ชำแหละปม "ฉายาดารา" ดราม่าร้อนวงการสื่อ!

วันที่ 23 ธ.ค. 2558 เวลา 20:57 น.
ชำแหละปม "ฉายาดารา" ดราม่าร้อนวงการสื่อ!
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล / นิติพันธุ์ สุขอรุณ

หลังจากสมาคมนักข่าวบันเทิงตั้ง"ฉายาดารา ประจำปี 2558"เผยแพร่ออกสู่สาธารณชน เสียงตอบรับกลับมาก็เป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

บ้างตำหนิว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคล บ้างโจมตีว่ารุนแรง หยาบคาย ไร้เมตตาธรรม อีกจำนวนไม่น้อยทวงถามถึงจรรยาบรรณวิชาชีพของนักข่าวบันเทิง

ระเบิดลูกล่าสุดลูกนี้ สร้างความสั่นสะเทือนให้แก่วงการสื่อมวลชนอย่างมิอาจปฏิเสธได้

"แรง"บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

ลองฟังคำชี้แจงจากตัวแทนสมาคมนักข่าวบันเทิง ธิติพร จุติมานนท์ หรือ บอย ไนน์เอ็น ยอมรับว่าการตั้งฉายาดาราประจำปี 2558 นั้นแรง แต่ก็เป็นการสะท้อนภาพความจริงที่เกิดขึ้นในข่าว ไม่ได้กล่าวหา นั่งเทียนเขียน หรือใส่สีตีไข่แต่อย่างใด

"สมาคมนักข่าวบันเทิงมีธรรมเนียมตั้งฉายาตั้งแต่ปี 2548 มีดราม่าตามมาทุกปี บางคนด่าว่าแรง บางคนไม่พอใจ บางคนรับไม่ได้ แต่ทุกฉายาล้วนมาจากข่าวที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น เช่น ทุยทิ้งเมีย ทุยก็มาจากเพลงดังของปีเตอร์ที่ชื่อ เจ้าทุยอยู่ไหน มาเชื่อมร้อยกับพฤติกรรมที่ตกเป็นข่าว ขณะที่ฉายาของแตงโมก็มาจากข้อเท็จจริงล้วนๆที่เขาแถลงข่าวหลังออกจากโรงพยาบาลและถามหาโตโน่ ส่วนเจนนี่เขาก็คบหาเจ้าของเนสกาแฟจริง เราเอามาสรุปความเหมือนพาดหัวข่าวใหม่ ใส่สีสันเรื่องการเล่นคำ ใส่สำบัดสำนวนแนวๆประชัดประชันลงไป

ขอยืนยันว่า การตั้งฉายาเป็นการวิจารณ์บันเทิงอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่พึงทำได้ เหมือนการวิจารณ์ภาพยนตร์ เพลง นางงาม เพียงแต่เป็นการวิจารณ์ผ่านการตั้งฉายา ซึ่งทั่วโลกเขาก็ทำกัน เรายืนยันว่าทำเพื่อเป็นสีสัน และมาจากข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งสิ้น โดยปราศจากอคติ ส่วนใครจะวิจารณ์เหมาะสมหรือไม่ เราก็น้อมจะรับฟังเพื่อไปแก้ไขในปีต่อๆไป"นี่คือคำชี้แจงของตัวแทนสมาคมนักข่าวบันเทิง 

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า?

สอบถามความเห็นไปยัง บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดาราสาวผู้เคยถูกตั้งฉายาไว้เมื่อปี 2557 ว่า "ซือเจ๊สั่งลุย" อันมาจากผลงานการต่อสู้เพื่อสังคมอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม เธอมองว่า กระแสตอบรับต่อการตั้งฉายาดารามีให้เห็นเป็นประจำทุกปี ถือเป็นเรื่องปกติมาก

"เท่าที่ฟังนักข่าวให้เหตุผลว่า ฉายาดาราก็คล้ายกับการสรุปหัวข้อข่าวประจำปี เป็นการเล่าข่าวที่เกิดขึ้นจริง ด้วยวิธีเล่นคำ เล่นสำบัดสำนวนให้ดูหวือหวา แต่สามารถสะท้อนให้เห็นตัวตนของดาราคนนั้นได้อย่างชัดเจน โดยเลือกเอาดาราดังๆที่อยู่ในกระแส ดาราที่ตกเป็นข่าวอยู่ในความสนใจของสังคม เชื่อไหมว่ามีดาราจำนวนไม่น้อยอยากมีฉายาด้วยซ้ำ เพราะถือว่าถ้าไม่ดังจริง คงไม่ถูกตั้งฉายาประจำปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงถูกมองในแง่ลบ บางฉายาก็รุนแรงเกินไป อ่านแล้วยังตกใจ บุ๋มตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าดาราคนไหนไม่เป็นที่รักของนักข่าวก็จะโดนหนัก เช่น บางคนให้สัมภาษณ์สื่อแบบนึง ลับหลังด่าสื่ออีกแบบนึง ทำให้นักข่าวไม่ค่อยเมตตาสักเท่าไหร่ ใช้คำหนักๆเลย อย่างกุ๊บกิ๊บกับบี้ เคพีเอ็น ทั้งที่น่าจะโดนแรงกว่านี้เพราะกระแสข่าวแรงมาก แต่เนื่องจากคนรักเยอะ เลยโดนแค่เบาๆ ขำๆ"

บุ๋มบอกว่า ไม่ว่าจะถูกตั้งฉายาใดก็ตาม ฉายานั้นจะติดตัวกลายเป็นภาพลักษณ์ต่อไปอีกหลายปี

"ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา บุ๋มพยายามทำตัวโลว์โปรไฟล์ ไม่อยากมีเรื่องให้นักข่าวจดจำเอาไปตั้งฉายา (หัวเราะ) เพราะฉายานั้นจะติดตัวเราไปเป็นปีๆ ทุกวันนี้ยังมีคนเรียก "ซือเจ๊"อยู่เลย โชคดีเป็นฉายาที่ถือว่าซอฟท์ๆ แง่บวกนิดๆด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นอย่างเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณที่เจอเรียกว่ามือฉก แตงโมเจอเรียกว่าฝีปากไร้ตะกร้อ หรือปีเตอร์ถูกเรียกว่าทุย ซึ่งมาจากเพลงดังของเขา มันเป็นสโลแกนติดตัวไปเลย ยอมรับว่าฉายาปีนี้ค่อนข้างแรง สงสารน้องเขาเหมือนกัน"

ปนัดดา
ปนัดดา

ในฐานะผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน บุ๋มแนะนำว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นแค่วันหนึ่งที่เข้ามา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่สะท้อนให้เห็นได้เหมือนกันว่าปีที่ผ่านมาเราทำอะไรลงไป ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ตั้งหน้ารับมัน ปีหน้าก็ระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

"ฝากไปยังพี่ๆนักข่าวว่าอยากให้ตั้งฉายาแบบออกแนวขำๆดีกว่า ข่าวบันเทิงก็ควรบันเทิง ไม่ควรโหดอย่างกับจะฆ่ากันตายเหมือนข่าวอาชญากรรม เบาๆมือนิดนึง เรื่องที่เกิดขึ้นกับดาราคนนั้นก็รุนแรงพอแล้ว เราเองก็ไม่ได้เจอกับตัวไม่รู้หรอกว่าจะเจ็บ จะเครียดมากขนาดไหน ขอความเห็นใจกัน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อยู่กันอย่างประนีประนอมดีที่สุด"

จิกกัด+ประจาน=ละเมิดสิทธิ 

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แสดงทัศนะว่า หลายฉายาที่ตั้งขึ้นนั้นเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างชัดเจน มีลักษณะของการจิกด่า ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงสมาคมนักข่าวบันเทิงว่าทำเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธรรมเนียมการตั้งฉายาถูกริเริ่มโดยนักข่าวการเมือง เพื่อมุ่งเน้นฉายภาพการทำงานของแหล่งข่าวอันมีผลต่อนโยบายและประชาชนในภาพรวม แต่การตั้งฉายาดาราของนักข่าวบันเทิงนั้นถูกตั้งขึ้นจากการนำเรื่องส่วนตัวมาประจาน

“สมาคมนักข่าวบันเทิงควรมีการชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการตั้งฉายา อย่าอ้างว่าสะท้อนจากพฤติกรรมของดารา เพราะในทางปฏิบัติสามารถใช้คำที่สุภาพได้ และไม่ล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วย ยิ่งเรื่องของสถาบันครอบครัวยิ่งต้องละเว้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือการประจานคนอื่น เช่น กรณีฉายาของคุณแตงโมถือว่ารุนแรงมาก แบบนี้ตั้งมาเพื่อมุ่งจะด่าเขา ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการทบทวนบทบาทหน้าที่การทำงานของสื่อมวลชนสายบันเทิงให้ชัดเจน ควรแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากหน้าที่ อยากให้นักข่าวบันเทิงคิดกลับกันว่าถ้าประชาชนอยากตั้งฉายาให้นักข่าวบันเทิงบ้างจะเป็นอย่างไร นักข่าวบันเทิงจะรับได้หรือไม่"

ขณะที่ ผศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และอาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า รู้สึกกังวลใจอยู่ 2 เรื่อง นั่นคือ 1.การใช้คำในการตั้งฉายา สะท้อนว่ารสนิยมที่ต่ำมาก คำที่ใช้มีลักษณะสองแง่สองง่าม เช่น มือฉกดกกาแฟ คำว่า'ดก'นั้นกำกวมและส่อไปในเรื่องเพศ 2.ทุกเหตุการณ์ทุกเรื่องราวที่ถูกนำมาตั้งฉายา ล้วนแต่เป็นเรื่องใต้สะดือ เรื่องในมุ้ง ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น

"สื่อบันเทิงบ้านเรากำลังมีปัญหาใหญ่มากคือ ไม่เคารพพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น แม้ว่าเขาจะเป็นบุคคลสาธารณะก็ตาม แต่ในความเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องมีเส้นแบ่งความเป็นส่วนตัว การตั้งฉายาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาจากฉันทามติ มาจากความเห็นชอบร่วมกันของทั้งกลุ่ม น่าสงสัยว่าไม่มีนักข่าวสักคนสะกิดเตือนกันเลยเหรอ ที่สำคัญสื่อบันเทิงไม่มีองค์กรตรวจสอบกันเองเลย ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตมากๆ"

แม้การตั้งฉายาดาราจะเป็นเพียงสีสันขำๆประจำปี ทว่า"ความแรง"ของแต่ละฉายาได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางรุนแรงจนใครก็คาดไม่ถึง

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต