โจทย์ใหญ่ "คสช." ต้องแก้ปัญหาความไม่แน่นอน

วันที่ 11 ก.พ. 2561 เวลา 15:37 น.
โจทย์ใหญ่ "คสช." ต้องแก้ปัญหาความไม่แน่นอน
โดย...ธนพล บางยี่ขัน

เส้นทางสู่การเลือกตั้งยังดูทอดยาวและเลือนรางเกินกว่าคาดเดาความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นได้ ในวันที่  “สัญญาณ” จากผู้มีอำนาจสูงสุดไม่อาจให้ความมั่นใจ แถมยังออกกฎกติกาที่พร้อมเปิดช่องให้เกิดการขยับโรดแมปออกไปได้เรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาสำหรับคนที่ต้องการการเลือกตั้ง

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษมองทิศทางการเมืองนับจากนี้ว่า เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน จากวันที่ 6 เม.ย. 2560 ได้รัฐธรรมนูญฉบับแรก กระบวนการทางการเมืองควรจะเดินไปตามนั้น ทั้งการออกกฎหมายลูก 240 วัน เสร็จแล้วจัดการเลือกตั้งใน 150 วัน มีคนคำนวณคร่าวๆ น่าเลือกตั้งได้ครึ่งปีนี้ แต่หลังได้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองในเดือน ต.ค. 2560 พรรคการเมืองไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้ ทำให้ไม่สามารถเดินตามกฎหมายพรรคการเมืองใหม่

ปลายปี 2560 คสช.เปลี่ยนกติกา ออกคำสั่งฉบับที่ 53 จากเดิมพรรคการเมืองมองเห็นว่าต้องทำอะไรบ้าง กลายเหมือนต้องมาเริ่มต้นใหม่หมด ให้พรรคการเมืองเดิมเริ่มขยับได้ เม.ย.พรรคใหม่เริ่ม  มี.ค. ต่อมามีการบอกให้บังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง สส. เลื่อนออกไป 90 วัน ทำให้อารมณ์ของคนทั่วไปรู้สึกว่าไม่มีอะไรแน่นอน และยังรู้สึกว่าเปลี่ยนได้อีก โดยผู้มีอำนาจไม่กล้ายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนอีก

ปัญหาที่สอง คือคนมองว่าให้เวลา คสช.เดินตามโรดแมป เพื่อทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยทั้งปฏิรูป ปรองดอง หรืออะไรก็ตาม เพื่อให้การเลือกตั้งไม่นำไปสู่ที่เดิม แต่ถึงวันนี้คนก็ห่วงว่าเลือกตั้งแล้วจะกลับไปขัดแย้งเหมือนเดิม เพราะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมชัดเจน และเริ่มเป็นปมความขัดแย้งที่จะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่ยอมให้เลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆ 

“ตอนนี้อยู่ในภาวะความไม่แน่นอน เลือกตั้งก็ขัดแย้ง ไม่เลือกตั้งก็ขัดแย้ง โจทย์เร่งด่วนที่สุดทางการเมืองของประเทศ คือ ต้องทำให้เราหลุดพ้นจากตรงนี้เสียก่อน ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศจะเดินไปอย่างไร โดยเฉพาะหัวหน้า คสช. ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จตามมาตรา 44 อยู่ในฐานะที่จะยืนยันหรือไม่ยืนยันอะไร”

อภิสิทธิ์ ระบุว่า การไปบอกประชาชนว่าไม่ก้าวล่วงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรื่องเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งออกไป 90 วัน นั้นเป็นคำพูดขัดแย้งกับสิ่งที่เคยทำ เพราะถ้าไม่ก้าวล่วงแล้วแก้ ออกคำสั่ง คสช.ไปแก้ไขเนื้อหา พ.ร.ป. พรรคการเมืองทำไม หัวหน้า คสช.เป็นคนเดียวที่จะให้ความชัดเจน และจะทำให้เกิดความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณบอกว่าจะเลือกตั้ง ก.พ. 2562 ถ้ามีเหตุผลที่ดีเป็นประโยชน์กับส่วนรวม น่าเชื่อถือ สังคมก็รับได้ เพราะสังคมรอมานานขนาดนี้ แต่ถ้าเกิดมีแต่ความไม่แน่นอนไปเรื่อยๆ

เมื่อรวมกับสภาพความอึดที่มาจาก 1.สภาพเศรษฐกิจ 2.ไม่รู้ว่าจะจบที่ไหน 3.สงสัยเหตุผลที่แท้จริงว่าไม่ใช่เหตุผลที่เกี่ยวกับส่วนรวม แต่เป็นประโยชน์ผู้มีอำนาจ เราจะเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง ตอนนี้ยังไม่ต้องคิดไปถึงระบบใหม่ที่ออกแบบมา แต่ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อน

อีกทั้งตัวระบบก็ไปใส่ให้ สว. 250 คน มาหลังเลือกตั้งที่จะทำให้มีโอกาสเกิดความขัดแย้งรูปแบบหนึ่งได้อีก ดังนั้น หัวหน้า คสช.ต้องโปร่งใส ชัดเจนว่าต้องการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไปอย่างไร เพราะความแน่นอน น่าเชื่อถือ ตรงนี้สำคัญสำหรับประเทศเศรษฐกิจ และสำคัญสำหรับการไว้เนื้อเชื่อใจในระบบหลังการเลือกตั้งด้วย วันนี้มันกำลังเข้าไปสู่จุดวิกฤตความเชื่อมั่น ถ้าไม่กอบกู้ภาวะตรงนี้ขึ้นมาก็จะไปซ้ำเติมเรื่องอื่นได้

บทความแนะนำ