ผมไม่แยแส ผมไม่เป็นนายกฯ

  • วันที่ 04 ต.ค. 2553 เวลา 18:44 น.

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงแนวทางการสร้างความปรองดอง ต่อคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง วุฒิสภา

หมายเหตุ : ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง วุฒิสภา ที่มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ เป็นประธาน โดยการประชุมครั้งนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาร่วมประชุมเพื่อชี้แจงถึงแนวทางการในการสร้างความปรองดองให้กับวุฒิสภาได้รับทราบ ซึ่งมีการถามตอบกันอย่างละเอียด โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

พล.ต.สนั่น เริ่มต้นการชี้แจงต่อที่ประชุมว่า  ได้ติดตามการเมืองมา 30 ปีแล้วได้มองเห็นการเมืองว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาคนไทยด้วยกันมีแต่ความขัดแย้งและเรื่องที่ต้องเข่นฆ่ากันเอง เราติดตามมาตั้งแต่ก่อนการรัฐประหารพ.ศ. 2549 จนมาถึงทุกวันนี้ความขัดแย้งทั้งหลายยังเกิดขึ้นเริ่มจากนักการเมืองเป็นต้นเหตุทั้งทางความคิดทางอุดมการณ์ ทั้งหมดมาจากนักการเมืองและกระจายไปสู่ประชาชนที่มีความเชื่อในอุดมการณ์ในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกิดการต่อสู้กันขึ้นมาหลายครั้ง นับตั้งแต่ 19 ก.ย.2549 มีคนคิดเห็นบาดหมางกันทำให้เกิดการสูญเสียมากมาย ผมมาคิดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมาผมอายุครบ 75 ปีพอดีตัวเองอยู่มานานแล้วน่าจะเลิกความโกรธแค้นทุกคนได้แล้วและนึกว่าต้องให้อภัยกับทุกคน และใครที่โกรธแค้นผมอยู่ก็ขอให้ยกโทษด้วย คิดว่าถึงเวลาที่เราต้องจับมือกันเดินหน้าปรองดองให้ได้ พยายามจะสร้างทางเดินไปสู่ความปรองดอง

 

"ขอถามท่านกรรมการทุกท่านในที่นี้ว่ามีความจริงใจหรือไม่ที่จะสร้างความปรองดอง ขอร้องว่าอย่ามีเงื่อนไขและผมจะเก็บความเห็นของแต่ละกลุ่มมาประมวลรวบรวมและหาจุดกึ่งกลางที่ดีสุดให้ทุกกลุ่มอีกครั้งหนึ่งเพื่อเดินไปร่วมกัน" พล.ต.สนั่น กล่าว

จากนั้น ได้มีการเปิดโอกาสให้ส.ว.ได้ซักถามถึงรูปธรรมและกรอบเวลาในการสร้างความปรองดอง

นายศิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช : ในฐานะที่พล.ต.สนั่น นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) คิดว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าครม.อาจริงแค่ไหนในการสร้างความปรองดอง โดยรูปธรรมอย่างหนึ่งที่คณะกรรมการของเรา อยากเห็น คือ การยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548  เพราะเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ และถ้าเราจะปรองดองลำพังนักการเมืองนอกและในระบบมันไม่พอแต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนด้วย ตรงนี้รัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้แค่ไหน

พล.ต.สนั่น :  เข้ามามาทำหน้าที่นี้ในนามส่วนตัวไม่ใช่ในนามครม.หรือพรรคการเมือง แต่ถ้าให้อ่านของนายกฯคิดว่าท่านมีความคิดตรงกับผมมีใจเดียวกับผม เราเคยอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลาพอสมควร แต่ถ้าทุกคนในครม.มีใจปรองดองก็สามารถเข้าสู่ถนนที่ผมทำเอาไว้ได้เพื่อไปสู่จุดหมายเดียวกัน สำหรับการยกเลิกพ.ร.ก.คงตอบให้ไม่ได้เพราะไม่ใช่ความรับผิดชอบของผม  ตอนนี้การเดินทางของผมเพิ่งเริ่มเท่านั้นเริ่มไปเพียงได้ 3 ก้าวยังไม่พอใจเท่าใด เอาไว้ถึงก้าวที่เก้าก่อนถึงจะตอบได้คุ้มหรือไม่คุ้ม ประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าถามว่าเสียใจน้อยหรือไม่ตอบได้เลยว่าไม่เสียใจไม่น้อยใจ เพราะตอนนี้ประชาชนเริ่มให้การตอบรับแล้ว

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ส.ว.สรรหา : ตอนนี้สังคมเริ่มเกิดความสงสัยว่ามีการเมืองแอบแฝงหรือไม่ ขอถามว่าการสร้างความปรองดองต้องใช้เวลานานและระยะยาว ท่านเองจะมีกำลังหรือไม่ และการทำแบบนี้เป็นการหวังถึงตำแหน่งนายกฯหรือไม่

พล.ต.สนั่น : จะประสบความสำเร็จหรือไม่อยู่ที่การให้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อร่วมจุดเทียนให้แสงสว่างกับสังคม และส่วนตัวเตรียมจะไปพบภาคเอกชนเพื่อให้สนับสนุนแนวทางปรองดองทางใดทางหนึ่ง พร้อมกับจะทำหนังสือถึงมหาเถระสมาคมในวันที่ 5 ต.ค.เพื่อให้พระช่วยเทศน์เกี่ยวกับการสร้างความปรองดอง ถ้าทำได้อย่างนี้มีกำลังพอแน่นอน 

“ส่วนการไปพบคนที่อยู่ต่างประเทศถ้าผมสามารถทำให้ประเทศเราเข้าใจตรงกันได้เมื่อไหรคงจะเว้นการไปพบคนนั้นไม่ได้ เรื่องตำแหน่งรองนายกฯเรื่องเล็ก ผมไม่แยแสเลย ผมไม่เป็นนายกฯ ถ้าผมทำแล้วใครจะเป็นและสร้างความปรองดองได้ผมสนับสนุนเต็มที่” 

นายเจริญ ภัคดีวานิช ส.ว.พัทลุง : อยากสอบถามเกี่ยวกับกรอบเวลาในการทำงานเพราะเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้โดยเฉพาะในเดือนต.ค.นี้เริ่มมีกระแสข่าวค่อนข้างหนาหูว่าจะเกิดความวุ่นวาย

พล.ต.สนั่น : เรื่องของเวลาคิดว่าได้เดินทางลัดที่สุดแล้ว ถ้าเราเดินกว้างๆไม่มีจุดหมายคงใช้เวลานาน โดยสัปดาห์ได้คุยกับฝ่ายทหารโดยได้นัดกับรมว.กลาโหม(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) และผู้บัญชาการทหารทุกเหล่าทัพเพื่อหารือถึงแนวทางนี้เช่นกัน และจะเดินทางไปพบกับทุกสีรวมไปถึงสีดำ ซึ่งคิดว่าเป็นทางที่ลัดที่สุดแล้วแต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่คงไม่สามารถตอบได้

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา : คิดว่าปัญหาของพล.ต.สนั่น คือ การหารือกับนายกฯว่าจะทำอย่างไรเช่นเดียวกับกรณีการพบกับอดีตนายกฯทักษิณ หรือ การไปพบกับคนเสื้อดำ ซึ่งคนเสื้อดำถือว่าหลอแหลมมากเพราะไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือไม่ ดังนั้น การเดินหน้าเข้าหาสีดำหลอแหลมต่อการปฎิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐของท่านเป็นอย่างมาก และที่สำคัญ คือ ยิ่งกระบวนการปรองดองเดินหน้าไปมากเท่าไหรแต่กลับพบว่ามีเหตุการณ์ระเบิดมากขึ้น"

พล.ต.สนั่น : เสื้อดำไม่ได้หมายถึงผู้ร้ายอย่างเดียว แต่หมายถึงกลุ่มอดีตทหารพราน และเป็นกลุ่มที่ถูกสงสัยกับสังคมโดยรวม ทั้งนี้คิดว่าถ้ากระบวนการเดินหน้าสร้างความปรองดองมีความคืบหน้าปัญหาระเบิดน่าจะลดลง ส่วนเรื่องตำแหน่งไม่มีปัญหาพร้อมจะลาออกเพราะก่อนหน้านี้เคยจะลาออกมาแล้ว 3 ครั้งแต่นายกฯได้ห้ามเอาไว้

ข่าวอื่นๆ