
สปส.แจงไม่โขกเงินสมทบจากทิปพนักงานโรงแรม
กองนิติการ สปส. ยันหากโรงแรมไม่รวมเซอร์วิส ชาร์จเป็นรายได้ ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ
กองนิติการ สปส. ยันหากโรงแรมไม่รวมเซอร์วิส ชาร์จเป็นรายได้ ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบ
นายโกวิท สัจจวิเศษ ผู้อำนวยการกองนิติการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า หากโรงแรมไม่นำค่าบริการ (เซอร์วิส ชาร์จ) ไปลงบัญชีรายได้ของโรงแรม ถือว่าไม่ใช่ค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม จึงไม่นำมาคำนวณเป็นเงินสมทบ แต่แนวปฏิบัติที่กองนิติการได้วางแนวทางไว้ในกรณีที่โรงแรมเก็บค่าเซอร์วิส ชาร์จ นำไปลงบัญชี แล้วไปจ่ายให้พนักงานถือว่าเป็นเงินค่าจ้างที่ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบ
อย่างไรก็ตาม หากสมาคมโรงแรมไทยเห็นแย้งว่า ไม่ควรต้องจ่ายก็สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ของ สปส.ได้ นอกจากนี้หากคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำสั่งออกมาแล้วยังไม่เป็นที่พอใจ ก็สามารถยื่นต่อศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งได้เช่นกัน
นายโกวิท กล่าวอีกว่า ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาสำนักงานเขต สปส. จะเป็นผู้ตรวจสอบว่า จะเก็บเงินสมทบจากโรงแรมในพื้นที่รับผิดชอบจำนวนเท่าใด ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายโรงแรมว่ามีการบริหารจัดการค่าเซอร์วิส ชาร์จในลักษณะไหน
นายประสิทธิ์ จงอัศญากุล กรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า แม้กองนิติการจะได้วางแนวปฏิบัติไว้แล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า สำนักตรวจสอบของ สปส. ได้วางแนวทางสำหรับการเก็บเงินสมทบทั่วประเทศว่า รายได้ของพนักงานโรงแรมที่นำไปเสียภาษีเงินได้ถือว่าต้องนำมาคำนวณเงินสมทบ โดยไม่ได้พิจารณาว่าที่มาของเงินนั้นว่ามาจากนายจ้าง หรือเป็นค่าเซอร์วิส ชาร์จ ที่โรงแรมเก็บแทนพนักงาน
“ผู้ประกอบการโรงแรมก็ทำตามแนวทางที่กองนิติการบอก แต่ตอนนี้จะมาเปลี่ยนวิธีคำนวณ ซึ่งแม้จะทำให้เก็บเงินสมทบได้เพิ่มประมาณ 100 ล้านบาท แต่ก็ทำให้ธุรกิจโรงแรมรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก สปส. โรงแรมบางแห่งโดนเรียกเก็บย้อนหลัง 5-6 ล้านบาท” นายประสิทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ก่อนนี้ทางสมาคมโรงแรมไทยได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ สปส. ไม่เห็นด้วยกับการเก็บเงินสมทบแล้ว โดยจะต้องรอคำตอบจาก สปส. ว่าจะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร







