posttoday
หนึ่งคนยืนหยัดหนึ่งศตวรรษเสม พริ้งพวงแก้ว (จบ)

หนึ่งคนยืนหยัดหนึ่งศตวรรษเสม พริ้งพวงแก้ว (จบ)

19 กรกฎาคม 2554

ตลอดชีวิตของท่านอาจารย์เสม พริ้งพวงแก้ว ท่านยึดถือในหลักมนุษยธรรมด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรม (Moral Courage)

ตลอดชีวิตของท่านอาจารย์เสม พริ้งพวงแก้ว ท่านยึดถือในหลักมนุษยธรรมด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรม (Moral Courage)

โดย..นพ.วิชัย โชควิวัฒน 

กล่าวคือ แม้บางกรณีอาจเป็นเรื่องที่ขัดต่อระเบียบหรือกฎหมาย หรืออาจจะต้องตัดสินใจในเรื่องที่มีความสุ่มเสี่ยงแต่ด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรมหรือเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองแล้ว ท่านอาจารย์เสมได้ตัดสินใจกระทำอย่างกล้าหาญหลายครั้ง

นอกจากการตัดสินใจไม่ส่งเงินค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดิน จนเกิดระบบเงินบำรุงโรงพยาบาลซึ่งสร้างคุณูปการแก่การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขในประเทศอย่างมากแล้ว ตอนที่ทำงานอยู่ จ.เชียงราย มีช่วงของสงครามมหาเอเชียบูรพาและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งรัฐบาลไทยโดยการนำของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ตัดสินใจประกาศสงครามกับสัมพันธมิตรคือ อังกฤษหรือสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา เป็นผลทำให้บรรดามิชชันนารี และ “ฝรั่ง” หลายคนใน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นคนสัญชาติสหรัฐและอังกฤษจะต้องตกเป็นเชลยสงครามตามกฎหมาย เพราะแม้จะเป็นพลเรือนและส่วนใหญ่เป็นมิชชันนารี แต่ก็กลายสภาพเป็น “ชนชาติศัตรู” ในทันที เพื่อมิให้คนเหล่านี้ต้องตกอยู่ในฐานะเชลยสงคราม ท่านอาจารย์เสมได้ตัดสินใจช่วยเหลือให้คนเหล่านี้หลบหนีข้ามแดนออกไปทางพม่าจนสำเร็จ การกระทำของท่านอาจารย์เสมครั้งนั้นในแง่กฎหมายย่อมเป็นความผิดร้ายแรงอาจถึงขั้นกบฏ แต่ท่านก็ตัดสินใจกระทำไปอย่างกล้าหาญด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม ซึ่งต่อมาบุคคลเหล่านี้ต่างสำนึกในบุญคุณที่ “คนไทย” ให้ความกรุณาแก่พวกเขา และเป็นมิตรที่ดีของคนไทยและประเทศไทยสืบต่อมา

เมื่อคุณอานันท์ ปันยารชุน ต้องตกเป็นจำเลยจากกรณีวิกฤตตุลาการ ซึ่งมีการแตกแยกอย่างรุนแรงเป็นสองฝักสองฝ่าย คุณอานันท์ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจดับวิกฤตจนสำเร็จ สามารถคลี่คลายปัญหาทำให้วงการตุลาการเกิดความสงบและดำรงสถานะเป็นหนึ่งในสถาบันหลักที่ทรงเกียรติของประเทศสืบมาจนปัจจุบัน แต่คุณอานันท์กลับต้องตกเป็นจำเลยของฝ่ายที่เห็นว่าไม่เป็นธรรมและเสียหาย โดยมีอดีตประธานศาลฎีกาเป็นผู้ฟ้องคดี แน่นอนว่าช่วงนั้นคุณอานันท์ต้องตกอยู่ในห้วงทุกข์ไม่น้อย ท่านอาจารย์เสมซึ่งไม่เคยรู้จักคุณอานันท์เป็นการส่วนตัวมาก่อน ได้ออกมาแสดงน้ำใจแสดงความชื่นชม ให้กำลังใจ และปวารณาตัวที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นที่ประทับใจของคุณอานันท์อย่างมาก

ในการจัดงานวันเกิดครบรอบร้อยปีของท่านอาจารย์เสม เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2554 คุณอานันท์ ปันยารชุน ได้ให้เกียรติเป็นผู้แสดงปาฐกถาเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านอาจารย์เสมด้วย

ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องคดีซุกหุ้น ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อในความสุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเสียดายความรู้ ความสามารถ และความตั้งใจของ “คนที่พอแล้ว” ที่จะมาทำงานให้แก่ชาติบ้านเมือง จึงมีการเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ จนเกิดการรวบรวมรายชื่อโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และคณะ ได้นับล้านรายชื่อ และท่านอาจารย์เสมก็ได้ออกมาสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มที่ โดยการเชิดชูว่าเป็น “อัศวินควายดำ”

คงไม่มีใครทราบว่า การเคลื่อนไหวของท่านอาจารย์เสมและคณะในครั้งนั้นมีผลอย่างไรหรือไม่ แต่ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พ้นคดี และสามารถทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไปได้โดยไม่มีแรงต้านที่มีน้ำหนักใดๆ

แบบอย่างชีวิตของท่านอาจารย์เสมต่อสังคม จึงเป็นที่ประจักษ์ แต่สำหรับลูกหลานของท่าน คุณชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว สถาปนิกผู้ออกแบบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ลูกชายคนที่สองของท่านได้สรุปคำสอนของท่านไว้ว่า

“ตั้งแต่ผมเกิดมาจนปัจจุบันนี้เป็นเวลา 72 ปี ผมได้รับฟังเจตนารมณ์ของคุณพ่อเสมที่ได้ให้ไว้กับกัลยาณมิตรและลูกๆ ทั้งหลายของท่านได้นำไปสานต่อ เท่าที่ผมพอจะจดจำได้มีดังนี้

1.เมื่อเรียนจบแล้ว การจะเลือกไปทำงานกับใครหรือที่ไหน ท่านปรารภเสมอว่า “ควรออกไปทำงานในที่ที่คนเขาต้องการเราก่อน ประโยชน์สุขส่วนรวมต้องมาก่อนประโยชน์สุขของตนเอง แล้วความเจริญก้าวหน้าก็จะตามมาเอง”

2.คนแรกที่จะเห็นความบริสุทธิ์ใจ ความยึดมั่นใน “ความซื่อสัตย์สุจริต” นั้น ก็คือ “ตัวของเราเอง เราจะต้องเห็นก่อนที่คนอื่นเขาจะมาพบเห็นต่อไป”

3.ความทุกข์ยากลำบาก คือ ยาชูกำลังของชีวิตเรา “ยิ่งลำบากเท่าไร ความสำเร็จก็จะยิ่งใหญ่ไปตามขนาดของความลำบากนั้นๆ”

4.หน้าที่ของพ่อแม่ที่ดีนั้นก็คือ “ทำอย่างไรที่จะให้ลูกของเราที่เกิดมาแล้ว จะต้องดีกว่าเราให้จงได้”

5.การทำงานเป็นทีม หรือการอยู่ร่วมกันในสังคมที่เป็นหมู่คณะนั้น มีโอกาสบ่อยครั้งที่อาจจะมี “การสร้าง ‘กรรม’ ที่ข่มขื่นต่อกัน” ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “การเสาะหาสาเหตุ แล้วก็ให้อโหสิกรรมต่อกัน”

6.พวกเราไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ตาม จะต้องมีการ “เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในกาลภายหน้าและกาลในอดีตไปพร้อมๆ กัน”

7.ขอให้กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

เช้ามืดวันศุกร์ที่ 8 ก.ค. 2554 ท่านอาจารย์เสม ได้ละสังขารไปโดยสงบ ขอให้ท่านประสบแต่สุคติในสัมปรายภพเทอญ  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท