รวมกิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติในหลวง1-9ธ.ค.

วันที่ 01 ธ.ค. 2553 เวลา 11:10 น.
รัฐบาลชวนประชาชนร่วมถวายพระพรและถวายความจงรักภักดีในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววันที่ 1-9 ธันวาคมนี้

ระหว่างวันที่ 1-9 ธ.ค. นี้ รัฐบาลได้เชิญชวนประชาชนร่วมงานร่วมถวายพระพรและถวายความจงรักภักดีในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ภายใต้ชื่องาน "แผ่นดินของเรา" ระหว่างวันที่ 1-9 ธันวาคม 2553 ณ ลานพระราชวังดุสิต แนวถนนศรีอยุธยา และถนนราชดำเนินนอก บริเวณลานหน้าศาลฎีกา และบริเวณโรงพยาบาลศิริราช (จัดขบวนเรือประดับไฟเฉลิมพระเกียรติฯในแม่น้ำ เจ้าพระยา) เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และรวมพลังความรักความสามัคคีของคน

ทั้งนี้ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีดังนี้

กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดสถานที่การจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ "แผ่นดินของเรา" ระหว่างวันที่ 1 - 9 ธันวาคม 2553 ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ถนนศรีอยุธยา และถนนราชดำเนินนอก โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มกระทรวง 20 กระทรวง จัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงาน กลุ่มรัฐวิสาหกิจและเอกชนจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงาน กลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด จัดแสดงพระราชกรณียกิจ พระบรมราโชวาท และจำหน่ายสินค้าโอทอป และกลุ่ม 50 เขตของกรุงเทพมหานคร จำหน่ายสินค้าและอาหารเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากศิลปินรับเชิญ(นายธงไชย แมคอินไตย) เวทีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมีเวทีถวายพานพุ่มในเวลา 13.00 - 24.00 น. ทุกวัน

สำหรับกิจกรรม  “แผ่นดินของเรา” มีรูปแบบและแนวคิดในแต่ละวัน ดังนี้ วันที่ 1 ธ.ค.  แผ่นดินของเรา  วันที่ 2 ธ.ค.  ทูลละอองฉลองพระชนม์  วันที่ 3 ธ.ค. รวมกมลถวายพระพร  วันที่ 4 ธ.ค. มิ่งขวัญทวยนาคร  วันที่ 5 ธ.ค.ถวายบังคมบรมราชา  วันที่ 6 ธ.ค. พระบารมีเกริกเกรียงไกร  วันที่ 7 ธ.ค. รวมน้ำใจกตัญญุตา  วันที่ 8 ธ.ค. พระก่อพระเกื้อหล้า  วันที่ 9 ธ.ค. พระชนมพรรษาสถาพร

กระทรวงมหาดไทย ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในส่วนกลางจัดที่บริเวณลานพระราชวังดุสิตและถนนราชดำเนิน ระหว่างวันที่ 1 - 9 ธ.ค. 2553 โดยจัดเป็นพาวิลเลี่ยนภายใต้แนวคิด ว่า “KING of KING” รวมถึงมีการจัดขบวนแห่ทางวัฒนธรรมเคลื่อนที่จากสนามหลวงไปยังลานพระราชวังดุสิต การแสดงร่วมสมัย/ขบวนแตรวง บริเวณด้านล่างเวที การแสดงของวง Mahidol University Pop Orchestra (MUPO) ส่วนทางด้านภูมิภาคจัดแสดงภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติฯ 7 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง เหรียญของพ่อ คนล่าเมฆ อาม่า เรื่องเดียวกัน จากฟ้าสู่ดิน ราชประชานุเคราะห์ และแผ่นดินของเรา พร้อมจัดทำ CD จำนวน 5 ล้านชุด แจกจ่ายให้ประชาชน โดยจะจัดฉายในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ จะจัดฉายในโรงภาพยนตร์เครือเอสเอฟ และเมเจอร์ทุกสาขา ในเวลา 10.00 น. ประชาชนเข้าชมได้ฟรี

สำหรับการจัดแสดงขบวนเรือประดับไฟเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 มีเรือที่แจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมประมาณ 600 ลำ เรือประดับไฟ 32 ลำ โดยขบวนเรือจะตั้งอยู่ระหว่างสะพานพระปิ่นเกล้า-หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนร่วมกิจกรรมมากกว่า 4 หมื่นคน พร้อมกันนี้จะมีพิธีการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและปล่อยโคมลอยขนาดเล็ก จำนวน 8,400 โคม รวมทั้งฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 7 เรื่องดังกล่าว ผ่านจอม่านน้ำบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝั่งท่าพระจันทร์

กระทรวงคมนาคม จัดโครงการพาพ่อเที่ยวประกอบด้วย กรมเจ้าท่าจัดโครงการไหว้พระทางเรือ ระหว่างวันที่ 4 - 6 ธันวาคม 2553 เส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ - เกาะเกร็ด กรมทางหลวงชนบท จัดโครงการพ่อลูกล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาชมแสงสีของสะพานภูมิพล จังหวัดสมุทรปราการ ในยามค่ำคืนวันที่ 4 ธันวาคม 2553 การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดโครงการท่องเที่ยวด้วยขบวนรถไฟฟ้าหัวจักรไอน้ำวันที่ 4 ธันวาคม 2553 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา วันที่ 5 ธันวาคม 2553 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และวันที่ 6 ธันวาคม 2553 ที่จังหวัดนครปฐม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จัดโครงการโดยสารรถไฟฟ้าโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจัดโครงการครอบครัวสุขสันต์ไหว้พระ 9 วัด ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการเดินทางเป็นคู่จองตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ธันวาคม 2553 บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดโครงการธันวาพาพ่อเที่ยวโดยมีส่วนลดในการเดินทาง

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดกิจกรรมถวายพระพรออนไลน์ และงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ด้วย9 ชาวไทย” ขึ้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 7 ธันวาคม 2553 ซึ่งประชาชนสามารถถวายพระพรออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ได้ที่ www.9forking.comนอกจาก นี้ยังสามารถร่วมถวายพระพรโดยการส่งข้อความสั้นผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (SMS) ฟรีทุกระบบที่หมายเลข 4567890 หรือส่งไปรษณียบัตรถวายพระพร ไปที่ ตู้ ปณ.ถวายพระพร ปณ.สำนักงาน ปณท 10002 โดยกระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมกิจกรรมไว้ที่ 9,999,999 คำถวายพระพร สำหรับข้อมูลภาพและข้อความที่มีผู้ร่วมถวายพระพรในโครงการฯ นี้ กระทรวงฯ จะรวบรวมมาจัดทำเป็นข้อความ “ทรงพระเจริญ” ทูลเกล้าถวายในภายหลัง

กรมการศาสนา จัดกิจกรรมดังนี้ จัดพิธีอุปสมบทพระภิกษุ จำนวน 7,056 รูป ในกรุงเทพมหานครจำนวน 9 วัด ๆ ละ 84 รูป ส่วนภูมิภาค 75 จังหวัด ๆ 1 วัด พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 84 รูปต่อวัน (โครงการทำดี 9 เช้า 9 วัน 9 วัด) จะจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์รวม 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 - 9 ธันวาคม 2553 เวลา 07.00 น. ณ ลานพระราชวังดุสิตพิธีทางศาสนาของศาสนิกชน 5 ศาสนา ในวันที่ 2 ธันวาคม 2553 เวลา 15.00 น. ณ อาคารใหม่สวนอัมพร พิธีละหมาดของศาสนาอิสลาม ในวันที่ 3 ธันวาคม 2553 เวลา 12.00 ที่มัสยิดทุกแห่งทั่วประเทศ พิธีบูชาขอบพระคุณนมัสการพระเจ้าของศาสนาคริสต์ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 เวลา 08.00 น. ที่โบสถ์ทุกแห่งทั่วประเทศ พิธีสวดถวายพระพรของศาสนาพราหมณ์ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 เวลา 08.00 น. และเวลา 19.29 น. ที่โบสถ์เทพมณเฑียร พิธีสวดอัรดาสของศาสนซิกข์ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - 9 ธันวาคม 2553 ที่วัดซิกข์ทุกแห่งทั่วประเทศ

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามและทุกวัดทั่วประเทศ จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งจัดพิธีไปแล้ว 3 ครั้ง ส่วนครั้งสุดท้ายกำหนดในวันที่ 4 ธันวาคม 2553 เวลา 16.00 น. โครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ พระสงฆ์ 2,553 รูป ระหว่างวันที่ 3 - 7 ธันวาคม 2553 ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ระหว่างวันที่ 1 - 6 ธันวาคม 2553 ที่บริเวณศาลฎีกา โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ที่บริเวณศาลฎีกา ในเวลา 19.19 น.

ทั้งนี้นอกจากการจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลแล้วภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ที่น่าสนใจ อาทิ มหรสพ การฉายหนังกลางแปลง การแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก พิธีทำบุญตักบาตร (ช่วงเช้า) การเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพร การอุปสมบทหมู่ 84 รูป เป็นต้น

นอกจากนี้สำนักพระราชวังยังได้จัดสมุดลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ในสถานที่พระราชฐาน ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระราชวังบางปะอิน พระราชวังสนามจันทร์ พระตำหนักประทับแรม อำเภอปากพนัง และวังไกลกังวล ซึ่งประชาชนสามารถมาลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวได้โดยให้แต่งกายสุภาพ

ด้าน นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในส่วนของการแสดงบนเวทีกลาง หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม จะมีการแสดงที่น่าสนใจ ในแต่ละวัน ได้แก่

วันที่ 1 ธ.ค. 53 การแสดงจากศิลปินรับเชิญ ธงไชย แมคอินไตย์ การแสดงของวง TPO โดย อ.สุกรี เจริญสุข มหกรรมกลองมงคล 4 ภาค 84 ชิ้น การแสดงคอนเสิร์ตเพื่อพ่อจากค่ายศิลปินต่างๆ

วันที่ 2 ธ.ค. 53 การแสดงโขนสมัครเล่นระดับประถมศึกษา ตอน จองถนน การแสดงพื้นบ้านภาคกลางชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ (วงกลองยาว, วงแตรวง) การแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ (ชนเผ่าต่างๆ) การแสดงคอนเสิร์ตร่วมสมัย คอนเสิร์ตโดยวงฟองน้ำ การแสดงมหกรรมลิเกเรื่องพระมหาชนก คณะพงษ์ศักดิ์ สวนศรี

วันที่ 3 ธ.ค. 53 การแสดงลิเกเด็กของคณะเด่นชัย ศิษย์หอมหวล การแสดงพื้นบ้านภาคอีสานชนะเลิศถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ (วงพิณ แคน โปงลาง วงกันตรึม) การแสดงพื้นบ้านและมหกรรมกลองนานาชาติ 9 ประเทศ คอน เสิร์ตเพลงพระราชนิพนธ์ ชุด คีตนวมินทร์ คอนเสิร์ต วงบิ๊กแบนด์ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ 4 ธ.ค. 53 การแสดงชุดจ๊ะทิงจา ของครูไพรัช สังวริบุตร การแสดงพื้นบ้านภาคใต้ชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ (วงดิเกร์ฮูลู, โนราห์, รองเง็ง) การแสดงพื้นบ้านและมหกรรมกลองนานาชาติ 5 ประเทศ คอนเสิร์ตวงบิ๊กแบนด์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การแสดงดนตรีแจ๊ซ

วันที่ 5 ธ.ค. 53 การแหล่เรื่องเล่าไตรรงค์ธงสยามและการแสดงชุดพิเศษจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คอนเสิร์ตวงดนตรีสากล กรมศิลปากร การแสดงชุดพิเศษแผ่นดินของเรา การแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติโดยกรมศิลปากร ตอนพระราม ครองเมือง ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของกษัตริย์ผู้ปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม มีความพิเศษหลายประการ ได้แก่ เป็นการแสดงโขนชุดเดียวกับการแสดงมหรสพ สมโภชงานออกพระเมรุพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยในการแสดงครั้งนี้จะมีตัวแสดงทั้งสิ้น 84 ตัว ในขณะที่ชุดโขนทั้งหมดได้รับการเปลี่ยนใหม่หมด เป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีพระประสงค์จะให้การแสดงมีความยิ่งใหญ่อลังการสมพระเกียรติ และคอนเสิร์ตวงบิ๊กแบนด์ของสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทย

วันที่ 6 ธ.ค. 53 การแสดงวิพิธทัศนาของเด็กพิการและด้อยโอกาส การแสดงพื้นบ้านภาคเหนือชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ (วงมังคละ,    วงสะล้อ ซอ ซึง) การแสดงพื้นบ้านและมหกรรมกลองนานาชาติ คอนเสิร์ตวงบิ๊กแบนด์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การแสดงหมอลำอีสานโดยศิลปินแห่งชาติ นางฉวีวรรณ พันธุและลูกศิษย์

วันที่ 7 ธ.ค. 53 การแสดงวิพิธทัศนาของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. การแสดง โดยกรมศิลปากร ละครชาตรี เรื่องมโนราห์ ตอน พระสุธนเลือกคู่ การแสดงพื้นบ้านและมหกรรมกลองนานาชาติ คอนเสิร์ตวงบิ๊กแบนด์ของมหาวิทยาลัยมหิดล การแสดงคอนเสิร์ตลูกทุ่งไทยรวมใจถวายพระพร โดยนักร้องลูกทุ่งจากทั่วฟ้าเมืองไทย นำโดยสดใส รุ่งโพธิ์ทอง

วันที่ 8 ธ.ค. 53 การแสดงหุ่นละครเล็ก การแสดงจากสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน การแสดงของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (ละครนอก) เรื่อง สังข์ ศิลป์ ชัย การแสดงพื้นบ้านและมหกรรมกลองนานาชาติ การแสดงคอนเสิร์ตของวงดนตรีสุนทราภรณ์เต็มวง โดยจะมีการเปิดเวทีลีลาศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินแห่งชาติร่วมใจเทิดไท้องค์ราชันย์ โดยศิลปินแห่งชาติ ครูประยงค์ ชื่นบาน ซึ่งจะอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มานำเสนอเป็นครั้งแรกบนเวที

วันที่ 9 ธ.ค.53  การแสดงของวงดุริยางค์เยาวชนไทยและคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย การแสดงของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยชนะเลิศถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ คอนเสิร์ตวงบิ๊กแบนด์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ การแสดงพื้นบ้านและมหกรรมกลองนานาชาติ การแสดงชุดรวมใจถวายพระพร