"ปล้นริมทาง"...ภัยใกล้ตัวคนเดินถนน

วันที่ 14 ธ.ค. 2558 เวลา 17:57 น.
"ปล้นริมทาง"...ภัยใกล้ตัวคนเดินถนน
โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุปล้นจี้ชิงทรัพย์ริมถนนยามวิกาล กำลังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ที่สร้างความหวาดผวาให้ประชาชนคนเดินดินเป็นอย่างยิ่ง ดังที่ปรากฎเป็นข่าวหน้าหนึ่งไม่เว้นแต่ละวัน

ภาพกลุ่มมิจฉาชีพขับขี่มอเตอร์ไซค์อาละวาดหาเหยื่อตามตรอกซอกซอย แม้กระทั่งริมฟุตบาท ก่อนเข้ากลุ้มรุมทำร้ายเหยื่อ ชิงทรัพย์สินมีค่า โชคร้ายอาจถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิต

ต่อไปนี้คือ พฤติการณ์ "ปล้นริมถนน" ภัยใกล้ตัวที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

เยาวชน อาชญากรสุดอันตราย

ไม่น่าเชื่อว่า ทุกวันนี้บริเวณฟุตบาทริมถนนที่มีรถวิ่งกันขวักไขว่ แสงไฟสว่างไสว จะกลายเป็นสถานที่เสี่ยงภัย

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น)  เผยว่า แม้สถิติเหตุจี้ปล้นชิงทรัพย์ในปี2558 จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่กลับมีความรุนแรงมากขึ้นจนน่าเป็นห่วง ที่สำคัญผู้ก่ออาชญากรรมส่วนใหญ่คือ เยาวชน

“คนตกงานเป็นหนี้เป็นสิน ขอทาน หรือคนจรจัดที่ดูไม่น่ามอง แต่ก็มีน้อยมากที่จะเลือกเส้นทางปล้นจี้ชิงทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนทั้งนั้น พฤติการณ์คือจะใช้จักรยานยนต์ตระเวนล่าเหยื่อในเวลากลางคืน โดยเฉพาะหลัง 4 ทุ่มเป็นต้นไป สายตามองหาหญิงหรือชายที่อยู่ตามลำพังไม่เกิน 2 คน  เลือกทรัพย์สินที่สังเกตได้ง่าย พวกกระเป๋าสะพาย แทบเลต สมาร์ทโฟน ใครขัดขืนพวกนี้อาจลงมือทำร้ายร่างกาย หรือใช้อาวุธที่พกมาทำร้ายจนเสียชีวิตได้ ก่อนจะหลบหนีซอกแซกไปตามตรอกซอกซอย"

พล.ต.ต.สุวัฒน์ ระบุว่า ทุกพื้นที่ที่จักรยานยนต์เข้าถึงล้วนเป็นพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะฟุตบาท ขณะเดียวกันเหยื่ออันดับหนึ่งคือผู้หญิง พูดง่ายๆว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่เปลี่ยว ขอเพียงอยู่ตามลำพังหรือไม่เกินสองคน ก็นับว่าเสี่ยงแล้ว

"หากเดินคนเดียวจึงควรมีสติ ระมัดระวัง รู้จักสังเกตเหตุการณ์โดยรอบ เมื่อพบเห็นเยาวชนขี่รถมากลางค่ำกลางคืน  ท่าทีไม่น่าไว้ใจ อย่าแสดงทรัพย์สินโดดเด่นหรือสังเกตง่ายเป็นอันขาด และในการเดินทางควรพยายามหายานพาหนะที่ใกล้สถานที่จุดหมายของตัวเองให้มากที่สุด

ยาเสพติด...ต้นตออาชญากรรม

จากการเปิดเผยของรองผบช.น. ทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุจี้ปล้นริมถนนจะพบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมใช้ยาเสพติดแทบทุกราย ยาเสพติดทำให้ผู้ก่อเหตุขาดความยับยั้งชั่งใจ เลือกกระทำความผิดโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง หวังเพียงเงินไปเที่ยวเตร่และเสพยา

“เด็กพวกนี้มักอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นแก๊งแล้วเหิมเกริม พอได้แรงบวกจากยาเสพติดที่พวกเขาผสมขึ้นเองจากตัวยาที่หาได้ทั่วไปตามร้านขายยา ทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ และก่อความเหตุรุนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ปราบยาเสพติดตามกฎหมาย เช่น พวกยาบ้า  เเต่สำหรับเยาวชน สิ่งเสพติดคือ การผสมมันขึ้นมาเอง ยาทั่วไปถูกนำมาใช้เป็นสารกระตุ้นหรือสารเสพติดมากขึ้น ซึ่งต้องระวังเเละควบคุมร้านยาที่ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเภสัชกรอยู่  เรื่องนี้อาจเป็นเเรงขับเเละส่วนเสริมให้เยาวชนกระทำความผิดมากขึ้น จากพฤติกรรมหรือภาวะในจิตใจของตัวเองอยู่เเล้ว มีเเรงขับที่จะกระทำความผิดมากขึ้น เเละความรุนเเรงในการก่อเหตุมากขึ้น ซึ่งเมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่ได้ระดมจับกุม ร้านขายยาที่ขายโดยไม่มีใบสั่งเเพทย์หรือไม่มีเภสัชหรือไม่มีใบอนุญาตเยอะมาก

ยกตัวอย่างเคสหนึ่งย่านบางซื่อ ผู้เสียหายถูกเเทงเสียชีวิตด้วยน้ำมือของเยาวชน เด็กที่กระทำผิดอายุเเค่ 17 ปีเเละใช้สารเสพติดที่ผสมเอง เขาเอามีดเเทงเหยื่อโดยไม่มีความคิด  ตายแล้วยังเอาขวดปากฉลามแทงคอย้ำอีกหลายครั้ง เพียงเพื่อต้องการทรัพย์สิน พฤติกรรมเเบบนี้ไม่ใช่คนปกติ  ส่วนเพื่อนๆที่ร่วมก่อเหตุก็ล้วนเเต่มีคดีติดตัว อยู่ระหว่างการประกันตัวบ้าง สู้คดีอยู่บ้าง มองไปที่ระดับการศึกษา หลายรายก็อยู่ระหว่างพักการเรียน พวกนี้เสี่ยงที่ก่อเหตุอยู่เเล้ว เมื่อโดนเเรงบวกจากสารเสพติดเข้าไปอีก ความยับยั้งชั่งใจไม่มีเหลือ"

พล.ต.ต.สุวัฒน์  ยอมรับว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจัดการปัญหาพวกนี้ เเต่ทำได้เเค่ป้องกัน ในเชิงรุกยังค่อนข้างลำบาก

“ตำรวจพยายามใช้มาตรการจัดการภัยริมถนนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตั้งด่านตรวจในช่วงเวลากลางคืน  เเต่จริงๆ แล้วด่านตรวจนั้นป้องกันเหตุการณ์อันตรายได้น้อย  เพราะคนร้ายสามารถหลบเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นได้ ส่วนมาตรการเชิงรุก อย่างการซุ่มจับ ดักจับ ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจมองการทำงานของเจ้าหน้าที่ในทางที่ไม่ดีเสียอีก ทั้งที่เป็นมาตรการที่ทั้งโลกใช้ วันนี้พอซุ่มจับยาก ก็ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของปัญหาอาชญากรรม

7วิธีการป้องกันตัวเองในยามวิกาล

จากหนังสือเรื่องงานสวัสดิภาพความปลอดภัยและจราจรของมาสเตอร์ สุรวุธ จำรัส  ระบุคำแนะนำการป้องกันตัวเองในที่สาธารณะไว้น่าสนใจ 7 ข้อดังนี้

1.ควรเดินในที่สว่าง พยายามเดินให้ห่างจากประตูตามตึก อาคาร และบ้านเรือน เพราะคนร้ายอาจแอบอยู่หลังประตู และเปิดออกฉุดคุณเข้าไปเมื่อคุณเดินไปใกล้ๆ

2.อย่าให้คนเดินตามหลังในระยะกระชั้นชิด คนร้ายมักจู่โจมจากด้านหลัง ถ้ามีคนเดินตาม และไม่แน่ใจว่าเขาเดินตามคุณเพื่อทำร้ายหรือเปล่า ให้หันมาเผชิญหน้า ถ้าไม่ใช่ เขาจะเบี่ยงเดินแซงคุณไป ถ้าใช่บางครั้งคนร้ายอาจเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นว่าเหยื่อมีความระมัดระวัง

3.หากรู้สึกว่ามีใครกำลังเดินตามคุณกลับบ้าน สิ่งที่ควรทำ คือ อย่าเพิ่งตรงดิ่งกลับเข้าบ้าน เพราะถ้าทำเช่นนั้นคนร้ายจะรู้จักที่พักคุณ และอาจย้อนมาทำร้ายทีหลังได้ ควรเปลี่ยนเส้นทางและเดินเข้าไปในสถานที่ซึ่งมีคนพลุกพล่าน เช่น ร้านค้า ร้านหนังสือ หรือร้านอาหาร หากบริเวณที่คุณถูกเดินตามไม่มีร้านอะไรเลย ให้มองหาบ้านคนรู้จัก หรือบ้านหลังไหนก็ได้ที่เปิดไฟอยู่ และเข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนในบ้านนั้น

4.ถ้าคนที่เดินตามอยู่ใกล้ขนาดได้ยินเสียงเรียกชื่อ (ที่คุณสมมติขึ้นมาเอง) เหมือนว่าคุณกำลังตะโกนเรียกคนในบ้านให้มาเปิดประตูให้ ซึ่งคนร้ายมักจะซุ่มรอเพราะคิดว่ามีคนเดียว หากมีบุคคลทีสามเข้ามาจะยากต่อการทำร้าย ดังนั้นถ้าคนร้ายได้ยินเสียคุณเรียกคนในบ้านก็จะลังเลหรือเปลี่ยนใจ

5.หากคุณยืนอยู่หน้าบ้าน จงเคาะดังๆ และตะโกนเสียงดังๆว่า พี่ พ่อ ลุง...(เติมชื่อผู้ชายเข้าไป) ช่วยเปิดประตูให้หนูที จากนั้นแกล้งทำเป็นหยุดนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อเองว่า "ก็ได้ๆ ไม่ตะโกนก็ได้" แสร้งทำเหมือนว่าคนชื่อนั้นกำลังมาเปิดประตูให้คุณเข้า เมื่อมีคนมาเปิดประตูบ้านให้ ควรบอกเจ้าของบ้านว่าเกิดอะไรขึ้น และขอให้โทรแจ้งตำรวจให้ที อย่าลืมว่าตอนนี้คุณก็กำลังอยู่ในบ้านคนแปลกหน้าเช่นกัน ดังนั้นควรตั้งสติ ระมัดระวังตัว เช่น อาจจะยืนรออยู่หน้าบ้านจนกว่าตำรวจจะมาถึง

6.สะพานลอย ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใช้สะพานลอยยามค่ำคืน หากจำเป็นต้องเดินข้าม ให้สังเกตว่ามีคนซุ่มอยู่ทั้งขาขึ้น หรือขาลงหรือเปล่า คนร้ายมักดักรอเหยื่อ เป้าหมายคือผู้หญิงที่เดินข้ามตามลำพัง สวมใส่เครื่องประดับมีค่า สะพายกระเป๋า เดินคุยมือถือ หรือฟังวอล์กแมน เมื่อได้ทรัพย์สินจะหนีไปโดยมอเตอร์ไซค์ หรือถ้าเป็นที่เปลี่ยวอาจโดนฉุดไปข่มขืนด้วยคน คนร้ายมักเป็นวัยรุ่นที่ติดยาเสพติดและตระเวนก่อคดีไปทั่ว

7.ห้องน้ำสาธารณะ ถ้าต้องเดินเข้าไปห้องน้ำคนเดียว ควรระมัดระวังตัวและสังเกตสิ่งรอบข้าง เพราะคนร้ายมักจะคอยซุ่มดูคุณอยู่ในจุดที่สามารถซ่อนตัวได้ หรือยากต่อการสังเกตเห็น โดยคนร้ายจะเลือกเหยื่อที่เหมาะแล้วเข้าโจมตีและจัดการให้เร็วที่สุดขณะที่กำลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ คอยฟังเสียงฝีเท้าหรือเสียงลากเท้าบนพื้น เพราะนั่นอาจเป็นเสียงที่ใครบางคนกำลังจับตาดูคุณอยู่ และอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมโจมตี นอกจากนี้ควรสังเกตเงาบนผนังหรือบนพื้นของคนที่เคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง ซึ่งนั่นอาจเป็นเงาของคนร้ายตามธรรมชาติของมนุษย์เรามักต้องการความเป็นส่วนตัว (ในกรณีที่มีหลายห้อง) ซึ่งคนร้ายเองก็มักซุ่มแอบอยู่ในห้องน้ำห้องในสุดเช่นกัน ดังนั้นหากจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำควรเลือกห้องที่อยู่ใกล้ประตูทางออกที่สุด หรือห้องแรกๆ ซึ่งหากเกิดภัยอันตรายขึ้นมา บุคคลภายนอกที่ผ่านไปมาสามารถได้ยินเสียงหรือเสียงร้องของคุณได้

นอกจากนี้ หากถูกโจรจี้เอากระเป๋าสตางค์ อย่ายื่นกระเป๋าให้โจร แต่ให้เขวี้ยงกระเป๋าไปไกลๆ เพราะเป็นไปได้ว่าโจรอาจสนใจเงินหรือข้าวของในกระเป๋ามากกว่าตัวคุณ มันจะวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่คุณโยนออกไป ทีนี้ก็จงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปในทิศทางตรงกันข้าม

เมื่อบนท้องถนนเมืองกรุงในยามวิกาลไม่ปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท ระมัดระวังตัว และมีสติอยู่เสมอ