เกมอุ่นเครื่อง ปชป. - พท.เค้นจุดเด่นคายจุดอ่อน

  • วันที่ 07 มี.ค. 2554 เวลา 14:21 น.

การประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีนี้ อาจสร้างความนิยมในยุคหนึ่ง แต่ยุคที่โลกล้ำหน้าไปถึงสังคมแบล็กเบอรี่ หรือวุฒิภาวะระดับไอโฟน การจมอยู่กับวิถีดิสเครดิตทำลายล้างตีแผ่ ไม่ได้ทำให้เกิดการพัฒนาทางสมองของผู้คนที่เปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น...

โดย...อสนีบาต      

ไม่ว่าเป็นแค่คำคุย หรือกลลวง จะประกาศยุบสภาภายในกลางปีนี้   แต่อาการขยับของ พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทย ทำให้เห็นถึงการเตรียมตัวรับศึกเลือกตั้ง  อยู่ที่ว่าการเตรียมตัวนั้น แสดงให้เห็นถึงความพร้อมลงสนามอย่างแท้จริง หรือเป็นแค่การแสดงลิเกจำอวดสร้างความฮือฮาให้เสมือนว่าตัวเองพร้อมแล้ว 

สำรวจจากผู้คนตามท้องถนนเจอะเจอแผ่นป้ายที่เริ่มออกมาประชันริมฟุตบาท ทั้งใจกลางเมืองและเขตชานเมืองระหว่างสองพรรคใหญ่  บ่งบอกถึงระดับความสามารถพรรคไหนมีความพร้อม  พรรคไหนมีความคึกอยากลงทำศึกบิ๊กแมทซ์

นับตั้งแต่การชิ่งออกจากตึกไทยคู่ฟ้าของกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ด้วยการให้เหตุผลออกมาวางแผนทำยุทธศาสตร์พรรครับเลือกตั้ง น่าจะเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากกว่าขัดแย้งภายในครัวเรือนทำเนียบรัฐบาล เพราะประชาธิปัตย์รับรู้มาตลอดว่าสนามเลือกตั้งครั้งนี้ดุเดือดเป็นยิ่งนัก  เนื่องจากต้องการพิสูจน์ถึงการเข้าสู่อำนาจรัฐภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อหวังลบครหา "นายกฯคุณขอมา" หรือ แม้แต่เสียงวิจารณ์ "ฟอร์มครม.บ้านพักทหาร" ดังนั้นการได้ออกมาซุ่มวางแผนเก็บตัวนักกีฬาการเมือง ใช้เวลาวางตัวดรีมทีม กว้านจีบตัวเด่นดังราคาดี  พร้อมจัดกระสุนดินดำ อัดฉีดบำรุงกำลังผู้สมัคร ด้วยการจัดระดมทุนโต๊ะจีนหาเงินสร้างขวัญกำลังใจสู่การลงสู้ศึกใหญ่ก็เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งนัก  

แม้แต่การได้เห็นวิธีวางปฏิทินให้หัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ เดินสายเปิดนโยบายใหม่  ออกชุดแคมเปญรายสัปดาห์  ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ผู้ใช้แรงงาน  ภาคเอกชน  ข้าราชการ จนสร้างความฮือฮา เกิดประเด็นโยนหินถามทางถึงประชานิยมรอบหน้าจะเป็นจริงเป็นจังแค่ไหน   มาล่าสุดปล่อยให้หัวหน้าพรรคออกไปประชันวิสัยทัศน์กับบรรดาหัวหน้าพรรค แกนนำแต่ละพรรค ตั้งแต่นโยบายกระจายอำนาจ นโยบายด้านสตรี  ทำให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลที่ดูจะฟุ้งได้ปร๋อ  ขณะที่บางพรรคติดๆขัดๆส่งระดับแกนนำระดับกลาง โฆษกพรรคมาประชัน

ขณะที่ป้ายโฆษณาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาดาษดื่น ด้วยการบอกกล่าวนโยบายต่างๆ ตามตัวเลขมงคล 25 และหวังว่าถ้าช่วยกันเลือกส.ส.พรรคให้ได้ถึง 250 เสียง กลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ ย่อมทำให้นโยบายพรรคที่ประกาศไว้สัมฤทธิ์ผล   

กอปรกับการได้เสพใบหน้ารมต.ประชาธิปัตย์ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์  โทรทัศน์  อย่างเมามัน  พอจะทำให้เห็นถึงการรีบชิงจังหวะสร้างแบรนด์ตรึงใจประชาชนให้มากที่สุด   เพราะหากมีการประกาศเลือกตั้ง โอกาสกระหน่ำโฆษณาคงไม่ได้เท่านี้  เนื่องจากต้องอยู่ภายใต้การควบคุมปริมาณราคาตามที่กฎหมายเลือกตั้งส.ส.และสว. กำหนด 

เช่นเดียวกับการอยู่ในอำนาจรัฐ  สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวหัวหน้าพรรคในหมวกหัวหน้ารัฐบาล จัดกำหนดการตามการบ้านนโยบายสำคัญชนิดเร่งด่วน  ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกรรมการปฏิรูปประเทศไทยถี่ยิบ  มีการเข้าคลุกวงในระดมความเห็นกับเครือข่ายประชาชน ทั้งด้านโฉนดชุมชน  เครือข่ายยุติธรรมชุมชนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา   หรือการเร่งเร้าเจ้าหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรรม  ออกท่าทางขึงขังคอนเฟอร์เรนซ์ทวงถามสถิติแก้ปัญหายาเสพติด ล้วนเป็นการกวาดต้อนข้อมูลสรุปเป็นความสำเร็จก่อนไปโพทนาประชาชนในช่วงใกล้สิ้นอำนาจ

เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า  แม้จะเลือกตั้งกลางปีหรือสิ้นปีนี้  ประชาธิปัตย์เร่งฝีเท้าโกยไปแล้วช่วงตัว

ขณะที่พรรคคู่แข่งสำคัญเป็นพรรคใดไปไม่ได้นอกจากพรรคเพื่อไทย ไม่ได้น้อยหน้า กับการปักป้ายขายแบรนด์พรรคและโหมจัดกิจกรรมผ่านกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อตรึงมวลชนให้มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง   แต่ทว่า สิ่งเหล่านี้ ยากที่จะค้นหาสาระนโยบายพรรค   เหตุผลหนึ่งที่นโยบายดี เด่น ดัง ยังไม่ออกมา แม้มีคำชี้แจงจากคีย์แมนพรรคอย่าง คณวัฒน์ วศินสังวร ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยระบุกลัวพรรคอื่นจะก็อปปี้หาเสียง ก็อาจเป็นเหตุผลที่ฟังได้ระดับหนึ่ง   แต่ก็มีข้อสังเกตตามมา ในเมื่อเหล่าขุนพลพรรคประกาศเซ็งแซ่ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นพรรคเพื่อไทยกวาดเรียบแน่ แล้วเหตุฉไนถึงต้องออกอาการยึกๆยักๆไม่ชูสาระเด่นทางนโยบายให้สาธารณชนรับรู้ไปเลย  ในเมื่อจะชนะถล่มทลายไปกลัวอะไรกับแค่การโหมโรงปล่อยมินินโยบายออกมา  

หรือแท้ที่จริงเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่มีความลงตัวในทางสาระนโยบาย  หรือ ต้องรอปลุกปั้นนโยบายขั้นเทพผ่านมันสมองประธานบริษัทพรรคตัวจริงจากแดนไกลเสียก่อน  ซึ่งข้อหลังนี้น่าจะมีน้ำหนักมากกว่า  

เมื่อเป็นเช่นนี้   สาธารณชน จึงได้เห็นแต่แผ่นป้ายสัญลักษณ์พรรคภายใต้พื้นสีแดงพรึ่บ  ถ้ารถติดขนาดหนักอาจได้อ่านรายละเอียด  แต่ถ้ามองผ่านไปผ่านมาทุกวันๆ จะจำได้เฉพาะหัวข้อตัวเป้งเน้นหนักถล่มรัฐบาล  “5 ล้มเหลวและ 10 จำทน”   นี่คือความชัดเจนที่สุด นโยบายพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างนี้นี่เอง คือหนักไปทางดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก หาได้จุดประกายความหวังให้ประชาชนได้เห็นนโยบายใหม่ๆ  

จริงอยู่ที่ว่า วิธีการโจมตีผ่านแผ่นป้ายของพรรค พร้อมกับมีมวลชนเสื้อแดงเดินคู่รุกฝ่ายตรงข้ามทุกเวที  ออกมาขับไล่ทั้งงานแต่ง งานบวช แม้แต่งานพิธีสำคัญอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ ก็คงต้องให้เกียรติกลุ่มผู้นิยมพรรคเพื่อไทยเนื่องจากเป็นพฤติกรรมฝังลึกจนสังคมหวาดผวาหวาด ขณะเดียวกันเมื่อคนเสื้อแดงเป็นเนื้อเดียวกับพรรคเพื่อไทยด้วยวิธีหาเสียงแบบนี้ ก็เสี่ยงต่อการตกเป็นคดีความทางการเมือง

อีกทั้งพรรคยังมีความเชื่อว่า ลูกไม้การเมืองโบราณที่นิยมการปลุกปั้นวาทะดิบๆ จะสร้างความนิยมชมชอบจากลุง ป้า น้า อา  และดึงกลุ่มคนในสังคมบางกลุ่ม  ที่ชอบเสพสีสันต์ไม่เน้นสาระ  แบบเฮไหนเฮนั้น    

แกนนำที่ทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงของพรรคก็รู้ดีว่า ถ้าสื่อสารกันแบบนี้เรื่อยๆพรรคจะต้องติดกับดักตัวเอง   เพราะลืมคิดไปว่าการประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีนี้  อาจสร้างความนิยมในยุคหนึ่ง แต่ยุคที่โลกล้ำหน้าไปถึงสังคมแบล็กเบอรี่ หรือวุฒิภาวะระดับไอโฟน การจมอยู่กับวิถีดิสเครดิตทำลายล้างตีแผ่  ไม่ได้ทำให้เกิดการพัฒนาทางสมองของผู้คนที่เปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น

โดยเฉพาะคนในเมืองที่มีระดับสติปัญญา ความคิด รู้เช่นเห็นชาตินักการเมือง มีอยู่จำนวนมาก รวมถึงพลังเงียบต่างๆ ที่เบื่อหน่ายพฤติกรรมนักการเมืองโรงน้ำแข็งล้างสมองมวลชนมาชุมนุมสร้างความวุ่นวายจนเป็นเหตุให้เกิดการเผาบ้านทำลายเมือง    อย่างเช่น การโหมยุทธศาสตร์ปลุกศพผู้เสียชีวิตเหตุการณ์กระชับพื้นที่มาหาเสียง  ไมใช่แต่การหาประโยชน์จากคนเสื้อแดงที่เสียชีวิต แต่นักการเมืองเหล่านี้ยังโหนตัวเลขเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องจากไปอย่างน่าสลดก็ถูกนำไปเหมารวมว่าเป็นยอดผู้ชีวิตกลุ่มคนเสื้อแดง 91 ศพ ล้วนแต่หนักไปทางความสะใจของกลุ่มนักการเมืองบางกลุ่มหาได้สร้างมิติใหม่ทางนโยบาย  ในที่สุดจะกลายเป็นหอกแหลมย้อนทิ่มแทงพรรคได้

ความพร้อมบนสนามอุ่นเครื่องก่อนเลือกตั้งแบบนี้ ดูจะลุ้นเหนื่อยเหมือนกัน นอกจากยากพบคำว่า”ชัยชนะ”   มองถึงผู้เล่นยังทะเลาะกันเอง และไม่เข้าใจกติกา ปลุกผู้ชมในสนาม นอกสนามแสดงพฤติกรรมโห่ฮาปาของ จุดจบของทีมก็ต้องพบกับบทลงโทษแจกใบแดง หมดสิ้นอนาคต       

คงจะโทษใครไม่ได้ ในเมื่อสังคมนักการเมืองจับสัญญาณได้จะมีการเลือกตั้งในไม่ช้า ฝ่ายไหนขยับอะไรกันไปบ้างแล้วต่างรับรู้กันดี เหลือแต่ว่าจะฉกฉวยโอกาสอย่างนี้สร้างคุณภาพในการหาเสียง หรือมึนอยู่กับนักการเมืองที่ถนัดหากินความแตกแยกให้ใช้วิธีสาดโคลนมานำหน้า  อย่างนี้ต่อให้ทุ่มทุนปั๊มแบงก์มาจากแดนไกลมากเท่าไหร่ ก็เสียของเปล่าๆ

เอาหล่ะ  ระหว่างนี้ยังพอมีเวลาให้สมองน้อยๆหลั่งสารความถูกผิดออกมา นำผลอุ่นเครื่องมาทบทวน ถึงจะแพ้ยับถูกถล่มกร่นด่า แต่หากปรับทีมวางแผนใหม่รอเข้าสู่สนามจริงก็อาจได้ลุ้น   โดยเฉพาะกำจัดจุดอ่อนอันเป็นตัวอุปสรรคพรรค ควานหาหาสาระความเป็นนโยบายพรรคให้เจอ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ