รอบ3หรือจะคว้าน้ำเหลว

  • วันที่ 17 ก.พ. 2560 เวลา 06:59 น.

รอบ3หรือจะคว้าน้ำเหลว

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ปฐมบทการบุกค้นวัดพระธรรมกายเพื่อควบคุมตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน รับของโจร รวมถึงคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ มาดำเนินคดีตามหมายจับของศาล

เส้นทางคดีนี้นับตั้งแต่ที่มีการสอบสวนเอาผิดคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กระทั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีหมายเรียกพระธัมมชโยและพวกมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรเมื่อเดือน มี.ค. 2559 จนถึงขณะนี้ก็ร่วม 1 ปี แต่ก็ยังไม่สามารถนำตัวพระธัมมชโยส่งฟ้องศาลได้

ดีเอสไอออกหมายเรียกพระธัมมชโยรวมแล้ว 3 ครั้ง เพื่อเข้าให้ปากคำตามข้อกล่าวหา แต่แล้วก็ไร้เงาของอดีตเจ้าอาสวัดพระธรรมกาย กระทั่งศาลอนุมัติหมายจับครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2559 และดีเอสไอได้ยื่นคำขาดให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวก่อนวันที่ 26 พ.ค.ในปีเดียวกัน ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องนำกำลังเข้าค้นวัด

การถือหมายค้นและหมายจับเข้าวัดพระธรรมกายครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2559 โดยการนำของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ตามแผนปฏิบัติการ “กบิล 59” ที่นำกำลังตำรวจรวม 3 กองร้อยประชิดหน้าวัด

ทว่า ในวันนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ชั้นในของวัดได้ เนื่องจากกลุ่มลูกศิษย์ได้นั่งสมาธิกระทำการขัดขืนเงียบ เพื่อไม่ให้กฎหมายเอาผิดพระธัมมชโย ขณะที่เจ้าหน้าที่เองก็หวั่นว่าหากบุกเข้าไปจะเกิดการปะทะ ร้ายแรงอาจถึงขั้นบาดเจ็บ จึงถอนกำลังขณะประชิดอยู่ได้เพียงวันเดียว

ดีเอสไอเสียหน้า ตำรวจเองก็เสียหาย และผลพวงที่ว่ากระเทือนไปถึงรัฐบาลโดยถูกสังคมตราหน้าว่าไม่อาจนำคนผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้

กระทั่งผ่านพ้นไปราว 5 เดือนเศษ เมื่อเจ้าหน้าที่ตั้งหลักได้อีกครั้ง จึงขอศาลอนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกายอีกรอบ ด้วยหลักฐานที่ยืนยันว่าพระธัมมชโยยังคงอยู่ภายในวัด

 

10 ธ.ค. 2559 พล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งการให้ตำรวจร่วม 3,000 นาย เตรียมเขย่าวัดพระธรรมกายอีกรอบ และเช้าตรู่วันที่ 13 ธ.ค.ถือเป็นการดีเดย์ครั้งที่ 2 ที่เจ้าหน้าที่เตรียมบุกเข้าวัดอีกครั้ง แต่ก็เข้าอีหรอบเดิมเมื่อเจอกับกำแพงมนุษย์ซึ่งเป็นลูกศิษย์และพระลูกวัดที่ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในวัดได้ พร้อมทั้งนำรถแบ็กโฮปิดกั้นทางเข้าออกทุกทาง ที่สุดตำรวจล้อมเอาไว้ครบ 4 วันก็ล่าถอย เนื่องจากไม่สุ่มเสี่ยงจะให้เกิดการปะทะ

แต่การล้อมกรอบวัดครั้งที่ 2 พล.ต.อ.ศรีวราห์ ซึ่งรับผิดชอบการคุมกำลัง และดำเนินคดีพระธัมมชโยสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้ที่ขัดขวาง ทั้งพระสงฆ์ และฆราวาสและทางวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะองอาจ ธรรมนิทา ที่โดนคดียุยงปลุกปั่น ทำให้เสียขบวนหลบหนีไปสักพัก ก่อนจะเข้ามอบตัวเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา และได้ประกันตัวออกไป

การปิดล้อมและตรวจค้นครั้งที่ 3 ถือว่าจัดหนัก ถึงขนาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นเครื่องมือทางกฎหมาย อำนวยความสะดวกในการเข้าค้น โดยกำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมเป็นพิเศษ

 

คำสั่งตามมาตรา 44 ครั้งนี้ มีสาระสำคัญ ห้าม 8 ประการ อาทิ ห้ามผู้ใดที่มิใช่เจ้าหน้าที่เข้าหรือออกในพื้นที่วัดพระธรรมกายหรือมูลนิธิธรรมกาย ห้ามผู้ใดที่มิใช่พนักงาน พกพาอาวุธ หรือวัตถุระเบิด ห้ามผู้ใดที่มิใช่เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องขยายเสียงหรือกระจายเสียงในพื้นที่ควบคุม ห้ามผู้ใดขัดขวาง ก่อกวน ยั่วยุ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ห้ามผู้ใดปลุกระดม ชักจูงมวลชนให้มีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ ห้ามผู้ใดที่มิใช่เจ้าหน้าที่นำอากาศยานไร้คนขับที่บังคับด้วยคลื่นสัญญาณหรือการบังคับด้วยลักษณะทำนองเดียวกันขึ้นบินในเขตพื้นที่ควบคุม ห้ามผู้ใดถ่ายภาพหรือบันทึกเสียงเกี่ยวกับการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมกับกำหนดว่า ผู้ใดขัดขวางหรือฝ่าฝืนคำสั่งฉบับนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต้องดูว่าปฏิบัติการรอบสามครั้งนี้จะสามารถได้ตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่ หรือว่าจะคว้าน้ำเหลว เพราะมีข่าวสะพัดก่อนหน้านี้ว่า พระธัมมชโยหลบหนีไปนานแล้ว

 

ข่าวอื่นๆ