
ร่างผังเมืองเข้มสิ่งแวดล้อม
สั่งกันพื้นที่ว่างปลูกต้นไม้50%เอกชนมั่นใจราคาบ้านไม่เพิ่ม
สั่งกันพื้นที่ว่างปลูกต้นไม้50%เอกชนมั่นใจราคาบ้านไม่เพิ่ม
ร่างผังเมืองใหม่คุมเข้มสิ่งแวดล้อม กำหนดให้กันที่ว่าง 50% สำหรับปลูกต้นไม้ เอกชนเชื่อไม่มีผลกับราคาบ้าน
น.ส.ปัญญาภัสสร์ นพพันธ์ ผู้อำนวยการกองวางผังเมือง สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า มาตรการและข้อกำหนดที่จะนำมาใช้ในผังเมือง กทม.ฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการยกร่าง มีมาตรการหนึ่งที่สำคัญ คือ การกำหนดให้พื้นที่ว่างของอาคาร 50% จะต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำซึมผ่านได้เพื่อปลูกต้นไม้
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผังเมืองในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน โดยมุ่งลดการใช้พลังงาน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจก
ขณะเดียวกันก็ได้มีมาตรการส่งเสริม โดยการให้โบนัส หรือการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) ให้กับโครงการที่ดำเนินการตามที่ผังเมืองกำหนด เช่น การจัดให้มีพื้นที่ว่างเพื่อใช้ประโยชน์สาธารณะ จัดให้มีที่จอดรถยนต์ในพื้นที่ภายในรัศมี 500 เมตรโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น
หรือจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่การสัญจรอื่นๆ
นอกจากนี้ ถ้าจัดให้มีพื้นที่สำหรับการกักเก็บน้ำฝน การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน จัดให้มีที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือผู้อยู่อาศัยเดิมในพื้นที่โครงการก็จะให้ FAR เพิ่มด้วย แต่ต้องไม่เกิน 20% ของ FAR ที่มีอยู่
สำหรับร่างผังเมืองฉบับใหม่ยังได้นำเรื่องการโอนสิทธิการพัฒนา(Transfer of Development Right หรือ TDR) มาใช้ 3 รูปแบบ คือ 1.การโอนสิทธิการพัฒนาในพื้นที่ใกล้กับการใช้ประโยชน์ที่ดิน 2.การโอนสิทธิการพัฒนาจากพื้นที่ตั้งอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไปยังพื้นที่ในเขตส่งเสริมการพัฒนา และ 3.การโอนสิทธิพัฒนาจากพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมไปยังพื้นที่ในเขตส่งเสริมการพัฒนา แต่ไม่เกิน 20% ของ FAR ที่มีอยู่เช่นกัน
“เรื่องของการโอนสิทธิ์การพัฒนาเป็นเรื่องใหม่ที่บรรจุไว้ในร่างผังเมืองฉบับใหม่ เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันของการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากเจ้าของที่ดินที่ไม่ต้องการพัฒนา ก็สามารถขายสิทธิ์ไปให้กับคนอื่นในพื้นที่ที่ผังเมืองกำหนดได้ แต่คงต้องพิจารณาในแง่ของกฎหมายผังเมืองด้วยว่าจะสามารถทำได้หรือไม่”
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ให้ความเห็นว่า การเพิ่มพื้นที่ที่น้ำซึมผ่านสำหรับปลูกต้นไม้ ปัจจุบันมีวัสดุหลายชนิดที่นำมาใช้ได้ ซึ่งอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง เช่น คอนกรีตที่น้ำซึมผ่านได้จะมีต้นทุนสูงกว่าคอนกรีตธรรมดา 50% แต่โดยรวมจะไม่มีผลต่อราคาบ้าน ส่วนการโอนสิทธิการพัฒนาน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามากขึ้น







