จับตาคมนาคม ถก ผู้ถือหุ้นปาร์คกิ้งฯปาหี่ หรือ จริงใจ

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 14:09 น.
น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า การเจรจา 3 ฝ่ายระหว่างกระทรวงคมนาคม ทอท. และผู้ถือหุ้น ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 ต.ค.นี้ จะออกมาในรูปแบบใด กลุ่มผลประโยชน์จะยังคงลอยนวลหรือไม่....

ในที่สุดนัดของคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่มีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ที่นัดผู้ถือหุ้นของบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเมนท์ ผู้รับสัมปทานการจัดเก็บค่าจอดรถที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 9.00 น. เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการบริหารสัญญาสัมปทานดังกล่าว ก็ต้องมีอันต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากทางฝ่าย คณะกรรมการฯ ไม่ได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง ผู้ถือหุ้นบริษัททั้ง 2 กลุ่มอย่างเป็นทางการว่าจะมีการหารือกันในวันที่ 11 ตุลาคม มีแต่การให้ข่าวผ่านหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น

ขณะที่วิธีการเชิญนั้น เลขานุการหน้าห้อง สุพจน์ ทรัพย์ล้อม เพิ่งจะโทร.ไปนัดผู้ถือหุ้นทั้ง 2 กลุ่มเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ตุลาคม โดยระบุว่าคณะกรรมการฯ จะขอนัดในเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการได้มาของสัญญา

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นฝ่ายนายธรรศ พจนประพันธ์ ได้ขอเลื่อนไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการฯ ในวันที่ 12 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ คณะกรรมการฯ นัดผู้บริหารบริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.มาหารือในเรื่องของผลประโยชน์ต่างๆ เกี่ยวกับสัญญาสัมปทานดังกล่าว ทำให้กลุ่มของ ธนกฤต เจนกิตติโชค ต้องเลื่อนไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการฯ ในวันเดียวกัน

กระแสข่าววงใน บอกว่า สาเหตุที่ต้องกลุ่มนายธรรศ ขอเลื่อนไปให้ข้อมูลในวันเดียวกับ ฝ่ายบริหารทอท. เนื่องจากสายสัมพันธ์ระหว่าง กลุ่มนายธรรศ กับ ฝ่ายบริหารทอท. นั้นแน่นปึ้ก อย่างยิ่ง ทั้งจาก กลุ่มเสธ.ที่เข้ามาคุมพื้นที่อาคาร และลานจอดรถ สนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงที่กลุ่มนายธรรศ คุมพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 3 เดือนแรกหลังได้รับสัมปทานนั้น เพราะเสธ.คนดังกล่าว มีญาติใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารระดับสูงของ ทอท. ทำให้ ในขณะนี้มีความพยายามไม่น้อยที่จะให้ กลุ่มของ นายธรรศ กลับเข้ามาบริหารสัญญาสัมปทานแทนกลุ่มนายธนกฤต

นอกจากนี้ ในช่วงที่ทอท.นำกำลังเข้าไปยึดพื้นที่อาคารจอดรถจาก กลุ่มนายธนกฤต ปรากฏว่า พนักงานที่แจกบัตรจอดรถให้กับรถที่เข้ามาในอาคารจอดรถนั้น เป็นคนของนายธรรศ ทั้งสิ้น

ขณะที่ กลุ่มนายธนกฤต ก็ถือไพ่เหนือกว่า กลุ่มนายธรรศ เนื่องจากตามหนังสือจดทะเบียนบริษัท นายธนกฤต คือ ผู้ที่มีอำนาจในการลงนามผูกพันสัญญาต่างๆ ของบริษัทปาร์คกิ้งฯ ทำให้การทำนิติกรรม หรือหนังสือต่างๆ ที่ต้องออกในนามบริษัทนั้น นายธนกฤต ต้องลงนามทุกครั้ง ขณะที่ นายธรรศ นั้นไม่ได้เป็นกรรมการที่มีสิทธิลงนามใดๆ ทำให้ในแง่กฎหมาย นายธรรศ ถือไพ่รองกว่านายธนกฤต ไม่น้อย

น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า การเจรจา 3 ฝ่ายระหว่างกระทรวงคมนาคม ทอท. และผู้ถือหุ้น ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 ต.ค.นี้ จะออกมาในรูปแบบใด กลุ่มผลประโยชน์จะยังคงลอยนวล กอบโกยผลประโยชน์อยู่อย่างต่อเนื่อง หรือ สัญญานี้จะถูกนำมาแสดงให้สังคมรับทราบถึงความเป็นจริงที่ควรจะเป็น