
เร่งล้อมคอกแรงงานเขมรก่อจราจล
แทบไม่มีใครคาดคิดว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคนงานชาวเขมรราว 700 คน จากประมาณ 1,400 คน
แทบไม่มีใครคาดคิดว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคนงานชาวเขมรราว 700 คน จากประมาณ 1,400 คน
โดย...วัสวศ งามขำ
แทบไม่มีใครคาดคิดว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคนงานชาวเขมรราว 700 คน จากประมาณ 1,400 คน ที่อยู่ในบริษัท GFPT Nichirei (Thailand) Company Limited หรือ GFN ซึ่งเป็นโรงงานชำแหละไก่สด จะลุกฮือขึ้นมาก่อเหตุเข้าขั้นจลาจล
จนทำให้ตำรวจใน จ.ชลบุรี ต้องระดมกำลังตำรวจกว่า 300 นาย เข้าระงับเหตุ และใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง กว่าจะระงับเหตุการณ์ไว้ได้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุเล็กน้อย เพียงแค่เรื่องทะเลาะวิวาทของคนเมาสุราระหว่างคนงานไทยกับคนงานเขมรเท่านั้น
สาเหตุของการประจันหน้ากัน มาจากการที่นายชูวิทย์ โม่งสูงเนิน คนงานไทย และนายเชี่ยว ชะอุ่มประโคน คนงานแผนกเดียวกัน เข้าไปทำร้ายนายกรัดเพชร คนงานชาวกัมพูชา ที่พูดจาหยาบคายเป็นภาษาเขมรกับนายชูวิทย์
เรื่องบานปลายเมื่อหัวโจกชาวเขมรเรียกระดมเพื่อนคนงานชาวเขมรออกมาเตรียมล้างแค้น และต้องการให้นายชูวิทย์เข้ามาขอโทษ แต่นายชูวิทย์ไม่ยอม และขึ้นห้องพักไปทันทีที่ตำรวจมาถึง ทำให้กลุ่มคนงานเขมรมารวมตัวกันหลายร้อยคน ตำรวจเห็นท่าไม่ดีจึงขึ้นไปควบคุมตัวนายชูวิทย์ และนายเชี่ยว ไปดำเนินคดีที่ สภ.หนองใหญ่
แต่แทนที่เรื่องจะสงบ เหตุการณ์กลับโกลาหลมากยิ่งขึ้น เมื่อคนงานเขมรไม่เข้าใจถึงการจับกุมตัวคนงานไทยออกไปจากที่เกิดเหตุ และนั่นจึงเป็นการเปิดฉากของการก่อจลาจลที่ทำให้รถยนต์ของตำรวจได้รับความเสียหายจากการทุบทำลายรวม 4 คัน และยังไม่รวมทรัพย์สินอื่นๆ บริเวณที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.สนองเดช เดชวัชรนนท์ ผู้กำกับการตำรวจ สภ.หนองใหญ่ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่ต้น บอกถึงเหตุการณ์คืนนั้นว่า คนงานเขมรคิดว่าตำรวจมาช่วยคนงานไทยออกไป ทั้งที่ตำรวจพยายามอธิบายเหตุผลผ่านล่ามของบริษัท แต่มันก็ไม่เป็นผล พร้อมเข้าทุบทำลายรถ ขณะเดียวกันก็มีแกนนำคอยตะโกนปลุกระดมให้คนเขมรมารวมตัวกันตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน กำลังตำรวจนำโดย พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ก็เดินทางมาถึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจหน่วยปราบจลาจล และตำรวจจากโรงพักใกล้เคียงประมาณ 300 นาย ซึ่งขณะนั้นรถยนต์ของตำรวจทั้ง 4 คันก็ย่อยยับไปแล้ว
แม้ว่าตำรวจจะพยายามอธิบาย แต่ชาวเขมรไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้น กระทั่งเวลา 02.30 น. ตำรวจจึงยื่นคำขาดว่าหากใครไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มหัวโจกกัมพูชาให้แยกตัวออกไป เมื่อเป็นเช่นนั้นกลุ่มหัวโจกก็กลัวจะมีความผิดจึงทยอยแยกตัวออกไปด้วย เนื่องจากเวลาใกล้เช้า เป็นเวลาที่คนงานต้องทำงาน ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปโดยปริยาย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้
“เรื่องเกิดจากความไม่เข้าใจกัน การที่คนงานเขมรไม่เข้าใจกฎหมายและวัฒนธรรมประเพณีของเรา และเราก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย” พ.ต.อ.สนองเดช บอก
สำหรับคนงานเขมรที่ร่วมก่อเหตุถูกจับกุมตัวมาดำเนินคดีแล้ว 6 คน และกำลังเตรียมที่จะออกหมายจับอีก 4-5 คนในเร็วๆ นี้ โดยจะถูกดำเนินคดีหลักๆ 3 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ 2.ทำให้เสียทรัพย์ และ 3.ร่วมกัน 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบ โดยในส่วนของคนงานเขมรนี้ เมื่อถูกดำเนินคดีในไทยเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะต้องส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์จะยุติไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ตำรวจยังต้องไปดูแลโรงงานถึงวันละ 10 นาย เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งประสานฝ่ายปกครองและตัวแทนโรงงาน เพื่อกำหนดมาตรการแก้ปัญหาในอนาคต ซึ่งอาจจะต้องมีการกำหนดโซนนิงแยกที่พักกันให้เด็ดขาดระหว่างคนงานไทยและเขมร หรืออาจจะต้องกำหนดเส้นทางเดินไม่ให้มาร่วมทางกันอีก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาขึ้นอีก เนื่องจากคนงานเขมรมีจำนวนมากพอๆ กับคนงานไทย และมีบรรดาขาใหญ่แกนนำที่ทำตัวเป็นหัวโจกยังปะปนอยู่ด้วย
ขณะที่โรงงานเองระยะสั้นจะเพิ่ม รปภ.เข้าไป เพื่อป้องกันการลักลอบออกไปดื่มสุราจากภายนอกบริเวณโรงงาน เพราะปกติแล้วโรงงานจะไม่ให้คนงานเขมรออกไปนอกเขตและดื่มสุรา ตามข้อตกลงที่รับคนงานโดยตรงมาจากรัฐบาลกัมพูชา นอกจากนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ส่วนเรื่องโซนนิงทางโรงงานจะให้คนไทยอยู่ด้วยกันในหอพักที่ 7 8 และ 9 ส่วนที่เหลือเป็นของเจ้าหน้าที่และคนงานเขมร และต่อไปอาจจะต้องสร้างกำแพง หรือทางเดินขึ้นมาใหม่
อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรงงานต่างด้าวทำผิดกฎหมายไทยจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องหาทางป้องกัน อย่าให้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวแล้วต้องเสียวกันทั้งประเทศ!!!!







