อิสระจัดหนักซัดปากมูล

วันที่ 08 มี.ค. 2554 เวลา 21:49 น.
"กลุ่มที่ออกมาเรียกร้องให้เปิดเขื่อนนั้น เป็นกลุ่มที่ต้องการค่าชดเชยไม่จบสิ้น ทั้งที่เคยได้ไปแล้วเป็นวงเงินหลายแสนบาท ที่ผ่านมามีการตั้งสหกรณ์ให้กลุ่มชาวบ้านบริหารร่วมกันมีเงินถึง 150 ล้าน บาทแต่สุดท้ายแกนนำก็มีปัญหาเรื่องเงินแล้วแตกคอกันไป แกนนำก็ถูกยิงเสียชีวิต"วาทะร้อนห้องประชุมครม.

โดย ทีมข่าวการเมือง

การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการพิจารณาข้อเสนอของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ทดลองเปิดเขื่อนปากมูลเป็นเวลา 5 ปี เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศวิทยา ซึ่งที่ประชุมไม่พิจารณาเรื่องขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของเขื่อนปากมูล แต่ถกเถียงกันในประเด็นว่าหากเปิดเขื่อนถาวรแล้วจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำ มูลแห้งลงอย่างรวดเร็วเพราะไหลลงแม่น้ำโขงที่มีระดับต่ำกว่า 11 เมตร หรือไม่

การประชุมครั้งนี้  ได้เชิญตัวแทนจากคณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการ แก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล นำโดย รศ.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายชโลธร แก่นสันติสุขมงคล นักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ชี้แจงโดยยืนยันว่าจากการเก็บสถิติระดับน้ำที่ผ่านมาทั้งในช่วงที่เปิดหรือปิดเขื่อนยังไม่เคยพบว่าน้ำมูลได้แห้งจนถึงขั้นวิกฤตคือ 102 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง  เนื่องจากตลอดลำน้ำมูลมีเกาะแก่งกว่า 50 แก่ง เป็นเหมือนเขื่อนตามธรรมชาติ ชะลอไม่ให้น้ำมูลแห้ง ส่วนที่กังวลว่าน้ำจะลดจนกระทบต่อชลประทาน นักวิชาการกลุ่มนี้ได้เสนอให้ใช้สถานีสูบน้ำแบบแพลอย ซึ่งจะขึ้นลงตามระดับน้ำเป็นเครื่องสูบน้ำให้ประชาชนได้ทำการเกษตร

 

เขื่อนปากมูล

ในช่วงแรกนายกรัฐมนตรีมีท่าทีเห็นด้วยกับข้อสรุปของนักวิชาการ โดยเสนอว่าควรให้ทดลองเปิดเขื่อนถาวรตามข้อเรียกร้องของสมัชชาคนจน  แต่ต้องตกลงกับชาวบ้านให้ชัดเจนว่มาถ้าระดับน้ำต่ำกว่า 102 ม.จากระดับน้ำทะเลปานกลาง  ซึ่ง อยู่ในขีดอันตรายกระทบต่อน้ำในระบบชลประทานก็ให้ปิดทันที จนกว่าระดับน้ำจะกลับมาสู่ภาวะปกติ

แต่รัฐมนตรีที่แสดงความไม่เห็นด้วยชัดเจนคือ นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ระบุว่าหากเปิดเขื่อนจะทำให้น้ำแห้งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านที่ต้อง ใช้น้ำจากเขื่อนทำการเกษตร ถ้าหากเปิดเขื่อนจริงจะมีชาวบ้านออกมาเดินขบวนมากกว่าที่มาชุมนุม จึงขอให้ครม.ฟังความเห็นจากประชาชนส่วนอื่นๆนอกจากสมัชชาคนจนด้วย ขณะที่นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ ก็แย้งนักวิชาการที่ระบุว่าการปิดเขื่อนทำให้พันธุ์ปลาสูญหายไปนั้นขอให้ไป ศึกษาลุ่มน้ำอื่นที่มีเขื่อนด้วยเกิดปัญหาหรือไม่

หลังจากที่นักวิชาการชี้แจงเสร็จสิ้นลงและได้เชิญออกจากห้องประชุมไปแล้ว ก็เป็นจังหวะที่นายอิสระกล่าวไล่หลังว่า“พวกนี้เหมือนกันหมด ในใจเขาคิดว่าข้อมูลเขาไม่มีวันผิดเพราะเขาคิดว่าการสร้างเขื่อนผิดหมด  มันต้องไม่มีเขื่อนทั่วโลก เขามีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ไม่ต้องการให้มีเขื่อนเลย  แล้วถ้าเราไปปิดเขื่อนทุกเขื่อนจะมีปัญหาไหม ยิ่งจะมีปัญหาลุกลามไปถึงพลังงานไฟฟ้าอีก”

นายอิสระ ยังกล่าวต่อไปว่า  ถ้าเปิดเขื่อนตามข้อเรียกร้อง น้ำแห้งประชาชนทั่วอุบลฯ ที่ทำนา ทำการเกษตรเสียหายแล้วต้องเดินทางมาหานายกฯอีก จะทำอย่างไร

“กลุ่มที่ออกมาเรียกร้องให้เปิดเขื่อนนั้น เป็นกลุ่มที่ต้องการค่าชดเชยไม่จบสิ้น ทั้งที่เคยได้ไปแล้วเป็นวงเงินหลายแสนบาท ที่ผ่านมามีการตั้งสหกรณ์ให้กลุ่มชาวบ้านบริหารร่วมกันมีเงินถึง 150 ล้าน บาทแต่สุดท้ายแกนนำก็มีปัญหาเรื่องเงินแล้วแตกคอกันไป แกนนำก็ถูกยิงเสียชีวิต” นายอิสระ กล่าว

 

การชุมนุมของชาวปากมูล

ทั้งนี้มีรัฐมนตรีอภิปรายกล่าวสนับสนุนนายอิสระ ทั้ง นายศุภชัย โพธิ์ศุ รมช.เกษตรและสหกรณ์  โดยเฉพาะนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ซึ่งกล่าวว่า ตนก็เคยเข้าร่วมแก้ปัญหาม็อบปากมูลมาแล้วก็พบปัญหาเช่นเดียวกัน

 

ในที่สุด นายกฯ ขอให้ครม.ดึงประชาชนจากทุกกลุ่มมาร่วมแสดงความเห็นว่าควรจะ ให้เปิดเขื่อนหรือไม่ ไม่ใช่ฟังแต่กลุ่มที่มาชุมนุมอย่างเดียว สุดท้ายนายกฯจึงให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องระดับน้ำต่อไป

ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมตีกลับมาตรการเปิดเขื่อนถาวร 5 ปี  หลังจากคณะกรรมการศึกษาผลกระทบหลังการเปิดเขื่อน ที่มี นางนวลน้อย ตรีรัตน์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการ โดยการนำบทวิจัยหลายแห่ง มาชี้แจงครม. ซึ่ง  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  แสดง ความเป็นห่วงในที่ประชุม ครม. ต่อปริมาณน้ำหากมีการเปิดเขื่อนถาวร อาจทำให้ปริมาณน้ำไม่พอเพียงต่อความต้องการของประชาชน ที่อาศัยในบริเวณเขื่อนปากมูล 

ดังนั้นนายกฯสั่งจึงให้ นางนวลน้อย ไปศึกษา ระดับน้ำที่ต้องปล่อยจากเขื่อนในปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอต่อความต้องการ และเก็บไว้เท่าไหร่ ถึงจะไม่ขาดแคลน   โดยให้หารือกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน และองค์การบริหารส่วนตำบล  ในพื้นที่ เพื่อตกลงว่า การเปิดเขื่อนถาวร ระดับน้ำในเขื่อนควรเหลือเท่าไหร่