อสองสนามบินที่มีประสิทธิภาพมากกว่า “ถนน”

สู้นำเงินมาพัฒนาสุวรรณภูมิให้เต็มที่ตามแผนพัฒนากับศักยภาพ 4 รันเวย์ พร้อมอาคารผู้โดยสารเพิ่มอีกหลังให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100 ล้านคนได้ตามแผนการพัฒนาเดิม...จะไม่ดีกว่าหรือ ?

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ