posttoday
อะไรที่น่าจะทำเมื่อรับจำนำข้าว

อะไรที่น่าจะทำเมื่อรับจำนำข้าว

19 กรกฎาคม 2554

ไหนๆ รัฐบาลใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะนำการรับจำนำข้าวกลับมาใช้

ไหนๆ รัฐบาลใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะนำการรับจำนำข้าวกลับมาใช้

โดย..สมชาย สกุลสุรรัตน์

เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแทนระบบการประกันรายได้ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เขียนจึงอยากให้รัฐบาลใหม่ลองพิจารณาแนวทางปฏิบัติในการรับจำนำข้าวให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร เผื่อจะช่วยปิดจุดอ่อนในการรับจำนำข้าวที่เกิดขึ้นในอดีตบ้าง

ข้อแรก อยากให้รัฐบาลกำชับหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมที่ดิน กรมแผนที่ ฯลฯ ที่มีส่วนร่วมในการทำงานในโครงการประกันรายได้ให้เก็บรักษาและพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ทำไว้ เพื่อใช้งานในโครงการประกันรายได้ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ถึงแม้ว่ารัฐบาลใหม่จะเลือกที่จะใช้ระบบการรับจำนำข้าวแทนประกันรายได้ เพราะฐานข้อมูลบางอย่างสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการรับจำนำ และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเกษตรของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น ฐานข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกปริมาณผลผลิตรวมและผลผลิตต่อไร่แทนที่การเพาะปลูกซึ่งบางส่วนรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน ฐานราคาข้าวและต้นทุนการผลิตข้าวย้อนหลัง ตัวเลขการชดเชยรายได้ให้เกษตรกร บัญชีรายชื่อเกษตรกร และแบบฟอร์มต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการประเมินความเสียหาย และการชดเชยรายได้ให้เกษตรกร เป็นต้น

ข้อมูลข้างต้นต้องใช้เวลาและงบประมาณหลายร้อยล้านบาทเพื่อเก็บรวบรวมสำรวจและพัฒนาขึ้น ต้องลองผิดลองถูกจากประสบการณ์ภาคสนาม จึงเป็นฐานข้อมูลที่มีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้สูญหายไป หรือล้าสมัยจนไม่มีประโยชน์ในการงาน หรือกรณีที่รัฐบาลใหม่ต้องนำระบบการประกันรายได้มาผสมผสานกับระบบการจำนำข้าว ก็สามารถดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลาตั้งฐานข้อมูลใหม่อีก เพราะความจริงพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคเพื่อไทย ก็มิได้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์การรับจำนำข้าวหรือการประกันรายได้ ใครสามารถนำไปใช้หรือพัฒนาให้ดีขึ้นในอนาคต จึงเป็นเหตุผลที่ควรดูแลฐานข้อมูลที่ได้ทำไว้ ไม่ใช่ทำใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือเปลี่ยนนโยบาย

ข้อเสนอแนะต่อไปคือ รัฐบาลควรกำหนดราคารับจำนำข้าวในแต่ละฤดูกาลผลิตให้สอดคล้องกับราคาซื้อขายในตลาดที่มีการเคลื่อนไหวขึ้นลงตามอุปสงค์และอุปทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะข้าวเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทหนึ่ง ราคาข้าวจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกลไกตลาด ราคารับจำนำข้าวต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามกลไกตลาด

การกำหนดราคาข้าวที่จะรับจำนำไว้สูงกว่าราคาตลาด ทำให้ระบบการรับจำนำเป็นการซื้อข้าวโดยรัฐบาล ซึ่งทำให้เกิดการบิดเบือนราคาซื้อขายและระบบการผลิตทั้งระบบ ซึ่งหากรัฐบาลมีนโยบายเช่นนั้นจริง ก็ควรเปลี่ยนระบบการผลิตทั้งระบบ ซึ่งหากรัฐบาลมีนโยบายเช่นนั้นจริง ก็ควรเปลี่ยนระบบการรับจำนำข้าวให้เป็นนโยบายการรับซื้อข้าว เพื่อขจัดปัญหาความเข้าใจผิดในระบบการรับจำนำ และการวิพากษ์วิจารณ์ระบบการรับจำนำข้าวว่าทำให้รัฐบาลเสียหาย

พูดถึงประเด็นนี้ ความจริงถ้าการรับจำนำข้าวในราคาที่เหมาะสมทำให้เกษตรกรขาดทุนจนอยู่ต่อไปไม่ได้ รัฐก็สามารถให้ความช่วยเหลือทางตรงแก่เกษตรกร เช่น การให้เงินอุดหนุนค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และยารักษาโรคพืช หรือแม้แต่จะออกเช็คช่วยเกษตรกร แบบที่เคยออกเช็คช่วยชาติแก่คนที่มีเงินเดือนประจำ และมีประกันสังคมมาแล้ว ก็ไม่เห็นน่าเกลียดตรงไหน เพราะเกษตรกรคือกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ยากจนแท้จริง และเป็นผู้ผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งประเทศ

การรับจำนำข้าวก็ทำอย่างถูกหลักการ รัฐอาจไม่ต้องรับความเสียหายเลยก็ยังได้ เพราะการที่รัฐทำให้ข้าวในตลาดราคาสูงขึ้น โดยการรับจำนำข้าวไปเก็บพักไว้ชั่วคราว ทำให้ปริมาณข้าวในตลาดลดลงนั้น ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีและราคาที่รับจำนำได้ไม่สูงเกินจริง รัฐก็สามารถจะขายข้าวที่เก็บไว้โดยไม่ขาดทุนได้ภายหลัง ว่าไปแล้วก็คือถ้าจะรับจำนำก็ควรทำตัวเหมือนโรงจำนำ และหันไปช่วยเกษตรกรด้วยวิธีอื่นเสริม ถ้าการรับจำนำอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่จะดำรงชีพในระดับที่ประชาชนคนไทยพึงได้รับ

ข้อเสนอแนะประการที่สามคือ รัฐบาลควรประกาศรายนามโรงสี และเจ้าของโรงสีที่จะรับประเมินคุณภาพข้าวก่อนที่จะจำนำ รับสี และแปรข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร รับเก็บข้าวในโรงสีรวมทั้งประวัติการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับราชการและพฤติกรรมในอดีตให้สาธารณชนทราบทุกๆ ฤดูกาลผลิต กรณีนี้รวมถึงโกดังเก็บสินค้าที่รับฝากข้าวด้วย

นอกจากนั้น รัฐบาลต้องประกาศรายชื่อผู้สำรจคุณภาพและปริมาณข้าวที่รัฐบาลรับจำนำ รวมทั้งประวัติและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจให้สาธารณชนทราบ เพราะคนพวกนี้มีบทบาทสำคัญในการดูแลและประเมินค้าทรัพย์สินของทางราชการ และเป็นผู้ให้ความเห็นหรือข้อตัดสินที่พึงเชื่อถือได้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การคัดเลือกจึงควรทำอย่างเปิดเผยและให้สาธารณชนมีส่วนรับรู้ด้วย

ข้อเสนอแนะอีกประเด็นหนึ่งคือ รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวที่รับจำนำ และข้าวที่รัฐบาลรับจำนำไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายข้าวเวียนเทียนออกไปขาย หรือไปเสริมปริมาณข้าวในสต๊อกที่เก็บไว้ต่างสถานที่ เพื่อทราบว่าจะมีการตรวจรับ ณ ที่แห่งนั้น รวมทั้งมีการตรวจสอบคุณภาพข้าวที่เก็บไว้อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ โดยมีรายงานการตรวจสอบและการลงนามรับรองของผู้ตรวจสอบและผู้ที่รับผิดชอบเก็บรักษาอย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง เมื่อมีการตรวจสอบ

กรรมการเฉพาะกิจชุดนี้ ควรประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอิสระ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวหรือผู้ส่งออก เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีตัวแทนจากองค์กรภาคเอกชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบและควรแจ้งผลการตรวจสอบให้สาธารณชนทราบทุกครั้งที่มีการตรวจสอบด้วย

ประการสุดท้ายที่นึกได้คือ ต้องมีการพัฒนาระบบการขายข้าวของรัฐให้โปร่งใสทันต่อเวลาและเหตุการณ์ โดยให้มีการพิจารณาขายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณข้าวที่รัฐปล่อยเข้าสู่ตลาดครั้งหนึ่งให้น้อยที่สุด และไม่เปิดโอกาสให้มีการฮั้วขาย หรือสมยอมขายให้ผู้ส่งออกหรือพ่อค้ารายใดรายหนึ่งปริมาณมากๆ ในแต่ละครั้ง เพราะการทยอยขายข้าวในปริมาณไม่มาก ทำให้ยากต่อการทุจริตและทำให้โอกาสในการทำกำไรของพ่อค้าลดน้อยลง

ความจริงยังมีอะไรที่น่าทำมากกว่านี้ ใครคิดได้นำเสนอความเห็นให้รัฐบาลลองนำไปพิจารณาดู ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติยังดีกว่าจะมัวแต่วิจารณ์เปรียบเทียบประกันรายได้กับการจำนำอย่างเดียว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท