
นายกฯถกหน่วยความมั่นคง
รมว.กลาโหม พร้อมด้วย ผู้นำเหล่าทัพ ตัวแทน กระทรวงต่างประเทศ ร่วมประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่ทำเนียบ หลังศาลโลก คุ้มครองให้ไทย-เขมรถอนทหารออกจากพื้นที่รองพระวิหาร
รมว.กลาโหม พร้อมด้วย ผู้นำเหล่าทัพ ตัวแทน กระทรวงต่างประเทศ ร่วมประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่ทำเนียบ หลังศาลโลก คุ้มครองให้ไทย-เขมรถอนทหารออกจากพื้นที่รองพระวิหาร
เช้าวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมประชุม หน่วยงานด้านความมั่นคง หารือแนวทางหลังศาลโลกออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เวลา 9.00 น. นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กรมแผนที่ทหาร กระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หารือแนวทางดำเนินการหลังศาลโลกออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ก่อนแถลงท่าทีของรัฐบาลไทยอีกครั้ง
ด้าน นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายธีระกุล นิยม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสังเกตมาตรการของศาลโลกคลอบคลุมพื้นที่มากถึง 19 ตร.กม. ระบุเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อสร้างบรรยากาศชายแดนให้ดีขึ้นปลอดทหารไม่มีการปะทะ ยืนยันไม่กระทบต่ออธิปไตยชาติ ส่วนสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาก็ได้รับการดูแลอย่างดีไม่น่ากังวล ขณะการยื่นเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรกรณีตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 คาดจะยื่นได้ราวเดือนตุลาคมนี้
ขณะที่ พ.อ.ประวิตร หูแก้ว โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า สถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเปิดด่านค้าขายปกติ ส่วนพื้นที่ที่ศาลโลกออกมาตรการให้เป็นเขตปลอดทหารขนาดนี้ยังไม่ชัดเจนว่ากินพื้นที่ใดบ้าง ต้องให้รัฐบาล 2 ฝ่ายหารือกันก่อนเบื้องต้นชี้แจงชาวบ้านทราบข้อมูลแล้วส่วนที่มีรายงานข่าวว่าสื่อกัมพูชารายงานว่ากินพื้นที่ประเทศไทยเยอะกว่านั้นเชื่อว่าประชาชนจะใช้วิจารณญาณได้







