บึ้มรพ.พระมงกุฎฯ ไม่ชัดฝีมือก่อการร้าย-การเมือง

วันที่ 24 พ.ค. 2560 เวลา 19:51 น.
บึ้มรพ.พระมงกุฎฯ ไม่ชัดฝีมือก่อการร้าย-การเมือง
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

เป็นเรื่องอุกอาจเกินกว่าจะทนรับไหว สำหรับเหตุการณ์มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีลอบนำระเบิดมาวางไว้บริเวณห้องจ่ายยานายทหารสัญญาบัตร ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  เมื่อช่วงสายวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บรวม 21 ราย 

ซึ่งหนึ่งในนั้นมีอากาสาหัส 1 ราย โดยเป็นหญิงชราถูกสะเก็ดระเบิดเข้าบริเวณกราม และต้องรอผ่าตัดเป็นการด่วน แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่มีผู้ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ประเด็นดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน เพราะโรงพยาบาลนั้นถือเป็นสถานที่ปลอดภัย

อีกมุมหนึ่งถูกตั้งข้อสังเกตไปยังประเด็นการครบรอบ 3 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ หรืออาจเชื่อมโยงไปยังกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขยายพื้นที่ลุกลามมายังกรุงเทพมหานคร โดยเล็งเป้าหมาใหม่ คือ สถานพยาบาล

จรัญ มะลูลีม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้มุมมองว่า การก่อการร้ายอาจจะเป็นได้ทั้งปัญหาภายในและภายนอกประเทศ แต่กรณีที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้านั้น ครบรอบ 3 ปี การครองอำนาจของ คสช. พอดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ระเบิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง ที่บริเวณหน้ากองสลากเก่าและโรงละครแห่งชาติ ในเวลาไล่เลี่ยกัน

“จะเห็นได้ว่าหลังจากเกิดเหตุที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการหรือในแต่ละจังหวัด ได้ให้ตำรวจเข้าดูพื้นที่กันอย่างเต็มที่ ระยะเวลานี้อาจจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นยิ่งช่วงของการครบรอบ 3 ปี อาจจะมีกลุ่มบางกลุ่มที่ อาจไม่เห็นด้วยกับการครองอำนาจของ คสช. หรืออาจสร้างสถานการณ์ หรืออื่นๆ เพื่อให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถควบคุมความรุนแรงได้”

นอกจากนี้ ก็อาจจะมีผลต่อเนื่องหรือบางคนคิดเลยไปว่าเป็นการก่อการร้าย ซึ่งความจริงแล้วการก่อการร้ายไม่ได้จำกัดพื้นที่ มันอาจส่งทอดความรุนแรงถึงกันได้ เช่น กรณีการระเบิดห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี จ.ปัตตานี จะส่งมายังกทม.หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าระเบิดภาคใต้ตอนบน ในที่สุดมีความเชื่อมโยงกับภาคใต้ตอนล่าง

อย่างไรก็ตาม ในการมองดูความรุนแรงใหม่และการก่อการร้ายใหม่ หรือเกิดจากปฏิกิริยาทางการเมืองอะไรก็แล้วแต่ มันจะมีวิถีแตกต่างไปจากเดิม คือ เกิดที่ไหนก็ได้ อย่างต่างประเทศเหตุการณ์ระเบิดกลางงานคอนเสิร์ต แต่ครั้งนี้เป็นสถานพยาบาลเหนือความคาดหมาย

“การก่อการร้ายระยะหลังภาพรวมไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกประเทศ มันจะมีความเชื่อมโยงกันและกัน มีผลต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องการให้เป็นข่าวเพื่อดิสเครดิต จนเกิดความหวาดหวั่น และความหวาดกลัว กรณีของไทยหลายมองว่าเป็นการครบรอบ 3 ปี ของรัฐบาลชุดนี้

มีหลายกรณีไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ เพราะมีการปิดกล้องวงจรปิดก่อนกระทำ ทว่า ความรุนแรงไม่ว่าฝ่ายใด สมควรได้รับการตำหนิ เพราะมีผลต่อชีวิต โดยเฉพาะในดินแดนคนต้องทุกข์ทรมานด้วยความป่วยไข้ ยังต้องเหตุการณ์แบบนี้อีก แม้จุดมุ่งหมายต้องการพุ่งเป้าไปยังทหารในโรงพยาบาลก็ตาม

ด้าน แหล่งข่าวจากอดีตสภาความความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้วิเคราะห์เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้ ซึ่งเดาไม่ยากเพราะสาเหตุมีต่อเนื่องมายาวนาน ทั้งฝีมือ และวิธีการระเบิด ตั้งแต่ปี 2551 ต่อเนื่องมาจนถึงเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น จนมาถึงสุดท้ายช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้กับเหตุระเบิดหน้ากองสลาก และโรงละครแห่งชาติ จนถึงวันนี้ ประกอบกับ 3 ปี ครบรอบ คสช. ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าโจมตี เป้าดิสเครดิตงานต่างๆ จากฝ่ายการเมืองบางส่วนที่สูญเสียอำนาจ และกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังรับผลทางกฎหมาย

“ทั้งหลายทั้งปวง เรายังไม่ทราบ เพราะยังไม่สามารถจับกุมใครขณะนี้ได้ รวมถึงยังไม่มีหลักฐานต่างๆขณะนี้ ซึ่งได้แต่คาดเดารวมทั้งดูรูปแบบน่าจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งน่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มคนฝ่ายตรงข้ามและเคยสูญเสียอำนาจ แต่ไม่แน่ใจจะต่อไปถึงมือบงการได้หรือไม่  แต่การแสดงออกถึงความไม่พอใจรูปแบบต่างๆก็มีมาตลอด”

นอกจากนี้ พอมีการประกาศรัฐธรรมนูญ ก็ถือโอกาสลดอำนาจเผด็จการและลดอำนาจฝ่ายปกครองขณะนี้ลงมา และเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และเชื่อว่าฝ่ายการเมืองก็พยายามทำทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ฝ่ายที่ไม่เป็นปรปักษ์โดยตรงกับทาง คสช. ก็พยายามรักษาฐานเสียง รักษาความเชื่อมั่น 

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่า ส่วนตัวไม่สามารถให้ความเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะส่วนตัวห่างไกลข้อมูล และไม่รู้ว่าฝ่ายไหนทำ  ส่วนจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ครบรอบ 3 ปีคสช.หรือไม่นั้น หากจะพูดไปก็ต้องมีหลักฐาน หรือมีข้อกฎหมายชัดเจนอะไรถูก อะไรผิด

“ตกลงว่าใครทำเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ตรงนี้ก็ยังไม่มีหลักฐาน สำหรับการก่อเหตุจำต้องเป็นผู้มีประสบการณ์หรือไม่ คงไม่ต้องมาก แค่มีคนจ้างให้ไปวางตรงนั้น ตรงนี้ ก็ทำได้ เพราะคนจ้างคนทำมันเป็นคนละคนกัน  และผมก็ไม่ทราบรายละเอียด ดังนั้น ต้องไปถามพนักงานสอบสวนจะดีที่สุด”