ส่องผลงานปีแรกรัฐบาลรับสภาพไม่ตรงเจตนา ‘รธน.’

  • วันที่ 23 ก.พ. 2554 เวลา 09:26 น.

เปิดผลงานรัฐบาลปีที่หนึ่ง (วันที่ 30 ธ.ค.2551- 30 ธ.ค.2552) ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เตรียมแถลงต่อต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 ก.พ.

โดย......ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

หมายเหตุ : รายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปีที่หนึ่ง (วันที่ 30 ธ.ค.2551- 30 ธ.ค.2552) ซึ่งเตรียมแถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 ก.พ.โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลในช่วงปีแรกจึงมุ่งให้ความสำคัญในการบรรเทาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและวางรากฐานพัฒนาเพื่อเสริมสร้งความเข้มแข็งของประเทศในระยะยาว และแก้ไขความขัดแย้งในสังคมไทย ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสายตาชาวโลกต่อพื้นฐานความเข้มแข็งของสังคมและเศรษฐกิจผ่านการดำเนินนโยบายเร่งด่วนและนโยบายพัฒนาที่สอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

สถานการณ์การพัฒนาประเทศในช่วงปีแรกของรัฐบาล รัฐบาลได้กำหนดแผนงานและแนวทางเร่งด่วนเพื่อแก้ไขและบรรเทาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบบประมาณพ.ศ. 2552 วงเงิน 116,700 ล้านบาท เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา จากนโยบายและมาตรการที่รัฐดำเนินการทำให้ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว การส่งออกเริ่มฟื้นตัว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

สำหรับปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมีดังนี้

1.แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ

-  การเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย ยังประสบกับข้อจำกัดด้านงบประมาณโดยจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางจัดหายุทโธปกรณ์ด้วยความรอบคอบ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า บนพื้นฐานของศักยภาพและความพร้อมของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อรักษาความเข้มแข็งและมั่นคงของประเทศได้อย่างยั่งยืน

2.แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

-  ความเข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งมีความแตกต่างกัน ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งยังไม่สามารถพึ่งตนเองได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ต้องเร่งรัดการทำความเข้าใจเรื่องการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงานราชการส่วนกลางและหรือส่วนภูมิภาคสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

- ปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล เป็นเรื่องที่ไม่อาจกำหนดสถานะการดำเนินการได้เช่นเดียวกับเรื่องกฎหมาย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างบรรทัดฐานความเข้าใจของหน่วยงานให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน

3.แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม

- ประสบปัญหาในทางปฎิบัติในแต่ละโครงการ อาทิ ความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่และผู้ขอรับรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ยังไม่ตรงกันถึงแนวทางและขั้นตอนการปฎิบัติ การขาดกฎหมายและหลักเกณฑ์รองรับการดำเนินการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ยังไม่ครอบคลุมความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

- กลไก บุคลากร และความพร้อมในการดำเนินการเผยแพร่หลักธรรมของศาสนาเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนยังมีความแตกต่างในระดับพื้นที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพและคุณภาพในการดำเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้องและการปรับปรุงศาสนสถานอย่างเหมาะสม

4.แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม

- การจัดตั้ง “สำนักงานบังคับคดีอาญาและการบังคบใช้กฎหมาย” มีข้อขัดข้องที่เกี่ยวข้องกับร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ.2551 รวมทั้งกระบวนการขั้นตอนการเสนอร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการต่างๆหลายคณะและหลายขั้นตอน

- การตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรมให้สังคมและประชาชนไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องได้ในหลายกรณี เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมไม่มีอำนาจเต็มที่ เนื่องจากเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน

- การเร่งรัดสอบสวนคดีสำคัญๆบางคดียังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่สำคัญเพื่อให้การดำเนินการเกิดความเป็นธรรม

5.แนวนโยบายด้านการต่างประเทศ

- การประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีมิติงานด้านต่างประเทศให้เข้าใจบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้มีการประสานงานหรือท่าทีที่เป็นเอกภาพของไทยก่อนออกไปสู่เวทีระหว่างประเทศ

- ความไม่ชัดเจนของมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการดำเนินความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างพันธกรณีระหว่างประเทศ ตลอดจนการทำความเข้าใจทั้งภายในประเทศและกับคู่เจรจาระหว่างประเทศ

6.แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ

- มีอุปสรรคการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง กรณีข้อร้องเรียนโครงการด้านสาธารณสุขถึงความโปร่งใสในการจัดเตรียมโครงการทำให้รัฐบาลต้องชะลอการดำเนินโครงการไว้ก่อนและให้มีกรรมการติดตามตรวจสอบ
-  โครงการประกันรายได้เกษตรกร ยังมีปัญหาการสร้างความรู้ความเข้าใจในขั้นตอน วิธีดำเนินการให้กับเจ้าหน้าที่ และการปรับปรับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ

- ปัญหาด้านการพลังงาน ยังมีการคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าจากประชน พลังงานลมที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน และป่าต้นน้ำ
- ปัญหาด้านแรงงานยังขาดการพัฒนาทักษะฝีมือ ความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการของตลาดแรงงานกับคุณสมบัติของแรงงาน ปัญหาการจ้างงาน

7.แนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

- การจัดการทรัพยากรป่าและสัตว์ป่ายังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนและเยาวชนโดยเฉพาะการเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ร่วมกับประชาชนให้เกิดผลอย่างยั่งยืน รวมทั้งไม่มีระบบฐานข้อมูลด้านการรักษาป่า
- การออกเอกสารสิทธิที่ดินยังไม่ทันความต้องการของราษฎร เนื่องจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถบูรณาการภารกิจได้อย่างเป็นเอกภาพ รวมทั้งยังขาดงบประมาณในการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้แล้วเสร็จโดยเร็วได้

8.แนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน
- การนำเสนอผลงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในภาคเอกชนเชิงพาณิชย์ และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมยังอยู่ในวงแคบ

9.แนวโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

- แม้รัฐธรรมนูญจะได้ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่อาจเป็นไปได้อย่างแท้จริงนั้น เนื่องจากยังขาดการมีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็นและการตัดสินใจจากกลุ่มประชาชนที่มีส่วนได้เสียจากการดำเนินโครงการภาครัฐอย่างแท้จริง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ