"ถ้าโกงตั้งแต่วันนี้ วันหน้ามันก็โกง" ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ กูรูต้านโกงสอบ

วันที่ 10 พ.ค. 2559 เวลา 19:20 น.
"ถ้าโกงตั้งแต่วันนี้ วันหน้ามันก็โกง" ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ กูรูต้านโกงสอบ
เรื่อง...อินทรชัย พาณิชกุล

ข่าวการยกเลิกสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

อุปกรณ์สุดไฮเทคอย่างแว่นตาติดกล้องและนาฬิกาสมาร์ทวอช พร้อมคำสารภาพอันน่าตกใจของผู้ต้องหาว่า ต้องเสียเงินถึง 8 แสนบาทให้ขบวนการโกงข้อสอบ เพื่อแลกกับใบเบิกทางสู่อาชีพที่ใฝ่ฝัน ทำเอาคนทั้งประเทศอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการทุจริตเกิดขึ้นในห้องสอบ หากแต่เกิดขึ้นกับสนามสอบทั่วประเทศ พูดง่ายๆว่า โกงกันมาต่อเนื่องยาวนาน โกงกันด้วยสารพัดวิธี โดยมีเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนอยู่ในวงจรอุบาทว์นี้

วิวัฒนาการ"โกงข้อสอบ"เมืองไทย

ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท T-NET ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สวทช.) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ซึ่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตสอบมานานกว่า 7 ปี เล่าถึงกระบวนการทุจริตสอบว่า หลักการง่ายๆคือ ต้องหาทางเอา "ข้อสอบ"มาให้ได้ก่อน เพื่อนำมา"เฉลย"คำตอบ แล้วค่อยทำเป็น"โพย"ซุกซ่อนเข้าไปในห้องสอบ

"สมัยก่อนวิธียอดนิยมคือ ไปซื้อกรรมการออกข้อสอบ บางทีไปถึงโรงพิมพ์ ยัดเงินให้ ไม่ก็แอบถ่ายรูปข้อสอบมาขายชุดละ 20,000-30,000 บาท บางคนวิ่งเข้าไปในห้องสอบแล้วขยำข้อสอบเขวี้ยงออกมาข้างนอก ดักปล้นเอาดื้อๆก็ยังมี เมื่อข้อสอบหลุดมาเลยเรียกว่า "ข้อสอบรั่ว" พอได้ข้อสอบมาปุ๊บ ก็ต้องเอามาเฉลย แล้วจดเป็นโพยไว้ในยางลบ เขียนบนฝ่ามือ หรือใส่เศษกระดาษซุกซ่อนเข้าไป บางคนนั่งท่องจำเป็นวันๆแล้วค่อยเข้าไปสอบก็มี เพราะการพกโพยเข้าไปมันเสี่ยง นี่คือวิธีการเก่าๆในสมัยก่อน"

ปัจจุบันการติดสินบนกรรมการออกข้อสอบเป็นไปได้ยาก เพราะส่วนใหญ่มักเก็บตัว ข้อสอบถูกบรรจุหีบห่ออย่างมิดชิด มีการคุ้มกันอารักขาอย่างเข้มงวด สุดท้ายขบวนการโกงข้อสอบจึงหันไปพึ่งพาอุปกรณ์เทคโนโลยีล้ำสมัย

"การทำงานจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมแรกจะจ้างหน้าม้าติดอุปกรณ์ เช่น แว่นตาติดกล้อง กล้องรูเข็มติดไว้ที่กระดุม เดินเข้าไปสอบ ข้อสอบจะถูกวางไว้บนโต๊ะ เจ้าหน้าที่คุมสอบก็จะสั่งให้ตรวจเช็คข้อสอบว่ามีครบทุกหน้าไหม ตอนนี้เองที่จะทำการถ่ายภาพข้อสอบส่งไปให้อีกทีมที่รออยู่ข้างนอก จากนั้นก็จะมีการจ้างเด็กเรียนเก่งวิชาเลข วิทย์ เคมี ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ เป็นสิบคน แบ่งกันทำคนละ 10 ข้อ แป๊บเดียวก็เสร็จ เพราะถือว่าหมูมากๆสำหรับคนพวกนี้ เมื่อทำข้อสอบเสร็จ ก็จะทำโพยส่งเป็นโค้ดลับ เช่น 1234 หมายถึง ก. ข. ค. ง. ผู้สอบก็เปิดอุปกรณ์ไฮเทคที่ลักลอบนำเข้าไปดู กาคำตอบอย่างเดียว สบาย เพราะเดี๋ยวนี้มันอัจฉริยะมาก จะส่งเป็นข้อความ เป็นภาพ หรือเป็นระบบสั่นเตือนได้ทั้งนั้น"

น้อยคนจะรู้ว่า การยกเลิกสอบแต่ละครั้งต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาล

"สมมติว่าลงทุนจัดสอบไป 20 ล้าน แล้วยกเลิก ถือว่าเรื่องใหญ่นะ เพราะคนเป็นหมื่นเป็นแสนทั่วประเทศเขาเสียเงินค่าสมัครสอบจู่ๆมาประกาศยกเลิก จะโดนเขาฟ้องเอาได้ พวกขบวนการข้างนอก อาจจะโดนจับข้อหาใช้คลื่นสัญญาณโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน อะไรต่อมิอะไร แต่เงินที่ได้มันเยอะมาก โดยเฉพาะผู้สอบที่้โกงสอบ หากถูกจับได้แค่โดนปรับตก ไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ใครๆก็เลยอยากจะลองเสี่ยง เพราะผลที่ได้มันคุ้มค่า"

เปิดโปงขบวนการทุจริต ...ลงทุนหลักร้อย ผลตอบแทนเฉียดล้าน

รู้กันในแวดวงติวเตอร์ว่า เวลาผู้สอบไปสมัครเรียนตามสถาบันกวดวิชาบางแห่ง จะมีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวเข้าไปสังเกตการณ์ ก่อนจะตีสนิท พร้อมยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ ดังนี้ ...

'น้อง อยากเข้า ... เหรอ เฮ้ย ยากนะ คนสมัครเป็นหมื่น รับแค่ห้าร้อย พี่มีวิธี รับรองเข้าได้ร้อยเปอร์เซนต์ เข้าไม่ได้ ไม่เอาเงิน สนใจไหม'

เมื่อผู้สมัครสอบรายนั้นตอบตกลง กระบวนการโกงก็จะเริ่มต้นขึ้นด้วยการสอนให้รู้จักกับ"เครื่องรับสัญญาณ" (Reciever) อุปกรณ์ยอดนิยมที่ใช้ในการโกงข้อสอบทั่วโลก เป็นแผ่นเหล็กขนาดเล็ก ระบบสั่นเตือน รับสัญญาณได้ในระยะไกล สามารถซุกซ่อนได้ทั้งกระเป๋ากางเกง ขอบเอว ส้นรองเท้า ชุดชั้นใน กางเกงใน กระทั่งยัดในทวารหนัก จากนั้นจะมีการซักซ้อมนัดแนะกันว่า จะส่งสัญญาณสั่นเตือนเมื่อไหร่ เวลาใด เมื่อถึงเวลาเข้าห้องสอบ ทีมงานข้างนอกที่ทำโพยเฉลยคำตอบเสร็จเรียบร้อย ก็จะส่งกดรีโมทส่งสัญญาณสั่นเตือนตามโค้ดลับที่ตกลงกันไว้

"เครื่องนึงต้นทุนไม่ถึง 500 บาท เสียค่ามัดจำเช่าเครื่อง 10,000 บาท ถ้าคุณสอบติดก็จ่ายเงินในราคาตามที่ตกลงกันไว้ เช่น สอบครู 300,000 บาท สอบสินเชื่้อ 500,000 บาท สอบนายร้อยตำรวจ 700,000 บาท สอบหมอ 800,000 บาท จ่ายโดยใช้ระบบผ่อนจ่าย แหม ถ้าคุณได้บรรจุเป็นข้าราชการ เช่น หมอ มันการันตีรายได้แน่นอน มั่นคง มันคุ้มที่จะจ่ายอยู่แล้ว ถามว่าถ้าอยากเบี้ยว ไม่จ่ายเงินได้ไหม ก็เหมือนคุณพนันบอล คุณกล้าหนีโต๊ะเหรอ แล้วอีกอย่างช่วงที่คุณซักซ้อมการใช้อุปกรณ์ อาจถูกถ่ายภาพเป็นหลักฐาน ถูกแบล็คเมล์ ถูกแฉ ตอนนั้นคุณกำลังมีอนาคตไกล จะกล้าเบี้ยวไหมล่ะ" 

 

สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริตในห้องสอบ นักวิชาการรายนี้แนะนำว่า กรรมการคุมสอบทุกแห่งต้องรู้ก่อนว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ช่วยในการโกงสอบ

"คนคุมสอบต้องรู้ก่อนว่า ปัจจุบันมันมีเทคโนโลยีการโกงอะไรบ้าง เช่น แว่นตาติดกล้อง กล้องกระดุม สมาร์ทวอช เครื่องรับสัญญาณ จากนั้นค่อยมากำหนดกติกาข้อห้าม เช่น ห้ามนำโทรศัพท์ ห้ามสวมนาฬิกาเข้าห้องสอบ เท่านี้ก็ป้องกันได้ระดับหนึ่งแล้ว ต่อมาคนคุมสอบต้องรู้เทคนิค เล่ห์เหลี่ยมการโกงต่างๆ หมั่นสังเกตพฤติกรรมวอกแวก อากัปกิริยามีพิรุธ ท่าทางลุกลี้ลุกลน น่าสงสัยของผู้สอบด้วย"

ล่าสุดขณะนี้มีอุปกรณ์ป้องกันการโกงข้อสอบที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากคือ เครื่องตัดสัญญาณ (Jammer) ทำหน้าที่รบกวนความถี่ต่ำ (รีโมทคอนโทรล) และตัดสัญญาณโทรศัพท์ ที่ผ่านมาสนามสอบหลายแห่งเริ่มนำเครื่องนี้ไปติดตั้งตามศูนย์สอบต่างๆ ทว่ายังอยู่ในจำนวนน้อย เนื่องจากมีราคาแพง

"เครื่องนี้พัฒนาขึ้นด้วยงบประมาณเครื่องละ 1 ล้านบาท แต่ให้เช่าวันละหมื่น พร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมตัดสัญญาณ สนามสอบในกรุงเทพเริ่มใช้บริการกันเยอะ ต่างจังหวัดก็เริ่มทยอยใช้บ้างแล้ว ถ้าใช้เครื่องนี้จะมั่นใจได้เยอะว่าปลอดภัยไร้โกง แต่อุปกรณ์ตัดสัญญาณนี้มันก็แค่หนึ่งในวิธีป้องกันเท่านั้น สิ่งสำคัญกว่าคือ การสร้างความตระหนักให้สังคมได้รู้ว่า มันมีวิธีการโกงแบบไหนเกิดขึ้นบ้าง เพื่อจะได้หามาตรการรับมือป้องกันแต่เนิ่นๆ"

โกงวันนี้ อีก 20 ปีข้างหน้ามันก็โกง

ในฐานะผู้ศึกษาวิจัยแนวทางป้องกันการทุจริตข้อสอบมานานนับสิบปี ดร.โกเมน มองว่า การโกงข้อสอบถือเป็นปัญหาร้ายแรงมาก ถ้าเริ่มโกงตั้งแต่แรก อนาคตก็ต้องโกงต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

"สมมติว่าถ้าคุณโกงตั้งแต่สอบเข้า คุณติดหนี้พวกขบวนการ 8 แสน แล้วยังไงต่อ คุณก็ต้องดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ยกตัวอย่างถ้าคุณโกงสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ คุณจะต้องอยู่ในวงราชการไปอีก 20-30 ปี ถ้าโกงตั้งแต่แรก วันข้างหน้ามันก็โกง มูลค่าความสูญเสียจะเกิดขึ้นอีกเท่าไหร่ เราอยากได้คนเก่งคนดี ถ้าปล่อยให้โกงเข้ามา เราก็จะได้คนที่ไม่เก่งและไม่ดี แถมยังทำให้คนดีหมดกำลังใจอีก

ถามว่าทำไมผมมาทำงานแบบนี้ เสี่ยงก็เสี่ยง ส่งลูกน้องไปตัดสัญญาณก็เสี่ยงโดนตีหัว เหตุผลคือผมเป็นอดีตนักเรียนทุนรัฐบาล ถูกหล่อหลอมว่าเราต้องทำอะไรกลับคืนสู่สังคม คืนสู่ประเทศชาติ หน้าที่ผมคือ สกรีนคนไม่ดี แล้วเปิดให้คนดีๆ ขาวสะอาดได้เข้าไป คนเหล่านี้เป็นความหวังของประเทศ มูลค่าสิ่งเหล่านี้มันประมาณค่าไม่ได้เลยครับ"

ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องตื่นตัวกับปัญหาการทุจริตสอบ ตั้งแต่ระดับชาติจนถึงระดับท้องถิ่น เพื่อป้องกันและรับมือกับสารพัดกลโกง รวมทั้งขยายผลไปสู่การทลายวงจรอุบาทว์นี้ให้สิ้นซาก

ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์
ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์