ทัวร์จีนมา คนไทยได้อะไร?

  • วันที่ 27 มี.ค. 2559 เวลา 15:29 น.

ทัวร์จีนมา คนไทยได้อะไร?

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ตลาดนักท่องเที่ยวจีนถือว่ามีความสำคัญต่อไทยมากในเวลานี้ เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศ เพราะในภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การส่งออกไม่ดี การบริโภคภายในประเทศระวังการใช้จ่าย การท่องเที่ยวจึงเป็นความหวังสำคัญที่มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจประเทศยังโต ซึ่งจีนถือเป็นผู้บริโภครายใหญ่ของโลก มีกำลังซื้อกว่า 1,300 ล้านคน ประเทศไหนๆ ก็อยากให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมา เพราะแค่คนจีนมาเที่ยวประเทศนั้น 1% ก็จะมีการใช้จ่ายเพิ่มพรวดถึง 13 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะสำคัญ แต่มักถูกกล่าวขานว่าเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวมากในเชิงปริมาณ แต่ใช้จ่ายน้อย โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีบริษัทนำเที่ยวจีนที่มาลงทุนทำร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ธุรกิจรถนำเที่ยว และบริการอื่นที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร ทำให้นักท่องเที่ยวจีนไปใช้บริการทุกอย่างที่จีนมาลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ แทบไม่เหลือกระดูกให้ประเทศที่ไปเที่ยว ซึ่งปัญหานี้กลายมาเป็นคำถามว่า แล้วคนไทยได้อะไรจากทัวร์จีน?

จากสถิติของกรมการท่องเที่ยว ปี 2558 ที่ผ่านมา มีคนจีนเที่ยวไทย 7.93 ล้านคน คิดเป็น 26.55% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวม เพิ่มขึ้น 71.4% จากปีก่อนหน้า ที่มี 4.63 ล้านคน สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว 3.71 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% ขณะที่ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายว่าจะมีคนจีนเที่ยวไทยถึง 9.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17%

ขณะที่อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป(ไอเอชจี) ได้ทำรายงานเรื่องอนาคตของนักท่องเที่ยวจีน โดยประเมินว่า ในปี 2566 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า จะมีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศกว่า 97 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นปีละ 5.1% ทั้งนี้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนประเภทเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ (เลเชอร์) จะมีสัดส่วนสูงขึ้น

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจคิดเป็น 59% ของนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่เดินทางและใช้จ่าย ส่วนปี 2566 คาดว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจจะเพิ่มเป็น 62% โดยการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจของคนจีนที่เติบโตมากเป็นการเดินทางระยะไกลไปยุโรปและอเมริกา

เมื่อพิจารณาถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน ถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจุดหมายต่างๆ ที่คนจีนเดินทางไป โดยเฉพาะในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งนับรวมมาเก๊า ไต้หวัน และฮ่องกงด้วย พบว่ามากกว่า 40% ของการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาจากนักท่องเที่ยวจีน ส่วนในแอฟริกาใต้ แคนาดา สหรัฐ อาร์เจนตินา บราซิล และรัสเซีย จัดอยู่ใน 15 อันดับของจุดหมายท่องเที่ยวที่คนจีนมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศ

ในช่วงท้ายของรายงานที่ทางไอเอชจีจัดทำ ยังระบุด้วยว่า ภายในปี 2566 นั้น สหรัฐจะเป็นจุดหมายที่ได้เห็นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 4 เท่าตัวจากปี 2556 ส่วนประเทศไทยจะได้เห็นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2566 เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจากปี 2556

วิชิต ประกอบโกศล ประธาน บริษัท ซีซีที บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในไทยที่คร่ำหวอดทำตลาดคนจีนเที่ยวไทยมานาน กล่าวว่า การที่นักท่องเที่ยวจีนมาไทย ก็สร้างรายได้เข้าประเทศไทยแน่นอนผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดนักท่องเที่ยวจีนล้วนได้กำไรจากธุรกิจทั้งสิ้น ซึ่งกลุ่มนี้ก็เสียภาษีสร้างรายได้ อีกทั้งการที่คนจีนมาเที่ยวก็สร้างงานให้คนไทยมากขึ้น และยังกระจายรายได้ไปถึงร้านค้าข้างทางต่างๆ เพราะนักท่องเที่ยวจีนก็นิยมไปซื้อสินค้าหรือรับประทานอาหารริมทาง

สำหรับกรณีที่ระบุว่ามีบริษัทจีนทำธุรกิจครบวงจรพานักท่องเที่ยวไปใช้บริการในกลุ่มร้านค้าที่ตัวเองลงทุนเบ็ดเสร็จจนรายได้ไม่กระจายถึงคนไทยนั้น ก็ไม่ปฏิเสธ แต่เป็นส่วนน้อยเท่านั้น ซึ่งการที่เข้ามาทำธุรกิจได้ก็เพราะไทยเป็นประเทศที่การค้าเสรี หากทุนจีนเข้ามาแบบถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบและปราบปราม ซึ่งเชื่อว่าทำไม่ยาก

ข้อสังเกตง่ายๆ ที่แยกได้ชัดเจนว่าบริษัทนั้นๆ ทำถูกต้องหรือให้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) มี 3 ข้อ คือ 1.ต่างชาติถือหุ้นแค่ไหน ถ้า 5-10% โอกาสเป็นธุรกิจของคนจีนน้อย แต่ถ้าถือหุ้น 30-40% ขึ้นไปมีโอกาสเป็นไปได้ 2.ต้องดูว่ากรรมการบริหารบริษัทมีชาวต่างชาติหรือไม่ประกอบด้วย ถ้าไม่มีไม่ใช่แน่นอน เพราะคนจีนคงไม่กล้าเสี่ยงฝากธุรกิจไว้ แต่ถ้ามีคนจีนเป็นกรรมการแล้วสัดส่วนถือหุ้นสูงก็มีโอกาสสูง ไปตรวจสอบแบบละเอียดได้ และ 3.ต้องดูว่าเงินที่นำเข้ามาลงทุนถูกต้องหรือไม่ ลงทุนแล้วนำเงินกลับไปต่างประเทศเท่าไหร่ เสียภาษีในไทยถูกต้องหรือไม่ ซึ่งธุรกิจต่างๆ มีมาตรฐานภาษีอยู่แล้วว่าสร้างรายได้เท่าไหร่ เสียภาษีระดับไหน

วิชิต กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูง แต่ละวันใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 6,000 บาท เพื่อกิน ดื่ม ซื้อสินค้า และเที่ยว โดยกลุ่มที่มาไทยเป็นตลาดระดับบน 10-20% ระดับกลาง 30-40% ระดับล่าง 50% แต่ละตลาดก็ใช้จ่ายต่างกัน ปีนี้เชื่อว่าจำนวนคนจีนเที่ยวไทยน่าจะเพิ่มเป็น 9.5-10 ล้านคนได้ เพราะที่ใครๆ ก็มองว่าเศรษฐกิจจีนแย่ แต่ที่จริงแล้วไม่ได้แย่อย่างที่คิด แม้จะโตน้อยลง แต่ก็คงโตไม่ต่ำกว่า 6% ในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นระดับการเติบโตที่ยังสูงอยู่ถ้าเทียบทั่วโลก และมั่นใจว่าอีก 5 ปีจากนี้เศรษฐกิจจีนก็คงโตไม่ต่ำกว่า 5% แน่นอน

วิชิต

ด้านแหล่งข่าวในวงการทัวร์จีนอีกราย เปิดเผยว่า ทัวร์จีนมีวิธีคิดที่แตกต่างไปจากทัวร์หลายประเทศ หลายครั้งกลยุทธ์ที่ใช้ถูกเรียกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่แท้จริงแล้วก็ไม่ได้หมายความว่ามาไทยแบบกินฟรีอยู่ฟรี เพราะเมื่อมาถึงเมืองไทยก็ต้องจ่ายหลายอย่าง ขณะที่บริษัทนำเที่ยวที่ใช้กลยุทธ์แบบนี้ ก็ต้องจ่ายค่าห้องพักให้กับโรงแรมเต็มอัตราที่ตกลงกัน ที่ใช้กลยุทธ์นี้ก็เพราะนักลงทุนจีนมีวิธีคิดว่า เวลาขายทัวร์ไม่หมดตามจำนวนที่จัดไว้ ก็ไม่อยากขาดทุน ยอมทำส่วนที่ขายไม่หมด มาขายถูกที่สุดแล้วไปหารายได้จากการจ่ายที่ปลายทางดีกว่า

การที่ทัวร์จีนต้องใช้กลยุทธ์เอาราคาถูกมาล่อ แล้วค่อยทำให้นักท่องเที่ยวจ่ายเพิ่มภายหลัง ก็เพราะความคิดของคนจีนถึงแม้จะมีเงินมาก แต่เมื่อเห็นที่ไหนนำเสนอราคาถูกกว่า ก็จะเลือกที่นั่น เพราะกลัวถูกคนเอาเปรียบ แม้ว่าราคาที่นำเสนอจะต่างกันแค่ 50-100 หยวน คนจีนก็พร้อมเลือกซื้อทัวร์ที่ถูกกว่าแล้ว แต่ก็มีอีกกลุ่มที่ถึงแม้จะเห็นการนำเสนอราคาขายสูงๆ ก็พร้อมจะซื้อ

ขณะเดียวกัน การเป็นบริษัททัวร์ไทยที่ทำตลาดจีนก็ไม่ง่าย เพราะต้องมีสายป่านยาวและเงินหมุนเวียนสูง ไม่เช่นนั้นอาจล้มหายจากธุรกิจได้ง่าย เพราะตัวแทนจำหน่ายจากจีนที่ส่งนักท่องเที่ยวมาให้บางเจ้าก็เรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้ช้า ผู้ประกอบการไทยต้องจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปก่อนเอง ส่วนกรณีทัวร์จีนกินรวบเบ็ดเสร็จมาทำร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกเองมีบ้าง แต่ก็น้อย ซึ่งการที่เข้ามาทำได้ เป็นเพราะมีคนไทยสนับสนุน รับจ้างจดทะเบียนธุรกิจให้ ดังนั้นก็ต้องอยู่ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล

สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ให้ความเห็นว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาไทยโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะไตรมาสแรกปีนี้มีกว่า 2.7 ล้านคน คาดปี 2559 จะมีกว่า 10 ล้านคน ซึ่งปีก่อนคนจีนมา 7.9 ล้านคน ขยายตัวกว่า 40% เป็นการโตต่อเนื่องทุกปี และเป็นเป้าหมายหลักทำตลาดของท่องเที่ยวไทยในอนาคต

ดังนั้น จากภาพรวมทั้งหมด จึงเห็นได้ว่าสไตล์การทำธุรกิจของจีนที่ต้องการขยายทำทุกอย่างที่เป็นเงิน ได้สร้างปัญหาให้กับทุกประเทศที่จีนบุกไปรวมทั้งไทย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหน ทั้งท่องเที่ยว หรือการตั้งล้งเหมาซื้อพืชผลการเกษตรผลไม้ ส่วนจะเกิดปัญหามากหรือน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลว่าจะเอาจริงหรือแค่ขู่

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ