
พท.จนตรอกค่าจ้างวอนเสียสละ
เพื่อไทยหาทางออก ขอภาคธุรกิจเสียสละรับเงื่อนไขค่าจ้าง 300 บาท
เพื่อไทยหาทางออก ขอภาคธุรกิจเสียสละรับเงื่อนไขค่าจ้าง 300 บาท
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ต้องขอให้ภาคธุรกิจเสียสละช่วยเหลือแรงงานบ้าง เพราะขณะนี้ค่าจ้างขั้นต่ำที่ประเทศอินโดนีเซียและเวียดนามสูงกว่าไทย การที่ พท.คิดนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ได้ศึกษาแล้วว่าจะทำให้มีเงินสะพัดภายในประเทศ 3.4 หมื่นล้านบาทต่อปี
โฆษก พท. กล่าวว่า ขณะนี้ พท.ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล จึงอยากให้นักวิชาการหรือผู้ประกอบการอย่าตีตนไปก่อนไข้ในนโยบายที่หาเสียงว่าพรรคจะทำไม่ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างนโยบายรัฐบาลที่มีความคืบหน้าไปมาก
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ภายในงานเมดอินไทยแลนด์ 2554 ผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่ในงานดังกล่าว ต่างให้ความเห็นถึงมาตรการค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทตามนโยบายของ พท. ว่า การขึ้นค่าจ้างควรทำในลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเปรียบเทียบกับออร์เดอร์สินค้าที่ปัจจุบันนี้ลดลงไปมาก
ผู้ประกอบการรายย่อย ระบุว่า หากปรับเป็น 300 บาท ก็จะกระทบกับธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่เกิน 500 คน เพราะก่อนหน้านี้มีการขึ้นค่าจ้างในแต่ละจังหวัด 8 บาทนั้น ก็ถือว่ามีความเหมาะสม โดยที่แรงงานจะได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 220 บาท ส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจจะเป็นไปได้ เพราะไม่ต้องจ่ายค่าต้นทุนที่สูงเมื่อเทียบกับโรงงานในต่างจังหวัด โดยเฉพาะค่าขนส่ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พท.ต้องเร่งทำนโยบายที่ประกาศไว้ให้เกิดความชัดเจน มิฉะนั้นจะสร้างความสับสนและกระทบต่อความเชื่อมั่น ส่วนที่แกนนำ พท.ยอมรับว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท อาจทำไม่ได้จริง ประชาชนต้องพิจารณาเอง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้เลยการเลือกตั้งมาแล้ว อยู่ในช่วงที่ทุกฝ่ายอยากเห็นรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จึงไม่ควรทิ้งอะไรที่เป็นปัญหาและสร้างความสับสน จึงควรพูดคุยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ภาคธุรกิจ หามาตรการช่วยเหลือไม่ให้กระทบต่อการจ้างงาน หรือทำให้คนตกงานที่อาจเป็นปัญหาใหญ่ตามมา







