'ยิ่งลักษณ์' สู้! ทักษิณ...ยิ่งรัก

วันที่ 14 พ.ค. 2554 เวลา 08:12 น.
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 3 ก.ค. ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของไทย 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์การเมืองหน้านี้ เธอคือหญิงไทยคนแรกที่เข้าช่วงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายใต้การสนับสนุนของพี่ชายสุดที่รัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

เธอคือคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้วางใจได้มากที่สุด เชื่อมั่นได้มากที่สุด จนเชื่อว่าจะสามารถกวาดชัยชนะจากการเมือง และปิดประตูกฎหมาย เปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศ โดยไม่ต้องรับการลงโทษจำคุก2 ปี ในคดีทุจริต

เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ คิดอย่างนั้นพรรคเพื่อไทยจึงต้องคิดอย่างนั้น  คณะกรรมการบริหารพรรคย่อมไม่กล้าคิดเป็นอื่น และมีมติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงสมัคร สส.ในระบบบัญชีรายชื่ออันดับ 1...แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
         
น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2510 มีชื่อเล่นว่า "ปู" ปัจจุบันอายุ 44 ปี เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน 9 คนของนายเลิศ และนางยินดี ชินวัตร เป็นน้องสาวคนสุดท้ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ

การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นการแข่งขันของนักการเมือง 2 ขั้ว ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่? มีความเป็นไปได้แค่ 2 คนหนึ่ง คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

หนึ่ง คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นักธุรกิจสาวซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น เป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้ออย่างยิ่งหากพลิกประวัติส่วนตัว ดูเหมือนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไร้ซึ่งประสบการณ์ทางการเมือง ห่างชั้นกับคู่ต่อสู้ที่ชื่อนายอภิสิทธิ์  ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะนับตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ หลบคดีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีในคดีทุจริตออกจากประเทศไทย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ และเป็นน้องสาวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ความไว้วางใจเป็นอย่างสูงในการทำดีลทางการเมือง และกำกับดูแลพรรคเพื่อไทย  การทำข้อตกลงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ว่ากับใคร คณะใด เสมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ทำความตกลงด้วยตัวเอง  ผลงานซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ปรากฏ คือ สร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับพรรคเพื่อไทย ด้วยการดูแลสนับสนุนจัดสรรงบประมาณแก่นักการเมืองในสังกัด คอยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างแกนนำสำคัญในพรรคอาทิ ระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

ไม่เพียงเท่านั้น เธอคนนี้ได้แสดงฝีมือในการดึง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก จากพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้าสังกัดพรรคเพื่อไทยในตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์หัวหน้าพรรค

ล่าสุด แม้จะไม่ออกหน้าด้วยตัวเองต่อสาธารณะ เธอสามารถดึงเอาผู้เฒ่าวังน้ำเย็น นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช บุตรชาย และหลานสาว 3 อดีต สส.สระแก้ว เข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย

นายเสนาะ ยอมกลับเข้าร่วมหัวจมท้ายกับพรรคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่เคยประกาศสนับสนุน นายมิ่งขวัญ หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อไทยขึ้นชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และเคยส่งสัญญาณตีจากฉีกสัญญาใจ เมื่อนักการเมืองบางคนในพรรคเพื่อไทยร่วมกับแกนนำคนเสื้อแดงปราศรัยหมิ่นเหม่ก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงวันที่ 13 พ.ค. นายเสนาะ และลูกหลาน เปิดแถลงอย่างเป็นทางการสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ

ย้อนดู น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จ พบว่าเธอมีความฉลาดรอบคอบอย่างยิ่ง มีการจัดวางระบบส่วนตัวเพื่อเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่สนามการเมืองมานานอย่างไม่มีประมาท

ดังจะเห็นได้จากในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซี แอสเสทคอร์ปอเรชั่น ที่มีครอบครัวชินวัตรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 61.08% ของทุนชำระแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้บริหารธุรกิจนับหมื่นล้านบาท กลับขยับขยายยักย้ายจนเหลือหุ้นในชื่อตัวเองเบาบางเพียง 1%พร้อมที่จะก้าวสู่การเมืองทันทีที่จำเป็น  ทุกอย่างดูเหมือนสดใสเพียบพร้อม   หากถามว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไร้ซึ่งจุดอ่อนเชียวหรือ?...

คำตอบ คือ ไม่ใช่...จุดอ่อนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คือ ชีวิตครอบครัว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้ชีวิตคู่กับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (บริษัทของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว น.ส.ยิ่งลักษณ์) โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และทั้งคู่มีลูกชาย1 คน

หากมองย้อนกลับไปในอดีตวิเคราะห์ได้ว่านี่คือสาเหตุที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ออกหน้าบนเวทีการเมืองมาก่อนหน้านี้ และออกตัวช้าในครั้งนี้เพราะเธอขอเป็นไพ่ใบสุดท้ายของพ.ต.ท.ทักษิณ ผู้เป็นพี่ชาย

วันนี้ วันที่สปอตไลต์ส่องตรงไปที่เธอ ชีวิตครอบครัวที่ถูกรักษาความเป็นส่วนตัวมายาวนาน ย่อมหนีไม่การพ้นถูกหยิบยกขึ้นทำลายซึ่งความน่าเชื่อถือ หากคิดจะขึ้นเป็นนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องลืมคำว่าเสียใจ!!!!!