เดิมพันศึกซักฟอก!!ฝ่ายค้านปิดบัญชีไม่ลง"ลุงตู่"อยู่ครบเทอม

วันที่ 28 ส.ค. 2564 เวลา 18:21 น.
เดิมพันศึกซักฟอก!!ฝ่ายค้านปิดบัญชีไม่ลง"ลุงตู่"อยู่ครบเทอม
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

**************

ศึกซักฟอกรัฐบาลเริ่มวันที่ 31 ส.ค. – 3 ก.ย. จะเป็นการอภิปรายที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เผชิญความหนักหน่วงที่สุดจากการแก้วิกฤตโควิดผิดพลาด มีประชาชนต้องสังเวยไป 1 หมื่นชีวิต ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อทะลุ1ล้านนับจากการระบาดระลอกสามต้นเดือน 1 เม.ย.ที่ผ่านมา อีกด้านยังเป็นการพิสูจน์การทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เกิดความแตกแยกกันหนักระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกล ว่า จะบ่อนทำลายพลังตรวจสอบรัฐบาลในช่วงจังหวะสำคัญหรือไม่

ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ + 5 รมต. ประกอบด้วย 1.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข 3.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ 4.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

การอภิปรายครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ล่าสุดเมื่อเดือนก.พ.ต้นปีที่ผ่านมา ปมหลักรอบนี้ หนีไม่พ้น การแก้ปัญหาโควิด

ญัตติซักฟอกระบุพฤติกรรมว่า การบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ล้มเหลว ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดอย่างรุนแรง การจัดหาวัคซีนมีพฤติการณ์ปิดบังอําพราง ไม่โปร่งใส เลือกปฏิบัติ แอบอ้างว่ามีวัคซีน ของบริษัทในพระปรมาภิไธยเพื่อมาฉีดให้กับประชาชน เป็นการทําลายความน่าเชื่อถือของสถาบัน มีผลทําให้ยุทธศาสตร์การจัดหาวัคซีนผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตและ แสวงหาประโยชน์ของบรรดานักการเมือง พวกพ้อง และข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งการทุจริตเกี่ยวกับการจัดหาและจองวัคซีนล่วงหน้า

"พลเอกประยุทธ์ ดําเนินการโดยล่าช้า ขาดความจริงใจ พฤติการณ์ของพลเอกประยุทธ์ มีลักษณะ “ค้าความตาย” โดยเห็นวัคซีนเป็นสินค้า สาธารณะ เหิมเกริม คิดการใหญ่โตในการสร้างกําไรจากวัคซีนร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข"

สถานการณ์โควิดระลอกสามนับจากวันที่ 1 เม.ย.จนถึงวันนี้ ผ่านมา 5 เดือน ระบาดหนักรุนแรง ยอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่การระบาดครั้งแรกเมื่อต้นปีที่แล้ว พุ่งสูงเตะหลัก 1 ล้านคนมาได้หนึ่งสัปดาห์ ยอดผู้เสียชีวิตเกิน 1 หมื่น

การติดเชื้อก้าวกระโดดกว่าระลอกแรกและระลอกสองที่มียอดผู้ติดเชื้อรวมกันเพียงแค่ 29,000 คน ผู้เสียชีวิตเพียง 94 คน แต่เฉพาะ 5 เดือนที่ผ่านมาที่สายพันธุ์เดลต้าระบาด (1 เม.ย.- 28 ส.ค) มียอดผู้ติดเชื้อรวม 1,126,243 คน ผู้เสียชีวิต 10,879 ราย เทียบกันไม่ติดกับการระบาดทั้งสองระลอก

พิสูจน์ให้เห็นว่า ตามญัตติของฝ่ายค้าน การแก้ปัญหาของรัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจเต็ม ยึดอำนาจการแก้ปัญหาโควิดจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็หละหลวมปล่อยเชื้อแพร่กระจายทั่วประเทศ พรรคร่วมรัฐบาลขัดแข้งขัดขากัน การจัดการวัคซีน การแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนข้ามชาติก็ล้มเหลว เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ระบาด

ผลประจักษ์ จากยอดติดเชื้อทะลุล้าน ตายทะลุหมื่น แม้รัฐบาลจะอ้างว่า เชื้อโควิด สายพันธุ์เดลต้า เป็นกระแสการระบาดที่หลายประเทศล้วนเผชิญอยู่ แต่การที่รัฐบาลประมาท ไม่วางแผนจัดหาวัคซีนทางเลือก mRNA แต่เนิ่นๆ เพราะหลงในความสำเร็จของตัวเองที่คุมโควิดอยู่หมัดในระลอกแรกและสองได้ สถานการณ์ก็คงไม่เลวร้ายรุนแรงขนาดนี้

ณ เวลานี้ ความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ตกต่ำหนักสุดในรอบ 7 ปี นับจากที่พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามารัฐประหาร ต่อเนื่องมาถึงลงเลือกตั้ง ความเสื่อมของรัฐบาลสุกงอม การอยู่มานาน ขยายอำนาจให้ตัวเองผ่านการแก้ไขรธน. วิกฤตโควิดรุมเร้า ปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลจะทรุดอีกหรือไม่ อยู่ที่ความสามารถของฝ่ายค้านที่จะปิดบัญชีพล.อ.ประยุทธ์ เชื่อมข้อมูลให้ประชาชนเห็นถึงการบริหารงานผิดพลาดอย่างเป็นระบบ

ฝ่ายค้านเองมีภาษีจากวาทกรรม "แทงม้าตัวเดียว" ชี้แนะถูกทางว่า รัฐบาลพลาดเลือกพึ่งพาแต่วัคซีนแอสตร้าเป็นวัคซีนหลัก สุดท้ายมีปัญหาการจัดสรร เพราะบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ผลิตไม่ทันนำไปสู่การขาดแคลนวัคซีน ทำให้สถานการณ์โควิดเลวร้าย

แต่อย่างที่กล่าวมา ปัญหาซักฟอกครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลอย่างเดียว อยู่ที่ฝ่ายค้านเองด้วยว่า การทำงานจะมีเอกภาพ ไม่แตกแยก เหมือนที่เป็นปัญหาทุกครั้งหรือไม่

ระยะหลังความขัดแย้งระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกลร้าวลึกหนักขึ้น ก่อนการอภิปรายรุนแรงถึงขั้นที่ ภูมิธรรม เวชชัย แกนนำเพื่อไทยท้าดวลกับเลขาธิการพรรคก้าวไกลในโลกโซเชียล หลังจากก้าวไกลออกมาแฉว่า เพื่อไทยพยายามเดินเกมฮั้วกับประชารัฐ ไม่ยอมอภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตร ทั้งๆที่ ทั้งคู่เป็นสายล่อฟ้าในรัฐบาลแล้ว ยังเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค กล่าวหาในโซเชียลไปไกลถึงขั้นทำให้กองเชียร์สามนิ้วมองว่า เพื่อไทยมีแผนซูเอี๋ยพร้อมร่วมงานกับพลังประชารัฐหลังเลือกตั้ง และวิจารณ์ทักษิณสู้ไม่จริง สู้ไปกราบไป แค่มองผลประโยชน์ตัวเอง ไม่ได้หวังจะมาปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เปลี่ยนแปลงสังคมเหมือนก้าวไกล

ไม่เท่านั้น ก่อนเวทีอภิปรายจะเริ่ม ก้าวไกลยังฟัดกับเพื่อไทยในเวทีพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณ กล่าวหาพรรคเพื่อไทย "ตีเช็คเปล่า" ให้รัฐบาลเอางบฯแปรญัตติ ไปให้พล.อ.ประยุทธ์ ใช้แก้โควิดได้อย่างสบายใจในหมวดงบกลางทำให้ตรวจสอบยาก ทั้งที่ควรใส่ไว้ในกระทรวงสาธารณสุขที่ตรวจสอบได้ง่ายกว่า ร้อนถึง พรรคเพื่อไทยต้องออกมาปฏิเสธว่า ก้าวไกลไม่เข้าใจ ทำงานไม่มองยุทธศาสตร์ใหญ่

ทักษิณ ชินวัตร ถึงกับทนไม่ไหว ออกมาเตือนก้าวไกลว่า "พรรคก้าวไกลต้องใจเย็น ๆ ถ้าทำงาน เพื่อหวังสร้างประชาธิปไตย อย่าใจร้อน จะทะเลาะทำไม เรามีภารกิจคือต้องทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่ด่าประวิตร ธรรมนัสแล้วจะได้ประชาธิปไตย อย่างว่าพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลมีวัฒนธรรมต่างกัน แต่ทั้งคู่ต้องทำงานร่วมกัน อย่าทะเลาะกัน เราโตกันแล้ว"

เพื่อไทยกับก้าวไกล ยังทำสงครามชิงมวลชนกันดุเดือดใน 3 แนวรบทั้งเกมในสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกสภาระหว่างม็อบด้วยกัน และ โลกโซเชียลชิงกระแสกันดุเดือด กระทั่งการแก้ไขรธน.ล่าสุด เกิดปรากฎการณ์พรรคฝ่ายค้านอันดับ1เพื่อไทยไปจับมือกับพรรครัฐบาล พลังประชารัฐ แก้ระบบเลือกตั้งให้เป็นสองใบเพื่อเอื้อประโยชน์กับพรรคตัวเอง สร้างความไม่พอใจกับก้าวไกล และพรรคเล็กทั้งสองขั้วอีก

ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ โชคดี รอดพ้นจากการอภิปรายครั้งนี้ หมายถึงแค่เสมอตัว หรือ ใช้เทคนิคในสภาบีบให้ฝ่ายค้านทะเลาะกันเอง หดเวลาอภิปรายให้เหลือน้อย จนฝ่ายค้านไม่สามารถชำแหละนำเสนอความผิดพลาดได้เป็นระบบ สถานการณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ อาจกลับมาประคองเรือปะผุลำนี้ต่อ หากสถานการณ์โควิดเริ่มเห็นทิศทางบวก คลายล็อคได้ในหลายกิจการ การฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้า 120 ล้านโดสภายในสิ้นปี วัคซีนmRNA ทยอยมาตามแผนในเดือนก.ย. วัคซีนแอสตร้าเซเนก้ามาครบ 61 ล้านโดสในสิ้นปีตามที่ซีอีโอแอสตร้าฯรับปาก

พล.อ.ประยุทธ์ อาจอยู่ยาวต่อไปอีกปีเศษจนใกล้ครบวาระแล้วถึงยุบสภา โดยเฉพาะถ้าอยู่ได้ถึงไตรมาสแรกของปีหน้า วัคซีนทางเลือกหลายยี่ห้อที่จะเข้ามามากขึ้น รวมถึงวัคซีนไทยอย่างน้อย 4 ยี่ห้อ ที่เร่งให้นำมาใช้ทันก่อนสงกรานต์ปีหน้า

ทั้งหมดเว้นก็เสียแต่ วัคซีนที่จองไว้ไม่มาตามนัดอีก คนไทยคงได้กระอัก สาหัสซ้ำอีกรอบ .....

************************