logo-pwa

เพิ่ม Post Today

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
ทิศทางอนาคตประชากรไทย เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ

ทิศทางอนาคตประชากรไทย เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ

23 พฤศจิกายน 2559

สังคมไทยกำลังเผชิญกับสังคมสุงอายุ และความสมดุลของประชากรวัยต่างๆ ที่กำลังเป็นปัญหาในอนาคตโดยเฉพาะด้านงบประมาณ

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

สังคมไทยกำลังเผชิญกับสังคมสุงอายุ และความสมดุลของประชากรวัยต่างๆ ที่กำลังเป็นปัญหาในอนาคตโดยเฉพาะด้านงบประมาณ 

ช่วงเวลา 50 ปี นับตั้งแต่ปี 2509 ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมทางประชากร หรือวิทยาลัยประชากรศาสตร์ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาการเติบโตของประชากร เนื่องจากสังคมไทยในอดีตเป็นสังคมเกษตรกรรมอัตราการเกิดสูง ขณะที่อัตราการตายอยู่ในระดับสูงด้วยเช่นกัน

ทว่า เมื่อระบบสาธารณสุข ระบบการแพทย์มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้มากขึ้น พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คู่สมรสตระหนักถึงภาระทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากการมีครอบครัวใหญ่ ประกอบกับคู่สมรสจำนวนไม่น้อยมีความต้องการแฝง ยอมรับวิธีควบคุมภาวะเจริญพันธุ์ ทำให้อัตราการเกิดอยู่ในระดับต่ำ

แนวโน้มอัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศไทย Total Fertility Rate (TFR) พบว่า ตั้งแต่ปี 2508-2513 จำนวนบุตรที่สตรีให้กำเนิดคิดเป็น 5.98 คน/สตรีวัยเจริญพันธุ์ 1 คน จากนั้นลดลงอย่างต่อเนื่องกระทั่งปี 2558 ไปจนถึงการคาดการณ์ว่าปี 2563 จำนวนบุตรที่สตรีให้กำเนิดจะเหลือเพียง 1.46 คนเท่านั้น

ขณะที่อายุเฉลี่ยของผู้สูงวัย พบว่า ปี 2508-2513 มีอายุโดยประมาณอยู่ที่ 55.89-60.59 ปี สัดส่วนผู้สูงอายุอยู่ที่ 5.2% แต่ผลการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันปี 2558-2563 ผู้สูงวัยจะมีอายุเฉลี่ยยาวนานขึ้น หรือคิดเป็น 71.82-78.46 ปี และมีสัดส่วนผู้สูงอายุ่ 15.8%

จากสถิติข้างต้นทำให้สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาผลกระทบโครงสร้างประชากรในสัดส่วนประชากรวัยเด็ก วัยทำงาน และวัยสูงอายุ ที่ไม่สมดุลกัน

แนวทางแก้ปัญหาถูกนำเสนอโดย นิพนธ์ เทพวัลย์ ศาสตราภิชาน เงินทุนบริหารทั่วไป กองทุนวิทยาลัยประชากรศาสตร์ ผ่านผลงานวิจัยเรื่อง “ประเทศไทยต้องการวางแผนครอบครัวหรือไม่”

นิพนธ์ กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาประชากรวัยเด็ก 1.ควรส่งเสริมให้ครอบครัวมีบุตรในระดับการทดแทนอย่างน้อย 2 คน ควบคู่ไปกับนโยบายพัฒนาคุณภาพประชากร โดยรัฐบาลต้องส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อการสมรส ส่งเสริมคุณค่าของการมีบุตรและการสร้างครอบครัวที่มั่นคง 2.สนับสนุนการให้สินเชื่อซื้อบ้าน 3.ให้ครอบครัวลดหย่อนภาษีเงินได้ สำหรับค่าใช้จ่ายของบุตรเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

4.ให้เงินช่วยเหลือครอบครัว โดยจ่ายเป็นระยะ ข้อควรระวังคือ ไม่จ่ายเงินเป็นก้อน เพราะอาจมีผู้ยอมตั้งครรภ์เพื่อแลกเงิน ซึ่งไม่มีความพร้อมในการดูแลเด็กเกิดใหม่ และ 5.เพิ่มสิทธิการ
ลาคลอด อีกทั้งให้บิดาและมารดาลาหยุดงานเพื่อดูแลบุตรเพิ่มขึ้น

ถัดมาคือแนวทางแก้ปัญหาคนวัยทำงาน เนื่องจากในอนาคตคนวัยทำงานจะลดลง จึงควรเร่งแก้ไขดังนี้ 1.ขยายอายุเกษียณการทำงานจาก 60 ปี เป็น 65 ปี การทำเช่นนี้จะเพิ่มแรงงานได้อีกทางหนึ่ง 2.จัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อนที่รัฐให้เงินสนับสนุน รวมถึงส่งเสริมหน่วยงานเอกชนขนาดใหญ่มีสถานรับเลี้ยงเด็กด้วย 3.ใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนแรงงานคนในภาคอุตสาหกรรม และ 4.ผลิตแรงงานที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ เติมเต็มในสาขาอาชีพที่ขาดแคลน

สำหรับการแก้ปัญหาในด้านประชากรสูงวัย นิพนธ์ กล่าวว่า ควรปฏิบัติตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (ปี 2545/2564) อาทิ มาตรการหลักประกันรายได้ให้การศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต และปลุกจิตสำนึกให้คนในสังคมตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ

“เราอยู่ในภาวะที่เด็กเกิดน้อยลงและไม่มีคุณภาพ ขณะที่ภาวะแรงงานลดต่ำลงและต้องไปใช้แรงงานต่างด้าวเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้มีแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือเข้าไทยกว่า 1 ล้านคน ทั้งยังเข้ามาคลอดลูกในเมืองไทยแล้วกว่า 1 แสนคน ปัญหาเหล่านี้ยังไม่มีนโยบายรัฐบาลที่ชัดเจนเข้ามาแก้ปัญหา เช่น ต้องจำกัดจำนวนแรงงานที่มีความสามารถตามจำนวนที่กำหนดเท่านั้น” นิพนธ์ กล่าว

เทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า ทิศทางประชากรไทยจะไปทางไหนดี คือคำถามที่ต้องพิจารณาจากเรื่องของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปลูกฝังเยาวชน เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือสังคมผู้สูงอายุเจเนอเรชั่น เอ็กซ์ วาย ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้สูงวัย อาจมีความต้องการที่ยากจะเข้าใจ สืบเนื่องจากทุกวันนี้เจเนอเรชั่นนี้มักมีพฤติกรรมโลกส่วนตัวสูง

ถัดจากนั้นคือเจเนอเรชั่น “อัลฟ่า” เป็นเด็กที่เติบโตในโลกไร้พรมแดน หรือเด็กที่เกิดประมาณปี 2553 เป็นต้นมา เกิดในครอบครัวที่พ่อแม่มีฐานะ เงินทอง สัมผัสเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก อาจมีความรู้สึกเบื่อง่าย ไม่อดทน สมาธิสั้น

“จากนี้การกำหนดนโยบายจะต้องไม่ทำเหมือนเดิมอีกต่อไป สิ่งที่กังวลที่สุดคือ ยังไม่เคยศึกษาการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ากระทบต่อประชากรยุคใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น สมาร์ทโฟน โมบายแบงก์กิ้ง สิ่งเหล่านี้สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ได้” เทียนฉาย กล่าว