สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ภารกิจของ "อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์"

  • วันที่ 29 ก.ย. 2558 เวลา 20:24 น.

สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ภารกิจของ "อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์"

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ระยะเวลา 1 เดือน กับอีก 6 วัน ที่ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เข้ารับตำแหน่งหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 3 ดูเหมือน รมว.คลังใหม่ถอดด้ามคนนี้ จะเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจได้ดี เมื่อเข้ามาทำงานก็มีนโยบายการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจทันที

อภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องต้องทำเยอะ เรื่องเร่งด่วนก็มาก ไม่อยากทิ้งไว้นาน เพราะจะทำให้การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจยากมากขึ้น

“สิ่งที่ดำเนินการเป็นอันดับแรก ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข เหมือนกับตอนที่เป็นนายแบงก์ก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานของธนาคารมีความสุข พอมาเป็น รมว.คลัง ดูภาพใหญ่ขึ้นก็ต้องดูแลประชาชนให้มีความสุข ก็มีการดำเนินมาตรการช่วยเหลือความเป็นอยู่ผ่านการจ่ายเงินกองทุนหมู่บ้าน การทำโครงการขนาดเล็กระดับตำบลละ 5 ล้านบาท และการเร่งโครงการขนาดเล็กไม่ถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้งาน” อภิศักดิ์ กล่าว

หลังจากนั้นก็ต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศโตต่อไปได้อย่างไร ในส่วนของภาครัฐก็ทำเต็มที่แล้ว การลงทุนขนาดใหญ่ต้องใช้เวลา ซึ่งเป็นการดำเนินการที่จำเป็นเพราะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ ดังนั้นต้องพึ่งการลงทุนภาคเอกชน เพราะรัฐลงทุนอย่างเดียวไม่ไหว ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับการลงทุนภาคเอกชน แต่ทว่าภาคเอกชนไม่ลงทุนมาเลย 10 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรและเทคโนโลยี ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

อภิศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องการเครื่องยนต์ผลักดันเศรษฐกิจใหม่ (New growth engine ) ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เป็นสิ่งที่ประเทศต้องค้นหาคำตอบ ต้องให้ไปดูแนวโน้มของโลกว่าไปทางไหน ต้องสอบถามบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกว่าต้องการอะไรหากจะมาลงทุนในประเทศไทย การกำหนดนโยบายจะได้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ลงทุน

“เราต้องการประกาศนโยบายใหม่ออกมาแล้วคนบอกว่า เจ๋งเลย ต่างชาติเห็นแล้วต้องอยากลงทุน เหมือนตอนที่ประเทศไทยขุดเจอแหล่งก๊าซธรรมชาติ มันต้องแบบนั้น การจะคงค่าแรงถูก ผลตอบแทนการลงทุนสูงตลอดไป คงจะเป็นไปไม่ได้”รมว.คลัง กล่าว

สำหรับการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงปกติ (New normal) เป็นเรื่องที่พูดเพื่อปลอบใจกันว่าเศรษฐกิจของไทยต่อจากนี้จะโตได้ปีละ 3-4% เท่านั้น ซึ่งมันจะเป็นเช่นนี้ถ้าไม่ทำอะไรเลยและจะต่ำลงไปมากกว่านี้อีก แต่หากไทยมีเครื่องยนต์ใหม่ที่จะผลักดันเศรษฐกิจให้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะทำให้เศรษฐกิจของไทยสามารถขยายตัวต่อไปได้ 10-20 ปีข้างหน้า

สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อย เป็นการทำชั่วคราวเท่านั้น การดำเนินการทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ทำให้เศรษฐกิจไทยยั่งยืนและให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถที่จะเกาะไปกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในไทย นอกจากต้องการผลตอบแทนสูง ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่พิจารณา เรื่องความมั่นคงของประเทศ ความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายในการทำธุรกิจ ซึ่งได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงเลิกกิจการ ต้องให้ความสะดวกรวดเร็ว ไม่ให้กฎเกณฑ์ที่สร้างขึ้นมาเป็นตัวถ่วงทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมา สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานต่างๆ ประชุมเพื่อบูรณาการการทำงานในเรื่องนี้ เพื่อให้นักลงทุนคิดถึงการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

หลังจากที่รัฐบาลกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนได้แล้ว ก็คาดว่าจะมาต่อเชื่อมกับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งการดำเนินการ 2-3 สิ่งนี้จะทำให้ความมั่นใจของผู้บริโภคและนักลงทุนเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางก็ต้องเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือกับผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นคือภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นภาคที่มีอุตสากรรมต่อเนื่องเกี่ยวข้องจำนวนมาก การดำเนินการในส่วนนี้จะไม่มีการสร้างความต้องการเทียมขึ้นมา แต่จะกระตุ้นให้มีการใช้ที่รวดเร็วมากขึ้น

รมว.คลัง กล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์มีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ลูกค้าที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อบ้านจากธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 60% ในบางธนาคาร แต่ลูกค้าในส่วนนี้ก็ยังมีความสามารถที่จะขอสินเชื่อได้ จึงได้หารือกับธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) ให้หามาตรการในการปล่อยสินเชื่อลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้ช่วยทุกรายที่ไม่ผ่านการพิจารณาจากธนาคารพาณิชย์ แต่แน่นอนว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสียมากกว่าลูกค้าดี ก็ได้ให้แนวทาง ธอส.ไปเจรจากับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ให้ส่งลูกค้าดีมาใช้สินเชื่อของ ธอส.ด้วย

สำหรับมุมมองด้านเศรษฐกิจต่างประเทศ รมว.คลัง เห็นว่า เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวได้ระดับ 7% เศรษฐกิจยุโรปดีขึ้น เศรษฐกิจโลกไม่น่าจะมีอะไรแย่มากไปกว่านี้ เช่นเดียวกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ไม่น่าจะตกต่ำมากไปกว่านี้อีกแล้ว ทั้งราคาน้ำมันและพืชผลทางการเกษตร

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอยู่ที่ว่าเศรษฐกิจโลกจะทรงตัวอยู่อย่างนี้นานแค่ไหน หากอยู่นานประเทศไทยก็ต้องใช้เงินในการดูแลเศรษฐกิจมากขึ้น แต่หากไม่นานปีหน้าเศรษฐกิจขยายตัวเดินหน้าต่อไปได้ มาตรการในการดูแลเศรษฐกิจที่ผ่านมาก็ถือว่าเพียงพอ และเศรษฐกิจไทยปีหน้าก็เชื่อมั่นว่าจะดีกว่าปีนี้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ