posttoday
19ก.ค.ชะตายิ่งลักษณ์ "ดี-ร้าย" ในมือกกต.

19ก.ค.ชะตายิ่งลักษณ์ "ดี-ร้าย" ในมือกกต.

18 กรกฎาคม 2554

ชั่วโมงนี้การเมืองไทยไม่มีเรื่องไหนจะเป็นที่สนใจได้เท่ากับอนาคตทางการเมืองของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

ชั่วโมงนี้การเมืองไทยไม่มีเรื่องไหนจะเป็นที่สนใจได้เท่ากับอนาคตทางการเมืองของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ชั่วโมงนี้การเมืองไทยไม่มีเรื่องไหนจะเป็นที่สนใจได้เท่ากับอนาคตทางการเมืองของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยเป็นครั้งแรกได้หรือไม่

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ส่งสัญญาณแน่ชัดว่าจะรับรองความเป็น สส.ให้อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขอแขวนไว้จนกว่าจะนำมาพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 19 ก.ค.นี้

ผลที่ตามมาของการแขวน ยิ่งลักษณ์ ได้ปรากฏชัดให้เห็นแล้วว่า พรรคเพื่อไทยเกิดอาการกระสับกระส่ายไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากตั้งความหวังเอาไว้ว่าเมื่อ ยิ่งลักษณ์ ได้รับรองให้เป็น สส. จะเร่งเดินหน้าเปิดประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประตูสู่การกำหนดวันเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรีทันที

โดยมีจุดประสงค์จะให้น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คนนี้ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศเร็วที่สุด

แต่เมื่อ กกต.ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองในสายตาของพรรคเพื่อไทย ส่งผลให้เกิดแรงเหวี่ยงตามมาอีกมาก โดยเฉพาะท่าทีจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งว่าที่ สส.ถูกแขวนแบบยกพวงทั้งหมด ความไม่พอใจที่แสดงออกมานั้นถึงกับบอกต่อสาธารณชนว่า “กกต.จะเกิดเรื่องใหญ่”

19ก.ค.ชะตายิ่งลักษณ์ "ดี-ร้าย" ในมือกกต.

สร้างความหวาดผวาตามมากับภาพที่คนเสื้อแดงเคยไปล้อมสำนักงาน กกต.เมื่อเดือน เม.ย. 2553 ที่ผ่านมา เพื่อกดดันคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะกลับมาให้เห็นอีกครั้งในปี2554

ในชุดความคิดของพรรคเพื่อไทยยังคงเชื่อว่ามีกระบวนการพยายามสกัดกั้นจากมือที่มองเห็นและไม่เห็นไม่ให้ ยิ่งลักษณ์ เข้ามากุมบังเหียนประเทศไทยด้วยเหตุผลต่างๆ นานา และพร้อมจะตอบโต้ทันทีถ้ามีหลักฐานเชิงประจักษ์เกิดขึ้น

ประเด็นหนึ่งซึ่งเพื่อไทยแสดงความไม่พอใจ คือ การพิจารณาคดีของ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับยิ่งลักษณ์ ได้แก่ กรณีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 มาช่วยยิ่งลักษณ์หาเสียง และกรณี “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ”

พรรคเพื่อไทยมองว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็น ด้วยการอ้างว่า บรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เคยไปปรากฏตัวระหว่างพรรคการเมืองเหล่านี้ตั้งเวทีปราศรัยหาเสียงเช่นกัน แต่ทำไม กกต.ถึงไม่มีการดำเนินการกับส่วนนี้

“ไม่คิดว่าการกล่าวหาเรื่องทักษิณคิด เพื่อไทยทำ จะเป็นความผิด เพราะผิดอะไรที่ท่านทักษิณจะคิดของดีให้ประเทศ ขณะเดียวกันทั้งบรรหารและสุวัจน์ก็ยังไปฟังการปราศรัยหาเสียงของลูกพรรค กกต.ก็ไม่เห็นดำเนินการอะไร ที่สุดแล้วคิดว่า กกต.จะให้ความเป็นธรรมและไม่เกิดขบวนการขัดขวาง ไม่ให้ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับรองการเป็น สส.” ท่าทีจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย

สถานการณ์แบบนี้เท่ากับว่า วันที่ 19 ก.ค. ได้ถูกบิลด์ให้ดูประหนึ่งเป็นเหมือนวันพิพากษา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเป็นที่เรียบร้อย

มองประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา กกต.ยุคนี้ค่อนข้างนำหลักรัฐศาสตร์มาเป็นส่วนสำคัญต่อการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่นกัน ขอให้ย้อนกลับไปดูคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2553

เวลานั้น ทั้งๆ ที่คดีอยู่ในมือ กกต.มาเป็นเวลานาน และไม่มีทีท่าจะส่งฟ้อง แต่เมื่อเสื้อแดงไปล้อมสำนักงาน กกต. ปรากฏว่า กกต.ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องศาลรัฐธรรมนูญในเวลาต่อมา ประกอบกับกระแสสังคมที่สะท้อนผ่านสวนดุสิตโพลล่าสุด (สำรวจตัวอย่างระหว่างวันที่ 13-16 ก.ค.) และเอแบคโพลล์ (สำรวจตัวอย่างระหว่างวันที่ 12-16 ก.ค.) ระบุว่า ต้องการให้ กกต.รับรอง สส.ไปก่อนตรงกัน

โพลที่ออกมาเป็นเครื่องยืนยันว่า สังคมไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็น ในทางกลับกัน เมื่อมีทางหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะใช้แนวทางนั้น

ตามกฎหมายแล้วก็เปิดช่องให้ดำเนินการได้เช่นนั้น ด้วยการส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาภายหลังจากผ่านพ้น 30 วัน อันเป็นขอบเขตอำนาจของ กกต. จะเห็นได้ว่าการเมืองไม่ได้ถูกผลักเข้าสู่ทางตันเลยเสียทีเดียว

มีความเป็นไปได้ที่ 19 ก.ค.นี้ กกต.จะเลือกแนวทางรัฐศาสตร์ด้วยการรับรองไปก่อน แล้วค่อยให้หลักนิติศาสตร์ตามสอยทีหลัง โดยไม่ได้เป็นการปล่อยเสือเข้าป่าให้ลอยนวลแต่อย่างใด

สอดคล้องกับท่าทีของ “ประพันธ์ นัยโกวิท” กกต.ออกมายอมรับว่า กกต.อาจจะมีการรับรอง สส.ให้ครบตามจำนวนไปก่อน คือ 95% เพื่อที่จะมีการเปิดสภาได้ แต่ก็อาจจะมีบางส่วนที่จะต้องมาพิจารณาเรื่องร้องเรียนภายหลัง

ทั้งนี้ เพื่อลดกระแสในช่วงที่อุณหภูมิทางการเมืองกำลังตั้งท่าจะกลับมาเดือดอีกรอบในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกันถ้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น “ยิ่งลักษณ์” ยังคงอยู่ในสถานะถูกแขวนต่อไป

นั่นหมายความว่า ความอึมครึมจะดำรงอยู่ต่อไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. โค้งสุดท้ายก่อนครบ 30 วัน ในการรับรอง สส. และมีความเป็นไปได้สูงที่การเมืองจะทวีความดุเดือดขึ้นมาอีก โดยเฉพาะกับคนเสื้อแดง ที่พร้อมแสดงความอหังการออกมาในทุกนาทีโดยที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำได้

ดังนั้น ทิศทางการเมืองไทยนับตั้งแต่ 19 ก.ค. จึงอยู่ในมือของ กกต.แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะองค์กรผู้มีหน้าที่ให้คุณให้โทษในเรื่องนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท