"อัครศิลปิน"จิตรกรรมบนกำแพง งานศิลป์จากหัวใจนศ.ศิลปากร

  • วันที่ 18 ต.ค. 2559 เวลา 19:02 น.

"อัครศิลปิน"จิตรกรรมบนกำแพง งานศิลป์จากหัวใจนศ.ศิลปากร

เรื่องและภาพ...วรรณโชค ไชยสะอาด

ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 9 ภาพ บนกำแพงมหาวิทยาลัยศิลปากร  วังท่าพระ ฝั่งถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามพระบรมหาราชวัง โดดเด่นเป็นสง่าเรียกความสนใจจากสายตาทุกคู่

จิตรกรรมฝาผนังที่เห็นสร้างสรรค์โดยกลุ่มนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้เเนวคิด "อัครศิลปิน" ใช้เวลาทำถึง 3 วัน 3 คืน

ปาร์ค-ธานี บุญเลิศเจริญ นักศึกษาชั้นปี 2 หัวหน้าทีมโครงการดังกล่าว เล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า หลังทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเกิดแนวคิดอยากเขียนภาพคัทเอาท์ในหลวงขึ้นมา โดยระดมความคิดเห็นผ่านกลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งทุกคนล้วนเห็นด้วยที่จะสร้างสรรค์ผลงานแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของในหลวงรัชกาลที่ 9

"ทุกคนเห็นด้วย อยากทำ อยากสร้างผลงาน  พอช่วงเช้าวันที่ 14 ก็รวมตัวกัน คิดธีม นำเงินสะสมของรุ่นที่มีอยู่จำนวนหนึ่งไปซื้ออุปกรณ์ เช่น สี ไม้ อีกกลุ่มช่วยกันคัดเลือกภาพ จนกระทั่งทางมหาลัยทราบ ท่านอธิการบดี ท่านคณบดี เเละสมาคมศิษย์เก่าก็พากันช่วยออกเงินสนับสนุนเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นบาท"

ธานี บอกว่า วันที่ 14 ต.ค. ประชุมกันอย่างเข้มข้นถึงแนวคิดที่อยากนำเสนอ โดยตั้งโจทย์ว่า ในฐานะที่คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีความโดดเด่นด้านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จึงอยากเขียนภาพพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับทรงงานศาสตร์เเละศิลป์ วางกรอบไว้เป็นคัทเอาท์เรียงเฟรมต่อเฟรมเป็นเเนวยาว ซึ่งภาพเเต่ละภาพที่เห็นล้วนแต่คุ้นตาในหมู่นักศึกษาเเละผู้สนใจงานด้านจิตรกรรมอยู่เเล้ว สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพเเละความสามารถของพระองค์ สอดคล้องกับวิชาชีพของคณะเเละมหาวิทยาลัย จนเกิดเป็นเเนวคิด "อัครศิลปิน"ขึ้นในที่สุด

"ช่วงเเรกวางเเผนสเก็ตภาพไว้ว่า จะร้อยเรียงภาพวาดตามช่วงพระชนมายุของพระองค์ไปเรื่อยๆ เเต่พอถึงเวลาลงมือทำจริง งานที่ออกมาไม่สอดคล้องเเละสวยงามตามที่คิด จึงเปลี่ยนเเผนเป็นการวางให้มีความสอดคล้อง โดยพระพักตร์ของท่านแต่ละภาพจะค่อยๆ หันเข้ามาสู่จุดศูนย์กลางที่เป็นหน้าตรง สอดรับกับมุมมองสายตาของผู้ชมพอดี สุดท้ายออกมาน่าพอใจมากๆครับ"

นักศึกษากลุ่มนี้ใช้เวลาทำเเบบไม่หลับไม่นอนตลอดสามวันสามคืน แต่งแต้มสีอะคริลิคบนคัทเอาท์ไม้ขนาดความสูง 2 เมตร กว้าง 2 เมตร 40 เซนติเมตร โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนช่วยกันลงมือสร้างสรรค์ พร้อมกับรับคำเเนะนำจากรุ่นพี่ศิษย์เก่า เเละอาจารย์ กระทั่งเสร็จสิ้นในเวลา ตี 5 ของวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

"งานนี้ทำกันหลายคนครับ ประมาณเกือบร้อย ทั้งรุ่นเรา รุ่นพี่ เเละศิษย์เก่า ความยากอุปสรรคก็คือเรื่องฟ้าฝนเเละสถานที่ ซึ่งคณะกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุง ทำให้เหลือพื้นที่ทำงานกลางเเจ้งเท่านั้น วันก่อนฝนตกลงมาอย่างหนัก เราก็ต้องหยุดชะงักไป ทำให้งานล่าช้ากว่าที่วางไว้ว่าจะเสร็จในวันอาทิตย์ เเต่ไม่ทัน''

ธานี เล่าว่า รู้สึกดีใจมาก ที่ทำออกมาสำเร็จเเละได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากเข้ามาถ่ายภาพตลอดทั้งวัน พร้อมกับเสียงชื่นชมที่มีมากอย่างไม่คิดมาก่อน

พงษ์พันธ์ จันทนามัฏทา อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ที่ปรึกษาโครงการ บอกว่า เด็กๆกล้าคิด กล้าทำ สร้างผลงานที่ออกมาน่าพอใจอย่างมากสำหรับคนวัยนี้ โดยอาจารย์ทำหน้าที่เพียงเเค่ให้คำเเนะนำตามเจตนาเเละทิศทางที่พวกเขาต้องการนำเสนอเท่านั้น

"พวกเขาคิดเเละทำเลย ใช้เวลาสามวันเท่านั้น พอเลือกเเบบก็เอามาให้เราดู ขอคำปรึกษาว่า จะไล่เรียงภาพอย่างไรให้ออกมายอดเยี่ยม ตามองค์ประกอบทัศนภาพ มีความสัมพันธ์เเละมีเอกภาพในการมอง ผมทำหน้าที่เพียงเเค่ช่วยตรวจทาน ความรอบคอบของกระบวนการคิดเท่านั้น เด็กๆเก่งมาก"

อาจารย์ประจำคณะจิตรกรรมฯ กล่าวต่อว่า ผลงานที่ออกมาแต่ละภาพนั้นสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะ ตัวอย่างเช่น ภาพพระองค์ท่านปั่นจักรยานในช่วงวัยเด็ก แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับศิลปะโดยตรงแต่ก็เปรียบเสมือนเป็นการเริ่มต้นของชีวิต ก่อนนำไปสู่ภาพอื่นๆ  อย่าง ภาพขณะทรงเป่าแซกโซโฟนเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านศิลปะทางด้านการดนตรีที่พระองค์ฝึกฝนมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์และปรากฎให้เห็นแก่ประชาชนเสมอ ภาพพระองค์ทรงประดิษฐ์ต่อเรือใบก็นับเป็นศิลปะทางด้านงานไม้และการออกแบบซึ่งพระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยมาก หรือแม้แต่ภาพการถือกล้องก็อยู่ในหมวดของศิลปะเช่นกัน ซึ่งปรากฎชัดว่าพระองค์ทรงโปรดการถ่ายภาพมาตลอด

“หนึ่งในมิติที่เราซ่อนเอาไว้คือ รูปของในหลวงจะเป็นขาวดำ แต่ภาพจิตรกรรมตรงกลางนั้นจะเต็มไปด้วยสีสัน ด้านข้างทั้งสองฝั่งสีจะลดลั่นน้อยลงไป ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าพระอัจฉริยะและพระราชกรณียกิจต่างๆที่พระองค์ท่านทำไว้ให้กับประเทศไทย แม้ในวันที่พระองค์สวรรคตไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังได้ทิ้งไว้ยังมีชีวิตหรือมีสีสันอยู่ต่อไปนั่นเอง”

อาจารย์พงษ์พันธ์ ทิ้งท้ายว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ที่เด็กๆร่วมมือร่วมใจกันเเสดงออก นับเป็นความปลาบปลื้มของอาจารย์ที่เหล่าลูกศิษย์มีจิตอาสา สละเวลาส่วนตัวมาทำงานส่วนรวม เพื่อร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

 

 

ข่าวอื่นๆ