หมอมโนวิเคราะห์กลศึกธรรมกาย จับพระธัมมชโยไม่ได้รัฐบาลวิกฤต

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2559 เวลา 08:50 น.

หมอมโนวิเคราะห์กลศึกธรรมกาย จับพระธัมมชโยไม่ได้รัฐบาลวิกฤต

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ศึกระหว่างตำรวจที่จับมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ต่อสู้กับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าลัทธิแห่งวัดพระธรรมกาย กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากถึงแง่กลต่างๆ ระหว่างสองฝ่ายที่รุกและรับเข้าใส่กัน

ตำรวจและดีเอสไอ ต้อง “เอาตัว” พระธัมมชโยมาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร รวมถึงคดีบุกรุกที่ดินป่าสงวน รวมถึงเอาผิดพระรูปอื่นในวัด ด้วยข้อหาให้ที่พักพิงแก่พระธัมมชโย

เส้นขนานที่ควบคู่การดำเนินการของรัฐ ทีมงานของพระธัมมชโยก็สู้ตามกระบวนการกฎหมายที่อาจจะเปิดช่องเอาไว้ด้วย และยื้อในทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตำรวจได้เข้าถึงตัวพระธัมมชโย

ประเด็นสำคัญ คือ การเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสวัดเพื่อไม่ให้ถูกคดีให้ที่พักพิง จากพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสที่รักษาการอยู่ ไปสู่พระวิเทศภาวนาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายขึ้นมารักษาการแทน ขณะที่พระธัมมชโยก็ถูกยกขึ้นให้เป็นเจ้าอาวาสวัดกิตติมศักดิ์ ซึ่งไม่มีอำนาจการปกครองวัดตามกฎหมายอีกต่อไป

รับรองจากพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี

วิเคราะห์กลเกมที่สังคมกำลังจับตาอยู่ในขณะนี้ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์รักของพระธัมมชโย ที่วันนี้มายืนตรงข้ามกัน เผยแนวคิดกลศึกครั้งนี้ของวัดพระธรรมกายอย่างน่าสนใจว่า วัดพระธรรมกาย ได้เตรียมทุกอย่าง บล็อกทุกทางของกฎหมายสงฆ์ที่จะสามารถเอาผิดพระธัมมชโยได้ การเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสให้พระรูปอื่นของวัดขึ้นมารักษาการ ก็เป็นกลเกมอีกอย่างหนึ่งของวัดที่จะทำให้กฎหมายทางโลกไม่สามารถเข้าถึงพระระดับบริหารของวัด หรือที่เรียกว่า 5 เสือธรรมกายได้

ขยายความข้างต้นจากหมอมโน ที่อธิบายว่า เจ้าอาวาสวัดจะถูกแต่งตั้งได้จากเจ้าคณะจังหวัด และปลดโดยเจ้าคณะจังหวัดเช่นกัน กรณีของวัดพระธรรมกายที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเมื่อพระธัมมชโยถูกออกหมายจับว่าต้องคดี เจ้าคณะจะต้องถอดตำแหน่งออก เพื่อให้ลงจากอำนาจหน้าที่ แต่ประเด็นนี้ก็มีการตั้งให้พระธัมมชโยเป็นเจ้าอาวาสวัดกิตติมศักดิ์ และสามารถลอยอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง กล่าวคือตามกฎอำนาจไม่มีแล้ว แต่เอาเข้าจริงพระธัมมชโยก็ยังชักใยเดินเกมทุกอย่างภายในวัดอยู่ดี

อดีตศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย เล่าอีกว่า การตั้งพระธัมมชโยเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์นั้น เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีแต่ตั้งเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา และแต่งตั้งอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้สังคมได้รับรู้ กระทั่งเรื่องมาแดงขึ้นเมื่อสองวันให้หลัง เพราะพระผู้ใหญ่เหล่านี้คือแขกของวัดพระธรรมกายมาช้านาน จะเห็นได้ว่า กฎหมายทางสงฆ์ระดับท้องถิ่น การจะเอาผิดพระธัมมชโยแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกอย่างได้ “เคลียร์” เอาไว้หมดแล้ว

หรือแม้แต่ระดับมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเข้ามาจัดการก็ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะหมอมโนบอกว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะแต่ละปีพระธัมมชโยสนับสนุนช่วยเหลือให้กับพระระดับชั้นผู้ใหญ่การหวังให้มาเอาผิดพระธัมมชโย จึงไม่มีทางจะเกิดขึ้น

“ทุกวันนี้รูปแบบการบริหารวัดพระธรรมกายก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 5 เสือของวัด และพระทัตตชีโวที่เป็นแม่ทัพ ก็ยังบริหารงานตามปกติภายใต้การกำกับดูแลของพระธัมมชโย แต่ถ้าเมื่อใดที่ 5 เสือ ถูกขึ้นเป็นรักษาการ ก็จะโดนความผิดคดีให้ที่พักพิงทันที ซึ่งตรงนี้วัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโยยอมไม่ได้ ดังนั้น5 เสือจึงต้องไม่พัวพันในคดีใดๆ ที่จะนำจุดอ่อนมาสู่พระธัมมชโย จึงนำไปสู่เหตุผลที่พระลูกวัดอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหาร เข้ามารักษาการเจ้าอาวาสแทน และผมเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนเจ้าอาวาสทุกๆ 30 วันนับจากนี้ไปเพื่อเลี่ยงกฎหมายที่จะเอาผิด” หมอมโน อธิบายเกมของวัดพระธรรมกาย

หมอมโน ใช้คำว่า “การจะล้มพระธัมมชโย” ให้ได้นั้น ดีเอสไอและตำรวจจำต้องพกความกล้า ที่จะเข้าไปเอาตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะหากให้พูดถึงการมอบตัวแล้วนั้น จะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เพราะพระธัมมชโยรู้ตัวดีแล้วว่าการขึ้นศาลมันเหนื่อย มันเครียดแค่ไหน และควรจะฉวยโอกาสที่ความเห็นใจจากประชาชนยังมอบให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และมองพระธัมมชโยเจ้าเล่ห์ เป็นศรีธนญชัย เข้าบุกวัดเพื่อให้ถึงตัวพระธัมมชโย 

แต่คำถามต่อมา หากบุกจริง สิ่งที่ดีเอสไอและตำรวจจะต้องเผชิญ คืออะไร

หมอมโน ตอบคำถามนี้ว่า รูปแบบการป้องกันของวัดพระธรรมกายจะใช้โล่มนุษย์ ที่มีชื่อว่า กองพลจักรพรรดิหัตถ์สวรรค์ และกองพันแก้วกายสิทธิ์ ซึ่งรวมแล้วมีอยู่ราว 4,000 คน และทุกคนเป็นผู้หญิงทั้งหมด

จำแนกให้เห็นภาพชัด กองพลจักรพรรดิหัตถ์สวรรค์จะเป็นผู้หญิงอายุ 60-80 ปี และกองพันแก้วกายสิทธิ์จะเป็นผู้หญิงอายุ 40-60 ปี ซึ่งกลุ่มหลังจะเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หากเจ้าหน้าที่เข้าจุดไหนก็จะเคลื่อนพลไปได้ทันที

“วิธีการของ 2 กำลังทัพ คือ จะก้มกราบเจ้าหน้าที่ ขอร้องอย่าบุกอย่าเข้าจับกุมหลวงพ่ออันเป็นที่รักของพวกเขา ขณะเดียวกันก็จะถ่ายภาพทุกขั้นตอนเอาไว้ แต่หากเจ้าหน้าที่ดื้อดึงจะเข้า ก็จะกระโดดกอดรัดไม่ให้ไป และภาพที่สื่อออกไปจะเป็นในลักษณะที่ว่า เจ้าหน้าที่ทำร้ายลูกศิษย์วัดที่เป็นผู้หญิง ตำรวจที่เคยเจอแต่ฝูงชนที่ดุดัน พร้อมปะทะ มาเจอแบบนี้ก็ไปไม่เป็นได้เหมือนกัน” หมอมโน เล่า

บทสรุปจากการวิเคราะห์ของหมอมโน ตอกย้ำว่า ศึกครั้งนี้ระหว่างโลกกับพระอยู่ที่แนวทางปฏิบัติเพียงอย่างเดียว เพราะกฎหมายได้เดินหน้าไปแล้ว แต่ตัวผู้ต้องหายังไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐจะต้องไปวางแผนให้ดีว่าจะทำอย่างไรที่จะฝ่าด่านมนุษย์เข้าไปได้ และหากทำไม่ได้ เรื่องใหญ่จะตามมา

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะกลายเป็นตัวตลกทันที ความศรัทธาจากประชาชนจะตกต่ำเป็นศูนย์ ไร้ค่า กระแสของเรื่องนี้จะตีกลับ เพราะความเป็นกฎหมายของรัฐไม่สามารถทำอะไรได้ นี่คือสงครามของความศรัทธา ระหว่างความเชื่อของรัฐบาลที่บริหารงานได้ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แต่อีกฝ่ายคืออยู่เหนือกฎหมาย และไม่มีใครทำอะไรได้ แม้จะมีหมายจับก็ตาม โลกจะได้เห็นตรงนี้ และพระธัมมชโยกำลังจะทำให้เห็นด้วย เป้าหมายของเขา (พระธัมมชโย) ไม่ใช่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ หรือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แล้ว แต่มันคือ พล.อ.ประยุทธ์ ทางรอดของเขาคือต้องล้มรัฐบาล ล้ม พล.อ.ประยุทธ์” หมอมโน กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ