คำให้การ 'นักการเมืองตระกูลมีเพียร 'กับข้อครหาฮุบเกาะระ

วันที่ 23 ก.ค. 2553 เวลา 19:45 น.
โดย --ทีมข่าวในประเทศ

 

ผลการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิบนพื้นที่ เกาะระของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบว่ามี “นักการเมืองท้องถิ่น” ร่วมขบวนการฮุบเกาะระ สอดรับถ้อยแถลงของ สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่ยอมรับว่ามี “ข้าราชการป่าไม้” หากินกับการออกหนังสือสิทธิทำกิน (สทก.) บนพื้นที่เกาะระ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงาข้อมูลทั้งหมดเป็นสิ่งยืนยันถึงการมีอยู่จริงของขบวนการ “ฮุบเกาะระ” ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเครือข่าย และนับจากนี้การตรวจสอบข้อพิรุธดังกล่าวจะมีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ

ถึงแม้การจำเพาะตัวบุคคลผู้กระทำผิดยังไม่มีปรากฏให้เห็นเด่นชัด แต่ขั้นตอนการออก สทก. ให้ชาวบ้านจำนวน 139 แปลง บนเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ นั้นมีความไม่ชอบมาพากล และสุ่มเสี่ยงที่จะดำเนินการโดยมิชอบมิชอบเพราะมีการดำเนินการบนเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ ให้คนไม่ถึงพันคน มิชอบเพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนได้เสียในการดำเนินการดังกล่าว มิชอบเพราะมีนักการเมืองใหญ่ในพื้นที่คอยให้ท้ายและร่วมรู้เห็น มิชอบเพราะนักการเมืองบางคนคิดว่าความสมบูรณ์ของทรัพยากรบนเกาะระเป็นของคนพังงา...เท่านั้น?

“มันยังไม่มีการออกเอกสารใดๆ ผมยังไม่ได้เซ็นรับรอง แล้วตอนที่รางวัด 139 แปลงนั้น กรมป่าไม้ก็เป็นผู้ดำเนินการเอง ตัวผมไม่ได้ไปด้วย” พีระนนท์ มีเพียร กำนันตำบลเกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ออกตัวปฏิเสธความเชื่อมโยงที่ถูกพาดพิงว่า “ตระกูลมีเพียร” มีส่วนรู้เห็นต่อความไม่ชอบมาพากลบนเกาะระ ระหว่างเข้าร่วมเวทีสัมมนา “อนาคตเกาะระ มรดกไทย สู่มรดกโลก” จัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร

พีระนนท์ อธิบายว่า ปัญหาสำหรับคนในเกาะระขณะนี้ คือ เรื่องที่ทำกิน โดยชาวบ้านมีความหวังต่อการออก สทก. เป็นอย่างมาก ดังนั้นหน่วยงานรัฐควรจะเร่งพิสูจน์สิทธิชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ใครได้ใครไม่ได้จะได้รู้กันไป ส่วนข้อพิพาทที่กำลังเกิดขึ้น ว่าจะให้เกาะระเป็นอะไรและจะใช้พื้นที่เกาะระเท่าไรนั้น ควรย้อนถามความเห็นชาวบ้านอีกครั้ง จะถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

“ที่บอกว่าเคยมีการทำประชาพิจารณ์กับคน ต.เกาะพระทอง ไปแล้วนั้น คิดว่าคง ไม่ใช่ เพราะประชากรทั้งหมดของตำบลมีกว่า 1,000 คน แต่วันนั้นถามความเห็นเพียงร้อยกว่าคน และบันทึกการประชุมก็มีการแต่งเติมข้อมูลให้เป็นเท็จ ผมขอให้ทำใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่ทำเองเออเอง แล้วอ้างว่า ชาวบ้านเห็นด้วยและมีส่วนร่วมกับสวน พฤกษศาสตร์”

พีระนนท์ บอกอีกว่า โครงการสวนพฤกษศาสตร์เป็นสิ่งดีและไม่คัดค้าน ถ้าหากไม่กระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวบ้าน และสามารถจัดแบ่งที่ทำกินของชาวบ้านให้แล้วเสร็จได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่เป็นไปตามที่หวัง จึงต้องหยุดเรื่องไว้ก่อน
“ชาวบ้านเขาอยู่กันมาก็ยังอนุรักษ์พื้นที่ไว้ได้ ถ้าเขาคิดจะบุกรุกป่านนี้คงไม่เหลือแล้ว ผมจึงอยากเสนอให้คืนพื้นที่เกาะระให้ชุมชนและให้กรมป่าไม้ดูแลต่อไป”

ขณะที่ นันทภพ มีเพียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะพระทอง กล่าวว่า สมัยก่อตั้งตระกูลบรรพบุรุษอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 3 ต.เกาะพระทอง ซึ่งปลูกอยู่บนเกาะระ และใช้ทำการเกษตรมาจากยุคสู่ยุค แต่จนถึงขณะนี้ก็ยัง ไม่ได้ สทก. ในขณะที่ ต.คุระบุรี ที่เมื่อก่อนเป็นป่า กลับเจริญและมีเอกสารสิทธิกัน ครบถ้วน

นันทภพ ตั้งคำถามว่า อีกนานแค่ไหน เจ้าหน้าที่จะสำรวจสภาพป่าเสื่อมโทรมและออกกรรมสิทธิ์ให้ชาวบ้าน ทั้งๆ ที่อยู่กันมาอย่างยาวนานและเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงและสามารถพิสูจน์สิทธิได้ โดยสวนพฤกษศาสตร์หรือกรมอุทยานฯ จะเอาเกาะระไปปู้ยี่ปู้ยำเป็นอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายหากใช้พื้นที่ทั้ง 1.2 หมื่นไร่ ก็อย่าให้กระทบจนชาวบ้านต้องย้ายชุมชนไปอยู่ในทะเลแล้วกัน

“จะใช้พื้นที่ทั้งเกาะทั้ง 1.2 หมื่นไร่ หรืออะไร ผมก็ไม่ว่า แต่จะต้องออกเอกสารสิทธิแบ่งปันพื้นที่บางส่วนให้กับผู้ที่ยังไม่มีที่ดินทำมาหากินด้วย ถ้าให้น้อยก็เอาน้อย ถ้าให้มากก็เอามาก แต่ถ้าบอกว่าจะไม่ให้เลยนั้น คงเป็นไปไม่ได้ ผมขอเถอะครับ สทก. อยู่มาหลายรุ่นอายุคนแล้วยังไม่เคยมีที่ดินทำกินเลย” นายก อบต.คุระบุรี กล่าวด้วยน้ำตา นองหน้า

เข็มชาติ ดีหนู สจ.พังงา กล่าวว่า การที่โทรทัศน์ช่องหนึ่งเสนอข่าวเกาะระในลักษณะที่มีการรุกพื้นที่จำนวนมาก ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงคือมีเพียงบางส่วน และได้ดำเนินการจับกุมไปแล้ว 19 ราย ที่สำคัญยังมีการเชื่อมโยงว่ามีนายทุนเข้ามาบุกรุก ขอถามว่ามี นายทุนคนไหน เพราะทุกอย่างสามารถพิสูจน์สิทธิได้

“ผมน้อยใจกับคำว่านายทุนมาก พอรุกป่าก็หาว่าต้องมีนายทุน และมีความพยายามเชื่อมโยงต่างๆ นานา ผมถามจริงๆ ถ้าพวกผมและชาวมอแกนไม่ดูแลพื้นที่ถึงทุกวันนี้ คิดว่าป่านนี้จะเหลืออะไร”

เข็มชาติ ยืนยันว่า ไม่เอาทั้งอุทยานแห่งชาติและสวนพฤกษศาสตร์ แต่ต้องการให้คืนพื้นเกาะระกลับมาให้ชาวบ้านดูแลต่อ และไม่เชื่อว่าองค์การสวนพฤกษศาสตร์จะมีความสามารถในการดูแลพื้นที่ได้ และท้ายที่สุดภาระก็กลับมาสู่กรมป่าไม้อยู่ดี

ด้าน จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.พังงา พรรคประชาธิปัตย์ เสนอว่า ทส. จำเป็นต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อสำรวจความเหมาะสมของพื้นที่ทั่วประเทศในการจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งหากผลการศึกษายังระบุว่าเกาะระเป็นที่เดียวที่เหมาะสม เริ่มน่าเป็นห่วงประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ อยากให้เกาะระเป็นโมเดลต้นแบบที่คนอยู่ร่วมกับป่าได้ ไม่ควรมีการสร้างบ้านหรือที่พักถาวรขึ้น

'อดีตหัวหน้าอุทยานฯ' เต้นข่าว 'นายทุน' ฮุบเกาะระ

ดิษฐพงศ์ โชคคณาพิทักษ์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กล่าวว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนแรกที่เสนอให้เกาะระ เป็นอุทยานแห่งชาติ กระทั่งปัจจุบันสามารถรักษาเกาะระ มาได้ทั้ง 1.2 หมื่นไร่แต่เห็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งเสนอว่า "นายทุนคุระบุรี"บุกป่าเพื่อเตรียมให้ต่างชาติลงทุน จึงขอถามกลับว่า ทำไมขณะนี้เกาะระยังสมบูรณ์ ทั้งที่มีระยะทางห่างจากแผ่นดินเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้นดังนั้นต้องให้เกียรติคนคุระบุรีและชาวพังงา ไม่ใช่กล่าวหาว่าเขาบุกรุก

"หัวหน้าอุทยานฯ เกาะระคนปัจจุบันมาดำรงตำแหน่งเพียงปีเศษ จับผู้บุกรุกได้กว่า20 คดี ทั้งที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ฉะนั้นประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงว่าเกาะระจะต้องเสียหายที่สำคัญอย่าสนแต่เกาะระจนทิ้งเกาะพระทอง เพราะหากปีหน้ามีคนเอาเสารั้วไปปักที่ทุ่งหญ้าสะวันนา แล้วใช้สื่อไปตีข่าวบอกว่า คนพังงา คนคุระบุรีบุกรุก คงจะแย่ตลอด 18 ปีของการรับราชการป่าไม้ของผมยืนยันว่าไม่เคยเบิกค้อนไปเคาะหัวไม้ให้เถ้าแก่โรงเลื่อยคนไหน" อดีตหัวหน้าอุทยานฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าครอบครองที่ดินบนเกาะระ กล่าว