ผ่า"บูกิต จาลิล"สังเวียนแข้งช้างศึกVSเสือเหลือง

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2557 เวลา 17:56 น.

ผ่า"บูกิต จาลิล"สังเวียนแข้งช้างศึกVSเสือเหลือง

โดย นายศรัทธา 13      การแข่งขันฟุตบอลซูซูกิคัพ 2014 หรือ ชิงแชมป์อาเซียน โคจรมาถึงรอบชิงชนะเลิศนัดสุดท้ายแล้ว โดยค่ำคืนวันที่20ธ.ค.57 เวลา 19.00 น. “ทีมช้างศึก” ทีมชาติไทย จะลงฟาดแข้งในฐานะทีมเยือน กับ “เสือเหลือง” มาเลเซีย       นี่คือนัดสุดท้ายที่จะตัดสินว่า ชาติใดจะเป็นจ้าวแห่งลูกหนังย่านอาเซียนหลังจากรอบชิงชนะเลิศนัดแรก ทีมชาติไทย เก็บชัยชนะมาได้ด้วยสกอร์  2-0   ทำให้การแข่งขันนัดนี้ ทีมมาเลเซียแพ้อีกไม่ได้  อีกทั้งถ้าจะเอาชนะต้องยิงประตูทีมชาติไทยให้ได้ 3 –0 ขึ้นไป      หรือไม่ต้องเอาชนะในเวลา 2-0 เพื่อไปต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะต่อไป แต่หากเสียประตูให้กับทีมชาติไทยงานนี้ต้องเหนื่อยอีกเท่าตัว          ฉะนั้น การแข่งขันนัดนี้จึงมีความหมายต่อสองทีมอย่างยิ่ง        การที่ทีมชาติไทยเก็บสกอร์ตุนไว้ถึงสองลูกจึงเป็นความได้เปรียบนิดๆ    ขณะที่มาเลเซีย นอกจากนักเตะต้องเล่นเต็มสูบแล้ว ยังต้องหวังพึ่งเสียงเชียร์ หรือแม้แต่ปัจจัยแวดล้อมที่มองไม่เห็นเพื่อเอาชนะ        แน่นอน สนามแข่งขัน “บูกิต จาลิล” จึงมีส่วนสำคัญต่อการชี้ชะตาไทย-มาเลเซีย        ก่อนหน้านี้ มาเลเซีย เตรียมใช้สนาม ชาห์ อลัม จุผู้ชมได้ถึง 80,000 คน ต้อนรับการมาเยือนทีมชาติไทย ทว่าต่อมาได้ขอสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน  หรือ เอเอฟเอฟ  เปลี่ยนแปลงมาเป็นสนาม บูกิต จาลิล ซึ่งสามารถจุผู้ชมได้ถึง 101,411 คน         นึกภาพดูแล้วกัน สนามราชมังคลากีฬาสถานซึ่งมีกองเชียร์ชาวไทยเข้ามาเต็มความจุ 50,000 คน ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่มทั่วหัวหมาก  แต่นี่คือ “บูกิต จาลิล”  จุได้แสนคนหรืออีกเท่าตัวของสนามราชมังคลาฯ จะมีระดับเดซิเบลกระหึ่มขนาดไหน       จึงเป็นความพยายามมาเลเซีย ในการใช้สนามยักษ์แห่งนี้กดดันทีมชาติไทย        บูกิต จาลิล  เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ติดอันดับ 1 ใน 10 สนามที่มีความจุมากที่สุดในโลก โดยจัดอยู่ในลำดับที่ 9          สนามบูกิต จาลิล ตั้งอยู่บริเวณทางต้อนใต้ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ก่อสร้างโดย ดร.มาฮัดเทอ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย  เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1992 ใช้งบกว่า 800 ล้านริงกิต  เริ่มเปิดใช้บริการในปีคศ.1998 ในการแข่งขันกีฬาคอมมอนเวลธ์เกมส์ หรือ มหกรรมกีฬาเครือจักรภพ       สนามแห่งนี้เคยใช้ต้อนรับทีมชื่อดังระดับโลก อย่างปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ลิเวอร์พูล เชลซี และอาร์เซน่อล          ประการสำคัญ สังเวียนเสือเหลืองแห่งนี้ ยังเคยใช้ต้อนรับทีมชาติไทย ในศึกฟุตบอลซูซูกิคัพ  เมื่อปี 2012 รอบรองชนะเลิศนัดแรก โดยทีมชาติมาเลเซียยิงนำ กองเชียร์โห่ลั่นอัฒจรรย์แทบถล่มทลาย  ก่อนที่ทีมชาติไทยจะตามมาตีเสมอ 1-1   จากนั้นทีมชาติไทยได้มาเผด็จศึกที่เมืองไทยเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในปีนั้น        แต่สำหรับปีนี้ ทีมฟุตบอลภายใต้การนำของซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กำลังก้าวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศระอุแห่งนี้ เพื่อให้คำตอบต่อทีมเสือเหลืองว่า พวกเขาสมควรพาถ้วยแห่งอาเซียนกลับสู่เมืองไทยได้หรือไม่                นี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้    

ภาพบรรยากาศกองเชียร์เสือเหลืองเต็มความจุแสนคน ณ สังเวียนแข้ง บูกิต จาลิล

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ