พาณิชย์รับมือราคาสินค้าปี'60

  • วันที่ 13 ม.ค. 2560 เวลา 08:49 น.

พาณิชย์รับมือราคาสินค้าปี'60

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

การดูแลราคาสินค้าปี 2560 ซึ่งมี แนวโน้มในเรื่องของต้นทุนราคาสินค้าขยับตามราคาน้ำมันและค่าแรงงานขั้นต่ำที่จะประกาศใช้ค่าแรงงานอัตราใหม่ในวันที่ 1 ม.ค. 2560 นั้น จากข้อมูลล่าสุดกรมการค้าภายในได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบต่อทุนราคาสินค้าจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลราคาสินค้าให้กับประชาชน

ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่ากรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 0.60 บาท หรือ 2.29% คำนวณจากราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 25.54 บาท ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 26.14 บาท ส่งผลต่อต้นทุนสินค้า 0.0023-0.0932% หรือไม่ถึง 1% สินค้าที่ได้รับผลกระทบ อาทิ สินค้าที่มีผลกระทบจากค่าขนส่งมากเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ได้แก่ ปูนซีเมนต์ กระทบต้นทุนสูงขึ้น 0.0932% เหล็กกระทบต้นทุนสูงขึ้น 0.0284%

ขณะที่สินค้าที่มีผลกระทบจากค่าขนส่งน้อยเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักน้อย เช่น สบู่ กระทบต้นทุนสูงขึ้น 0.0271% ผงซักฟอกกระทบต้นทุนสูงขึ้น 0.0132% ถุงพลาสติกกระทบต้นทุนสูงขึ้น 0.0023% เท่านั้น โดยต้นทุนค่าขนส่งคิดเป็นสัดส่วน 0.25-10.15% ของต้นทุนรวมในการผลิตสินค้า

ด้านการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 5-10 บาท/วัน จาก 300 บาท มาเป็น 305-310 บาท/วัน ใน 69 จังหวัดนั้น พบว่ามีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า 0.01-1.02% โดยอาหารจานด่วนกระทบ 0.11-0.20 บาท/จาน เท่านั้น

"จะพบว่าการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ หรือแม้แต่ราคาน้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2560 นั้น มีผล กระทบต่อต้นทุนสินค้าเพียงเล็กน้อย จึงไม่ห่วงว่าปัจจัยเสี่ยงทั้งสองรายการจะทำให้ผู้ผลิตขยับขึ้นราคาสินค้า ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการอ่อนค่าลงมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตนั้น ขณะนี้เท่าที่รับทราบการอ่อนค่าไม่ได้มากจนต้องกังวล" นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ถึงเรื่องดังกล่าวไว้

นันทวัลย์ มองว่า ปัจจัยต่อราคาสินค้าในปี 2560 นอกจากราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และค่าแรงแล้ว ควรพิจารณาเรื่องภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก เพราะถ้าเศรษฐกิจไทยยังทรงๆ ในระดับนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการยังใช้กำลังการผลิตไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นทุกรายอยากขายสินค้า จึงยังไม่มีการขึ้นราคา และถ้ายิ่งขายได้มากต้นทุนต่อหน่วยดีขึ้น จึงมองว่าสินค้าในปี 2560 จะยังราคาทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2559

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการดูแลราคาสินค้าปี 2560 นั้น หน้าที่หลักของกรมการค้าภายในตามกรอบอำนาจหน้าที่มีอยู่คือ การดูแลปริมาณสินค้าให้มีเพียงพอ มีการกระจายอย่างทั่วถึง ประชาชนเข้าถึงสินค้าได้ง่าย และราคาเป็นธรรม เวลาที่กรมดูแลจะพิจารณาตั้งแต่ต้นทางคือราคาโรงงาน กลางทางคือราคาขายส่ง ปลายทางคือราคาขายปลีก แต่ไม่ใช่มีหน้าที่คุมไปหมดทุกอย่าง และจะดูเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพและสินค้าที่เป็นวัตถุดิบสำคัญเท่านั้น

ขณะเดียวกัน การกำหนดรายการสินค้าและบริการควบคุมจะมีการทบทวนทุกปี โดยเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ รวมทั้งมาตรการที่นำมาใช้ในแต่ละรายการที่จะปรับใช้ความเคลื่อนไหวของราคา ป้องกันความผันผวน หรือในกรณีที่เกิดการปั่นป่วนของสินค้ารายการใดก็สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายเข้ามาดูแลได้

ปัจจุบันมีการกำหนดสินค้าและบริการที่ควบคุม 45 รายการ แบ่งเป็น สินค้า 42 รายการ เช่น น้ำตาลทราย น้ำมันพืช นมผง นมสด ผงซักฟอก ปุ๋ยเคมี อาหารสัตว์ ปูนซีเมนต์ เป็นต้น และบริการ 3 รายการ ได้แก่ การให้บริการในการเผยแพร่งานลิขสิทธิ์เพลงเพื่อการค้า บริการรับฝากสินค้า หรือให้เช่าสถานที่เก็บสินค้า และบริการทางการเกษตร ในส่วนนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มี อภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน

"ไม่คิดว่าจะมีใครฉวยโอกาสขึ้นราคา เพราะกรมมีการออกตรวจตลอดเวลา และสินค้าที่จำเป็นส่วนใหญ่ต้องขออนุญาตและแจ้งให้กรมทราบก่อนปรับขึ้นราคาอยู่แล้ว คำว่าฉวยโอกาสขึ้นราคาเกิดขึ้นได้ยาก แต่เท่าที่ตรวจทุกวันยังไม่พบปัญหา" นันทวัลย์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ