คำสั่งเสียแรงงานไทยในลิเบีย

วันที่ 26 ก.พ. 2554 เวลา 14:32 น.
"ศักดิ์สิทธิ์ ยอดทองหลาง" หนึ่งแรงงานไทยในลิเบีย ยกหูต่อสายสั่งเสียญาติพี่น้อง บอก อยู่ก็อด...ขอทิ้งแคมป์ไปตายดาบหน้า(ดีกว่า) ญาติวอนรัฐเร่งช่วยเหลือด่วน

โดย วิทยา ปะระมะ

“ผมจะไปตายเอาดาบหน้า...อยู่ที่นี่ก็อดตาย สู้ไปตายดาบหน้าเอาดีกว่าเผื่อจะมีทางรอด”

นี่เป็นคำสั่งเสียจากศักดิ์สิทธิ์ ยอดทองหลาง หนึ่งในแรงงานไทยชาวนครสวรรค์ที่ส่งเสียงผ่านโทรศัพท์ทางไกลจากลิเบียมาถึงญาติตอนเวลา 5 ทุ่ม ตามเวลาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา

คำสั่งเสียงที่ปลายสายสร้างความห่วงกังวลกระวนกระวายใจแก่ญาติพี่น้องในเมืองไทยเป็นอย่างมากเพราะผู้เป็นญาติไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้นอกจากพูดให้กำลังใจและภาวนาสิ่งศักดิ์ให้ช่วยคุ้มครองชายผู้อยู่อีกทวีปเท่านั้น

วิภาดา ยอดทองหลาง พี่สาวของศักดิ์สิทธิ์ บอกเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่าน้องชายเพิ่งเดินทางไปทำงานก่อสร้างที่ลิเบียเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่าน โดยมีระยะเวลาสัญญา 3 ปี ได้รับเงินเดือนละ 400 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 1.2 หมื่นบาท/เดือน ที่สำคัญเขาไปแบบไม่มีเงินเลยเพราะตกลงกับนายจ้างว่าจะให้หักค่าใช้จ่ายในการเดินทางออกจากเงินเดือนในภายหลัง

แต่พอไปทำงานได้เดือนเดียว เหตุการณ์ความไม่สงบในลิเบียก็ประทุอย่างรุนแรง ส่งผลให้คนงานไทยที่ตั้งแคมป์ในทะเลทรายในเมืองมิซูราตา ห่างจากเมืองเบงกาซีประมาณ 50 กม.ตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

“น้องชายบอกว่าแคมป์คนงานที่อยู่ใกล้กันประมาณ 1 กม.โดนปล้นเผาค่าย ส่วนแคมป์ที่น้องชายพักอยู่มีคนไทยอีกกว่า 600 คนก็กำลังอยู่แบบอดอยากอาหารแทบไม่มีจะกินเพราะอาหารส่วนใหญ่โดนปล้นไประหว่างทาง ที่พอมีกินก็เป็นอาหารแห้งจำพวกขนมปัง แต่ก็ได้กินคนละนิดละหน่อยเพราะต้องปันส่วนให้เพียงพอกับคน 600 คน น้ำก็เหลือนิดหน่อยเท่านั้น”วิภาดากล่าว

เมื่อความอดอยากถึงที่สุด บวกกับไม่สามารถติดต่อสถานทูตไทยในลิเบียได้ ทำให้คนงานทั้ง 600 คนตัดสินใจทิ้งแคมป์เก็บกระเป๋าเดินเท้าแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ไปหาทางรอดเอาเบื้องหน้า

แต่พอเดินออกไปได้ไม่ถึงไหนก็เจอกับทหารลิเบียและโดนไล่ให้กลับแคมป์ทันที โดยบอกว่าออกไปตอนนี้ก็มีแต่ตายอย่างเดียว

“ตอนนี้น้องเลยต้องกลับมาที่แคมป์และยังรอความช่วยเหลืออยู่ เราเป็นญาติก็เป็นห่วง ห่วงทั้งญาติเราทั้งญาติคนอื่น เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวไม่รู้สึกหรอก ส่วนบริษัทจัดส่งแรงงานก็มาแจ้งว่าคนงานที่โน่นยังอยู่ดีกินดีซึ่งขัดกับที่น้องชายบอกมาก ก็ไม่เข้าใจว่าจะโกหกกันทำไม”วิภาดากล่าว

ด้านจันทิมา แก้วทอง ชาวบ้าน อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ เล่าว่าประมาณ 2 ทุ่มของวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมาได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากนายสมจิต ไชยมา ผู้เป็นบิดาซึ่งอยู่แคมป์เดียวกับศักดิ์สิทธิ์ โดยบิดาบอกว่ามีชายฉกรรจ์ชุดดำไม่ทราบจำนวนยิงถล่มเข้ามาในแคมป์เป็นระยะๆจนทุกคนต้องซ่อนตัวอยู่แต่ในห้อง

"แรงงานไทยทุกคนหวาดกลัวมากและขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อสถานทูตไทยในลิเบียได้ แต่ละคนไม่มีเงินติดตัวสักบาท ส่วนนายจ้างก็ไม่ยอมพาออกไป ไม่ยอมเซ็นใบผ่านทางและถูกยึดพาสปอร์ตไว้หมด"นางจันทิมา กล่าว

เธอกล่าวว่า สิ่งที่แรงงานไทยในแคมป์ต้องการในขณะนี้คือการย้ายออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด นายจ้างไม่อยากให้กลับเมืองไทยก็ไม่ว่าแต่ต้องพาไปสถานที่ปลอดภัยก่อน ทุกวันนี้คนงานในแคมป์หวาดกลัวจนร้องไห้กันหมดแล้ว

"อยากให้รัฐบาลสนใจแรงงานในพื้นที่เสี่ยงและดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็ว ไม่ใช่สนใจเฉพาะคนที่ปลอดภัยและอพยพออกมาแล้ว"จันทิมาทิ้งท้าย