เดิมพัน4คดีอภิมหาโกง

  • วันที่ 17 มิ.ย. 2558 เวลา 11:30 น.

เดิมพัน4คดีอภิมหาโกง

โดย....ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

ทำไมคดีฉ้อโกงถึงไม่ลดน้อยลงในสังคมไทย ตรงกันข้ามนับวันยิ่งมากขึ้นๆ

ในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมามี 4 คดีดังเป็นข่าวครึกโครม

1.คดีการโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 2.คดีหลอกลวงร่วมลงทุนกับบริษัท ยูฟัน สโตร์ 3.คดียักยอกเงินในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ 4.คดีทุจริตภายในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)

ไม่น่าเชื่อมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท และมีผู้เสียหายมากถึง 2 แสนคน

ผู้ต้องหาที่ตำรวจแกะรอย ออกหมายจับ หลากหลายทั้งนักการศึกษา ผู้บริหาร นายธนาคาร ดารา ที่ร่วมขบวนการโกงเงินอย่างอิ่มหมีพีมัน

ทรัพย์ที่ถูกฉ้อโกง เป็นเงินฝากของประชาชน คนสูงวัย เงินการศึกษา ลามถึงเงินครู 

ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า เหตุที่ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตหรือการฉ้อโกง ก็เพราะไม่มีการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างจริงจัง ไม่ถูกดำเนินคดี ทำให้เห็นว่าคนที่มีอำนาจสามารถทำทุจริตหรือโกงได้ และกลับได้รับความนับหน้าถือตาในสังคม

รวมถึงช่องโหว่ทางกฎหมายที่ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการเอาผิด หรือปรามผู้ที่คิดจะทำผิด ให้ยับยั้งชั่งใจในการทำผิด

“ถึงแม้จะดำเนินการเอาผิดจริง แต่ไม่ทำตามกฎหมายก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะถ้าคนคิดจะโกงก็ทุจริตได้เช่นเดิม” ประมนต์ กล่าว

ร่ายเรียงกันอีกครั้ง 4 คดีอภิมหาโกงที่อยู่ระหว่างการส่งฟ้องและดำเนินการสอบสวน เริ่มจาก คดียักยอกเงินจากบัญชีกองกลางของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2557 เมื่อ สจล.พบพิรุธเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน จนทราบว่าเงินของสถาบันได้สูญหายไปกว่า 1,600 ล้านบาท

ยิ่งตรวจสอบเชิงลึกยังพบเงินที่ฝากไว้กับธนาคารสูญหายอีกมาก ที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้กว่า 11 ราย โดยมี ทรงกลด ศรีประสงค์ ผู้จัดการธนาคาร และอำพร น้อยสัมฤทธิ์ อดีตผู้อำนวยการส่วนการคลัง สจล. รวมถึง กิตติศักดิ์ มัทธุจัด เป็นผู้บงการใหญ่ในขบวนการทุจริตนี้ หลังจากกบดานไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ 

ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ ร่วมกันลักทรัพย์ ฟอกเงิน

ถัดมาเป็นคดีโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มี ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญยังถูกคุมขังในเรือนจำ

ที่มาของเรื่องเกิดจากการปล่อยกู้ของสหกรณ์ฯ มีวงเงินเสียหาย 1.5 หมื่นล้านบาท และด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าท้องตลาด ทำให้มีประชาชนสนใจร่วมลงทุนนำเงินที่เคยเก็บออมมาลงทุนจนหมดเนื้อหมดตัว มีผู้เสียหายที่ฝากเงินกับสหกรณ์ฯ จำนวน 56,599 คน

การฉ้อโกงยังระบาดไปยังวงการผ้าเหลือง หลังดีเอสไอพบเส้นทางเงินสหกรณ์ฯ โยงกับวัดพระธรรมกาย และให้พระหลายรูปในวัด รวมถึง พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ปมโกงเงินสหกรณ์ฯ คลองจั่นยังไม่หยุด ลามไปถึงบุคคลมีชื่อเสียงอีกมาก อย่าง สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ “เสี่ยบิ๊ก” นักธุรกิจพันล้าน ประธานสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ หลังมีชื่อรับเช็คจาก ศุภชัย เป็นเงิน 20 ล้านบาท

เช่นเดียวกับคดีบริษัท ยูฟัน สโตร์ โกงเงินรูปแบบ “แชร์ลูกโซ่” มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 1.2 แสนคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 3.8 หมื่นล้านบาท มีผู้ต้องหากว่า 28 ราย คดีนี้เกี่ยวโยงไปยังดาราระดับซุป’ตาร์คนดัง ตลก ที่ร่วมขบวนการแชร์ลูกโซ่ ทำให้ประชาชนตกหลุมพางของขบวนการเหล่านี้

สุดท้ายคดีกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของ สกสค.สร้างความเสียหายกว่า 7,000 ล้านบาท กระทบกับครูทั่วประเทศ

ดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้ดำเนินคดี อดีตผู้บริหาร สกสค.ข้อหาปล่อยกู้เงิน ช.พ.ค. ให้กับบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป ทำให้รัฐเสียหาย 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จ.เพชรบุรี  

ข้อสรุปจาก ประมนต์ ตั้งความหวังว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติและตำรวจ ต้องเอาตัวผู้กระทำผิดในคดีฉ้อโกงเหล่านี้ไปสู่การดำเนินคดี รวมถึงต้องเร่งปลุกจิตสำนึกอย่าให้การทุจริตให้ฝังรากลึกเข้าไปในคนทำงานและประชาชนทุกคน เพราะนี่ปัญหาทุจริตคือตัวถ่วงความเจริญของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ