ความกลัวทำให้เสื่อม หมดเวลาของรัฐบาลแล้ว

  • วันที่ 24 ก.ค. 2558 เวลา 09:18 น.

ความกลัวทำให้เสื่อม หมดเวลาของรัฐบาลแล้ว

โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ

ยามนี้ผู้หาญกล้าท้าชนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จากพรรคเพื่อไทย คงไม่มีใครเกิน "วัฒนา เมืองสุข" อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งล่าสุดเขาได้ตัดสินใจยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศ คสช. ฉบับที่ 21/2557 ที่ห้ามบุคคลจำนวน 155 คน เดินทางออกนอกราชอาณาจักรพร้อมขอคุ้มครองฉุกเฉิน

ในคำฟ้องระบุว่า ประกาศดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เลือกปฏิบัติ การกำหนดรายชื่อบุคคลที่ห้ามเดินทาง และการใช้ดุลพินิจในการอนุญาตให้เดินทางหรือเกิดขึ้นตามอำเภอใจของผู้ออกคำสั่งมีขึ้น เพื่อประโยชน์ทางการเมืองและถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองขัดต่อประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการเดินทาง ซึ่งเป็นเสรีภาพส่วนบุคคลขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ "วัฒนา" ยังได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับทีมข่าวโพสต์ทูเดย์ว่า เหตุผลที่ต้องใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อเป็นแบบอย่างให้เห็นวิธีของอารยะในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ลากอาวุธหรือรถถังออกมายึดอำนาจประชาชนแล้วออกคำสั่งตามอำเภอใจ  ถ้าประเทศนี้พึ่งพาอะไรไม่ได้ ต่อไปก็คงต้องลากปืนมาตัดสินกัน และเชื่อว่ายังแสวงหาความยุติธรรมจากแผ่นดินนี้ได้ ไม่ช่องทางใดก็ทางหนึ่ง และการที่ใช้สิทธิออกมาวิจารณ์เพราะกำลังพยายามบอกพวกคุณ (คสช.) ว่า ประเทศที่เป็นอารยะเขาทำกันแบบนี้

“ผมไม่กลัว ความกลัวทำให้เสื่อม ถ้าคนที่อยู่ข้างประชาชนไม่เคยแพ้ แต่จะช้าจะเร็วก็ต้องชนะ เผด็จการอยู่ได้ไม่นาน วันหนึ่งต้องไปอำนาจที่แท้จริงอยู่คู่กับความชอบ ผมทำเพื่อความถูกต้อง ขอให้ คสช.คืนอำนาจให้ประชาชนผิดตรงไหน สังคมนี้เป็นสังคมนิติรัฐ นิติธรรม ถ้าคุณใช้สิทธิตามกรอบของกฎหมายทุกคนก็ต้องเคารพ"

วัฒนา บอกว่า คสช.ขอโอกาสและเวลาอีกไม่นาน เราให้เวลามาปีกว่าแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ยิ่งให้เวลานานประเทศยิ่งเสียหาย อยากให้รัฐบาลเข้าใจว่า การขอเวลาไม่ได้หมายความว่าขอไปทำอะไรก็ได้ เวลาตอนนี้มันจบแล้ว เราพร้อมให้เวลาที่เป็นธรรม แต่ได้เวลาที่ต้องคืนอำนาจให้ประชาชน ประเทศนี้ของคนไทย 66 ล้านคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ให้เขาได้เลือกวิถีทางเดินของเขา

อดีต รมว.พัฒนาสังคมฯ ยังได้ฉายภาพการทำงานของรัฐบาลว่าเป็นการทำงานที่ล้มเหลว ทั้ง 3 มิติ คือ 1.เศรษฐกิจ การส่งออกตกอย่างต่อเนื่องมา 6 เดือน และอนาคตไม่มีทางจะฟื้นได้ เพราะประเทศคู่ค้าไม่คุยกับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร การบริโภคภายในตกลง คนไม่มีเงิน ตกงาน ร้านค้า และธุรกิจขนาดเล็กตายหมด และที่สำคัญการลงทุนใหม่ๆ ก็ไม่เกิด เพราะว่านักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่หรือเมกะโปรเจกต์จะยิ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะการเบิกจ่ายยังเบิกกันได้ไม่ถึงครึ่ง

2.มิติทางสังคมและการเมืองภายในรัฐบาลไม่สามารถทำให้คนไทยเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างกันอยู่ขณะนี้มีความเป็นธรรม มีแต่คนออกมาตำหนิ กลัวว่าจะเป็นการออกรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจของตัวเอง และ 3.มิติทางการเมืองระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์ด้านสร้างความสัมพันธ์ เมื่อตลาดหลักๆ ของประเทศไทยคือ สหรัฐ สหภาพยุโรป แต่รัฐบาลถูกตัดความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจทุกด้าน เจอแต่ปัญหาแรงเสียดทานจากประเทศคู่ค้า เพราะประเทศเหล่านี้เขาไม่คุยกับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ

"วัฒนา" ย้ำว่า ประเทศเดินหน้าไม่ได้ตั้งแต่วันแรกที่ คสช.เข้ามารัฐประหาร มันหมดยุคทหารแล้ว เพราะทหารไม่ได้ถูกสอนให้มาแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของประเทศ ภารกิจเขาคือการป้องกันประเทศ ไม่ใช่การใช้สมอง การบริหารประเทศ วันนี้ปัญหาประเทศมีความซับซ้อนหลายมิติ ไม่ใช่การสั่งซ้ายหันขวาหัน หรือคิดจะใช้มาตรา 44 แล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ถ้ารัฐบาล คสช.วางรากฐาน ใช้ความเคยชินกับการแก้ปัญหาโดยใช้มาตรา 44  หากวันหนึ่งเมื่อมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้วเขาจะแก้ปัญหากันอย่างไร สิ่งที่ คสช.ทำไม่ได้เป็นการสร้างโครงสร้างที่ดีให้กับประเทศ

“ประเทศไทยรอให้ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้แล้ว เพราะเศรษฐกิจไม่ไหวแล้ว กว่าจะนำเอาร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติไปทำประชามติ หากประชามติไม่ผ่านก็ต้องเสียเวลายาวออกไปอีก ประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของพวกคุณ ไม่ใช่ที่ฝึกงานของคนที่ไม่รู้เรื่อง เกษียณแล้วก็ควรกลับไปอยู่บ้าน ถ้าอยากเล่นการเมืองก็ไปลงเลือกตั้ง ให้ประชาชนเขาเลือก”

สำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ "วัฒนา" มองว่า ได้สะท้อนให้เห็นว่าวิธีคิดของคสช.เป็นแบบอำนาจนิยม รังเกียจคนที่มาจากประชาชน เห็นคนที่ไม่ได้มาจากประชาชนดีกว่าประชาชนเสมอ วิธีของเขาก็คือทำให้คนที่มาจากประชาชนทำงานไม่ได้ เพื่อให้พวกของตัวเองกลับมามีอำนาจใหม่ ด้วยวิธีการที่ทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤตวุ่นวาย

อย่างไรก็ตาม ในทางที่ดีรัฐบาลและ คสช.ต้องรีบคืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนของเขามาแก้ปัญหา โดยกลับไปแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้วหยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่ประชาชนยอมรับ อาจจะเป็นรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 2550 ทำให้เกิดการเลือกตั้งมีรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับ เมื่อนั้นประชาคมโลกจะเริ่มคุยด้วยจึงจะเริ่มแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้

หลังจากนั้นให้ตัวแทนประชาชนมาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนเอง อย่าไปคิดแทนเขา พวกคุณเป็นคนที่ล้มเหลว แต่จะวางแนวทางการปฎิรูปให้ประชาชนเดินตาม เสมือนกับคนที่ล้มละลายแล้วเขียนแนวทางการเป็นเศรษฐีให้ประชาชนอ่าน และเมื่ออาสาเข้ามาแก้ปัญหา จะไปโทษเรื่องในอดีตทำไม ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาในเชิงรุกเข้าไป

ขณะที่คำถามสังคมที่กังขาว่าการออกมาเคลื่อนไหวของนักการเมืองซีกฝั่งพรรคเพื่อไทยเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งมาหรือไม่นั้น วัฒนา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาสำหรับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยได้วิจารณ์ใคร เพราะท่านเคารพความคิดคน คนนักการเมืองที่มาจากประชาธิปไตย จะเคารพความคิดเห็นคนอื่นเสมอ ท่านเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยจำกัดความคิดใครและไม่เคยชี้นำหรือสั่งใคร

"งานวันเกิดท่านทักษิณผมก็ไม่เคยไป ท่านจะเจอผมในวันที่วันที่ลำบากไม่มีใคร เมื่อท่านหันมาจะเจอผม” วัฒนา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ