เปลี่ยนทัศนคติในการออม "คนไทยต้องแก่อย่างมีคุณภาพ" เจษฎา สุขทิศ

  • วันที่ 25 ก.ค. 2559 เวลา 20:33 น.

เปลี่ยนทัศนคติในการออม "คนไทยต้องแก่อย่างมีคุณภาพ" เจษฎา สุขทิศ

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

หากเอ่ยนามของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนหนุ่มไฟแรง ชื่อของ เจษฎา สุขทิศ หรือคุณเจท ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัท INFINITI Global Investors ธุรกิจด้านการจัดการลงทุนและหาโอกาสให้กับนักลงทุน คือหนึ่งในนั้น

ในวัย 35 ปี เจ้าตัวผ่านประสบการณ์มาแล้วมากมายกับบริษัทชั้นนำในเมืองไทย กระทั่งล่าสุดจับมือกับพรรคพวก ก่อตั้ง FINNOMENA แหล่งความรู้ด้านการลงทุนและการวางแผนการเงินอย่างเต็มรูปแบบ

โพสต์ทูเดย์นัดคุยกับหนุ่มไฟแรงคนนี้ถึงเส้นทางชีวิตและความฝันที่อยากเปลี่ยนแปลงทัศนคติด้านการออมให้กับคนไทย โดยหวังให้คนไทย 1 ล้านคน รู้จักการลงทุนมากขึ้นเพื่อเป็นคนแก่อย่างมีคุณภาพ

หาสิ่งที่ใช่ และ ข้อได้เปรียบให้เจอ

เจษฎา เรียนจบระดับชั้นมัธยมจากโรงเรียน “เซนต์คาเบรียล”  ก่อนเข้าศึกษาต่อที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สิ่งที่เขาเป็นวันนี้ ถูกหล่อหลอมมาจากคนใกล้ชิดอย่างคุณพ่อ ที่ทำงานด้านวาณิชธนกิจ ทำให้ได้สัมผัสการกับบริหารจัดการเงินอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เยาว์วัย

"โชคดีที่ผมเจอสิ่งที่ตัวเองชอบค่อนข้างเร็ว ตั้งแต่อายุ 17-18 ปี รู้ตัวว่าอยากเป็นผู้จัดการกองทุน คุณพ่อปลูกเชื้อไว้ในตัวตั้งแต่สมัย ม.ต้น จ้างไปทำงานที่บริษัทได้เงินเดือนครึ่งหนึ่งของค่าแรงขั้นต่ำในสมัยนั้น ตกวันละ 60 บาท ได้เห็นกราฟหุ้น ฟังเสียงของโบรกเกอร์ที่พูดเรื่องการขึ้นลงของกราฟ แถมพ่อยังชอบวางหนังสือพวก Technical Analysis ไว้รอบๆ ตัวเรา อ่านแล้วรู้สนุกดี มันปลูกฝังมาตั้งแต่เล็ก อีกเรื่องที่ทำให้สนใจการเงินก็คือเหตุการณ์ ‘ต้มยำกุ้ง’  วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เห็นความอู้ฟู่ของครอบครัวและสังคมไทย กระทั่งดำดิ่งได้รับผลกระทบหนัก โชคยังดีที่ไม่ถึงขั้นล้มละลาย แต่ก็ทำให้เกิดความสงสัยเรื่องเศรษฐกิจและการลงทุน กลายเป็นแรงผลักดันให้เราชอบเรื่องนี้"

เจษฎาผ่านร้อนผ่านหนาว ประสบการณ์ในวงการเงินมากว่า 15 ปี กับหลากหลายบริษัทชั้นนำในเมืองไทย ไล่ตั้งแต่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในกลุ่มยูโอบี บลจ.อยุธยาเจเอฟ ในกลุ่มของเจพีมอร์แกนในสมัยนั้น โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนออกมาสร้างกิจการเอง คือ Chief Investment Officer (CIO) หรือ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด

"ตอนตัดสินใจลาออกยากเหมือนกัน เพราะ CIO มันคือความฝัน และเป้าหมายทางอาชีพสูงสุดในชีวิตที่ผมอยากเป็น ไต่ระดับมาหลายขั้นตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจาก พนักงาน นักวิเคราะห์ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน ผู้จัดการกองทุน ผู้จัดการกองทุนอาวุโส ไปจนถึงประธานเจ้าหน้าที่ลงทุนเมื่ออายุได้ 30 ปี"

ผู้บริหารหนุ่ม เล่าให้ฟังว่า การตัดสินใจเริ่มต้นสิ่งใหม่ ใช่ว่าคิดหรือลงมือทำแล้วจะสำเร็จไปซะทุกอย่าง สิ่งที่ทุกคนต้องระมัดระวังและค้นหาให้เจอ คือ Unfair Advantage หรือ ความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

"สมมติคุณอยากทำแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการเรียกแท็กซี่หรือส่งพัสดุ ต้องถามตัวเองก่อนว่า มีความได้เปรียบกว่าคนอื่นตรงไหน วันหนึ่งหากอูเบอร์กระโดดลงมาเล่นเต็มตัว สู้เขาได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ แปลว่าคุณไม่มีความได้เปรียบเหนือคนอื่น คิดให้ดีและลึกหากตัดสินใจลงทุนทำอะไร เพราะหากวันหนึ่งสู้ไม่ได้ คุณก็จะแพ้ในเกมธุรกิจ"

เพราะการคำนึงถึง ความได้เปรียบในการแข่งขันนั่นเอง ทำให้เจ้าตัวกล้าทิ้งตำเเหน่งหัวเรือใหญ่จากซีไอเอ็มบี ออกมาสร้าง INFINITI Global Investors บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน อินฟินิติ จำกัด ซึ่งดูแลเงินลงทุนให้ลูกค้าแล้วประมาณ 4 พันล้านบาท ในช่วงเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา และ FINNOMENA เว็บไซต์ความรู้การเงินการลงทุนสำหรับคนไทยทุกเพศทุกวัย โดยเขามั่นใจว่า ตัวเองและพรรคพวกมีความรู้ในด้านการลงทุนพอจะแข่งขันได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังมี Profile ต่อสาธารณะโดยเฉพาะสังคมออนไลน์เนิ่นนานนับสิบปี

เชื่อใน เวิร์ค ฮาร์ด ไม่ใช่แค่ เวิร์ค สมาร์ท

แนวคิดสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม คือการได้เจอสิ่งที่ใช่เร็ว มีโฟกัสอย่างชัดเจน และอินกับสิ่งที่ทำอย่างเต็มที่

เจษฎา ย้ำชัด ไม่เคยรู้สึกเก่งกว่าคนอื่น แต่คิดว่าโชคดีที่ค้นพบความต้องการของตัวเองเร็ว ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ใช่ ใส่ใจและอินไปกับสิ่งที่ทำจนคิดว่า การลงทุนไม่ใช่งาน แต่คือชีวิตที่ต้องอยู่กับมันตั้งแต่ตื่นลืมตาจนกระทั่งหลับใหล

"ผมอยากทำงานนี้มาก มากชนิดที่ว่า เราตื่นขึ้นมาแล้วไม่เคยเบื่อ หลายคนมีคำว่า Thank God It's Friday ขอบคุณพระเจ้าวันศุกร์แล้ว...แต่ผมไม่เคยเป็น การลงทุน ไม่ใช่งานสำหรับผม เชื่อไหม ทุกวันนี้ผมมีลูกแล้ว 3 คน แต่กลางคืนผมยังนั่งดูแต่ บลูมเบิร์ก จอตลาดหุ้นรายตัว เข้าห้องน้ำก็ดู วันหยุดก็ดู อุ้มลูกมือซ้าย มือขวาจับมือถือดูความเคลื่อนไหว เราอินไปกับมันมาก"

เขาให้คำแนะนำว่า หากหวังประสบความสำเร็จต้องทำเต็มที่อย่างสุดความสามารถและให้เชื่อใน เวิร์คฮาร์ด ไม่ใช่แค่ เวิร์คสมาร์ท อย่างเดียว ซึ่งหากผิดพลาด ก็ต้องรู้จักพลาดให้เร็ว พลาดบ่อยก็ยังได้ แต่ล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว ซึ่งในโลกของ Fintech Startup สุดท้ายจะนำไปสู่สิ่งที่ “ใช่” ในที่สุด

“ฝากคนที่ทำธุรกิจเทคสตาร์ทอัพ อยากให้เริ่มต้นที่ตัวเอง ในสิ่งที่ตัวเองมีความหลงใหล โฟกัสให้ดีว่าเราชอบอะไร ถ้าชอบเราจะถนัด แต่อย่าไปคิดว่าเราสามารถทำอะไรก็ได้ หลายๆ คนเริ่มต้นด้วยความสนุกและจบลงด้วยความทุกข์ การเริ่มต้นอาจจะต้องมองสิ่งที่ต้องการเดินไปให้ลึกมากขึ้น และเชื่อในเวิร์คฮาร์ด ไม่ใช่ทำงานชิวๆ แล้วอ้างว่าเวิร์คสมาร์ท ต้องใส่หมดทุกอย่างที่เรามีจริงๆ”

ได้เวลาที่คนไทยต้องรู้จักการออมเงิน

ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในปี 2568 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งมีแนวโน้มว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุที่เต็มไปด้วยคน “แก่ก่อนรวย”  โดย “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “สุข – ทุกข์ ของผู้สูงอายุไทย ปี 2559” พบว่า ความทุกข์ 3 อันดับแรกของผู้สูงอายุคือ การไม่มีเงินใช้/ไม่มีเงินออม/มีแต่ไม่พอใช้ รองลงมาคือ อยากทำงาน แต่ไม่มีงานทำ ทำให้ขาดรายได้มาเลี้ยงตนเอง และสาม มีภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายให้แก่เจ้าหนี้

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวบวกกับเทรนด์ FinTech เป็นเหตุผลสำคัญให้เจษฎาและพรรคพวก ตัดสินใจก่อตั้ง FINNOMENA.com ขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการเงิน และการลงทุนที่แตกต่าง มีสไตล์การเขียนที่เข้มข้นแต่เข้าใจง่าย นอกจากนี้ล่าสุดคุณเจษฎายังติดสินใจรับตำแหน่ง เลขาธิการ ชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย อีกด้วย

ผู้บริหารหนุ่ม บอกว่า คนไทยรู้จักการลงทุนน้อยมาก ตัวเลขบัญชีเงินฝาก 87 ล้านบัญชีทั่วประเทศ มีเพียง 5-6 ล้านบัญชีหรือคิดเป็นเปอร์เซนต์ไม่ถึง 10 เปอร์เซนต์เท่านั้นที่รู้จักการลงทุน ส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องไกลตัว และยากในการจัดการ ทั้งที่ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ถ้าไม่รู้จักการลงทุน เรากำลังจะไม่มีกิน

“คนไทยเกินครึ่งประเทศจะมีเงินพอใช้หลังเกษียณ ถ้าลงทุนเป็น ตัวอย่างเช่น เงินจำนวน 1 หมื่นบาท บนผลตอบแทน 8 เปอร์เซนต์ ระยะเวลา 30 ปี มูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนบาท จากพลังของผลตอบแทนทบต้น ต่างจากฝากประจำกับธนาคารพาณิชย์ เงิน 1 หมื่นบาท ผ่านไป 30 ปี คุณอาจได้ไม่ถึง 2 หมื่น”

ประโยชน์จากการลงทุนนอกจากจะทำให้ชีวิตหลังเกษียณมีความสุขในระดับที่เหมาะสมแล้ว  เป้าหมายอื่นในชีวิตอย่างการศึกษาของลูก การมีที่อยู่อาศัย และการส่งต่อความมั่งคั่ง ยังมีอนาคตที่สดใสและเป็นไปได้ง่ายขึ้น

“ผมเคยทดลองวางแผนการศึกษาเพื่อลูกตั้งแต่เกิดจนจบ ป.โท ซึ่งกินเวลา 21-22 ปี โดยแบ่งเป็น 3 เมนู ตั้งแต่แบบประหยัด เรียนสถานศึกษารัฐบาลและใช้จ่ายอย่างพอเพียง  แบบปานกลาง ส่งเรียนโรงเรียนคาทอลิก ต่อด้วยมหาลัยเอกชน และแบบแพงสุด ส่งเรียนนานาชาติ ไปต่อปริญญาตรีที่ต่างประเทศ เลี้ยงดูปูเสื่อแบบจัดเต็ม โดยสรุป พบว่า การวางแผนใส่เงินลงทุนทุกเดือน สามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก ตัวอย่างเช่น เมนูประหยัด ตั้งแต่เด็กจนจบ ปริญญาโท ต้องใช้เงินทั้งหมดราว 1 ล้านบาท ถ้าลงทุนเป็น เราจะใช้เงินเพียงแค่ 5 แสนบาทเท่านั้น”

ผู้ก่อตั้ง FINNOMENA  ตั้งเป้าหมายว่า บริษัทจะสามารถเปลี่ยนทัศนคิตด้านการออมและการลงทุน จนทำให้คนไทยสัก 1 ล้านคนเข้าใจ และลงมือทำจริง จนมีเงินพอใช้หลังเกษียณ และสามารถหาเงินส่งลูกเรียนจนจบระดับปริญญาโทได้อย่างที่ฝัน “นี่เป็นความฝันใหม่ของผมสำหรับเป้าหมายของชีวิตการทำงาน เป็นเหตุผลที่ผมตื่นมาทำงานทุกวันตอนเช้าอย่างมีความสุข” เจษฎา ทิ้งท้าย

*****************************

ติดตามความรู้ด้านการลงทุนกับคุณเจษฎาได้ที่ LINE ID = @FundTalk (มีเครื่องหมาย @ ด้วย)หรือค้นหา facebook Page: FundTalkสนใจใช้โปรแกรมวางแผนเกษียณ และวางแผนการศึกษาลูกได้โดยค้นหา LINE ID @NTER

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ