รากหญ้าร้องเศรษฐกิจไม่ดีจริง

  • วันที่ 02 พ.ค. 2560 เวลา 07:22 น.

รากหญ้าร้องเศรษฐกิจไม่ดีจริง

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

คนรากหญ้าส่งเสียงบ่นระงมยุคนี้ทำมาค้าขายฝืดเคือง สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นจริงตามที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกประกาศก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นแล้ว

ทุกวันนี้การทำมาค้าขายไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อ 3 ปีก่อน วายุภัค จันทร์นวล พ่อค้าขายเนื้อสัตว์สดที่ตลาดบางขุนศรี กทม. สะท้อนเสียงบ่นให้ฟังเป็นเพราะเศรษฐกิจซบเซาทำให้กำลังซื้อหดหายไปด้วยเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่จะเน้นจับจ่ายใช้สอยแบบประหยัดโดยซื้อแต่สิ่งที่จำเป็น เช่น จากที่เคยซื้อเนื้อหมู 1 กิโลกรัม (กก.) ก็ลดลงเหลือครึ่ง กก.เป็นต้น บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยยังตกต่ำและยังไม่ฟื้น

“การที่รัฐบาลออกมาบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ก็ไม่เห็นว่าเศรษฐกิจมันดีขึ้นตรงไหน หากเศรษฐกิจดีจริง การทำมาค้าขายต้องคึกคัก ยอดดี แต่ตรงกันข้ามทุกวันนี้พ่อค้าแม่ค้ากำลังย่ำแย่เพราะมียอดขายลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง จากเดิมขายได้วันละประมาณ 1 หมื่นบาท แต่ปัจจุบันลดลงไปเกือบเท่าตัว ยิ่งขายยิ่งรายได้หด ส่วนรายจ่ายยังคงเท่าเดิม”วายุภัคบ่นด้วยความท้อ

ขณะที่ร้านขายเสื้อผ้าและอาหารต่างๆ ที่ตลาดนัดคลองถม สายใต้ใหม่ บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า รายได้ลดลงมากกว่าครึ่ง แม้ว่าบรรยากาศจะดูคึกคักเพราะมีลูกค้ามาเดินดูสินค้ามากมาย แต่ก็จับจ่ายซื้อสินค้าน้อยลง ซึ่งการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าที่ลดลงเป็นเพราะกำลังซื้อไม่มี

ไม่เพียงแต่พ่อค้าแม่ค้าในกรุงเทพ มหานครเท่านั้นที่ค้าขายสินค้าย่ำแย่ต่างจังหวัดก็ได้กระทบหนักไม่แพ้กัน แม้ว่ารัฐบาลจะหว่านเม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาทผ่านโครงการสนับสนุนต่างๆ หวังกระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานรากให้กลับมาคึกคัก แต่ก็ไม่เป็นตามคาดหวัง บุญล้อม บรรณสาร แม่ค้าขายผัก ขายผลไม้ในตลาดสดเทศบาลตำบลวัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ส่งเสียงสะท้อนถึงรัฐบาลว่าสภาพเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นเพราะขายสินค้าไม่ค่อยได้เหมือนในอดีตซึ่งแต่ละวันมียอดขายดีกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว มีแต่คนเดินดูสินค้าแต่ไม่ซื้อหรือ ซื้อเท่าที่จำเป็น

สุ เทียรี แม่ค้าชาวกัมพูชา เข้าเปิดร้านขายสินค้ามือสองในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว บอกว่า การค้าในตลาดโรงเกลือซบเซามานานนับปีแล้ว รายได้จากการขายสินค้าไม่พอค่าเช่าที่ ขายไม่ดีเหมือนในช่วงเศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู ที่จะมีประชาชนชาวไทยจากทั่วประเทศมาซื้อสินค้าจากตลาดโรงเกลือทั้งไปใช้เองหรือขายต่อ แต่ทุกวันนี้มีลูกค้ามาเดินเลือกดูสินค้ามากกว่าจะซื้อสินค้า เข้าใจว่าชาวไทยมีรายได้ลดลงก็เลยไม่ค่อยอยากซื้อ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็คงไม่ซื้อ

“การซื้อขายสินค้า ไม่ว่าการค้าตั้งแต่กิจการในครัวเรือนจนถึงระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง ในปัจจุบันมีต้นทุนการผลิตสูง แต่เมื่อผลิตมาแล้วขายไม่ได้ หรือมีราคาสูงเกินไป ทำให้ประชาชนไม่กล้าควักเงินซื้อ ประกอบกับข้าวสารมีราคาแพง ทำให้ประชาชนต้องเก็บออมเพื่อซื้อข้าวสารไว้หุงกินดีกว่าที่ไปซื้อของฟุ่มเฟือย” สุ เข้าใจหัวอกคนไทย

ธนวัฒน์ ประสิทธิ์พรกุล ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายชุดนักเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวว่า ในช่วงเศรษฐกิจดีโดยปกติแล้วช่วงใกล้จะเปิดเทอมจะมีผู้ปกครองพาบุตรหลานมาเลือกซื้อชุดนักเรียนกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ 80% จะซื้อครบชุด ทั้งรองเท้า เสื้อ กางเกง และกระเป๋า แต่ปีนี้พบว่ามีลูกค้ามาเข้าร้านไม่คึกคักนัก ซึ่งผู้ที่มาส่วนใหญ่ก็จะมาซื้อแยกชุด ซื้อเฉพาะที่ยังไม่มี ส่งผลให้ยอดขายลดลงจากปีที่แล้วกว่า 20%

นอกจากนี้ จากการสอบถามร้านค้าแบบเดียวกันในจังหวัดอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกันอย่างนี้ทั่วประเทศ จึงทำให้เชื่อว่าจะเกิดจากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สินค้าอุปโภคบริโภคปรับราคาขึ้นไม่หยุด แต่รายได้ประชาชนลดน้อยลง ทำให้หลายครอบครัวพากันใช้จ่ายอย่างประหยัด ซึ่งเรื่องนี้อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนระดับจังหวัดก็อยากให้มีการร่างเป็นแผนพัฒนาจังหวัดระยะยาว เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละคนที่เข้ามาจะได้มาดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เหมือนปัจจุบันนี้ใช้ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นทางผ่านไปสู่ตำแหน่งใหญ่ขึ้นไป โดยมาอยู่ดำรงตำแหน่งแค่ 1-2 ปีเท่านั้น และทุกครั้งที่มาก็ต้องมาเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ตลอด ซึ่งไม่มีความต่อเนื่องในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

สุรเชษฐ์ เพชรรอด เจ้าของร้านขายของชำในชุมชนบ้านกระเสียว หมู่ 2 ต.กำปัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในชุมชนบ้านกระเสียวยังคงย่ำแย่ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของชาวบ้าน

อย่างไรก็ตาม สังเกตได้ว่าเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้านจะดีขึ้นเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงที่รัฐบาลอัดฉีดงบประมาณเข้าโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ เช่น โครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ โครงการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท โครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตรไร่ละ 800 บาท และโครงการอุดหนุนกองทุนหมู่บ้าน

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีโครงการเหล่านี้เข้ามา ก็จะทำให้ร้านขายของชำมีลูกค้ามาซื้อของเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาสู่สภาวะเศรษฐกิจซบเซาเหมือนเดิม ส่วนของที่ขายดีที่สุดในร้านขายของชำ อันดับหนึ่งก็จะเป็นสุรา อันดับสองเป็นบุหรี่ นอกจากนั้นก็จะเป็นของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเหตุที่สุราและบุหรี่ขายดี ก็คาดว่าจะเกิดจากภาวะความเครียดในเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และราคาของใช้อุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไม่สมดุลกัน

รัฐบาลออกประกาศบอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังดีขึ้น ไม่รู้วัดดัชนีจากอะไร ถ้าดีจริงทำไมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าไม่ได้ ยิ่งขายยิ่งรายได้ลดลงสวนกระแสรายจ่ายที่พุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ