ปล่อยข่าวซ้ำซาก"วางมือการเมือง"
กระแสข่าวคนตระกูลชินวัตรวางมือการเมืองตอกย้ำว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา "ทักษิณ" ไม่เคยคิดวางมือทางการเมืองสักครั้งเดียว
โดย...ทีมข่าวการเมือง
“ทักษิณวางมือการเมือง แต่ต้องคืนความยุติธรรม” นี่คือพาดหัวข่าวเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการกล่าวอ้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เล่าให้คนใกล้ชิดที่เดินทางไปพบที่กรุงปักกิ่งประเทศจีน
แม้จะนำไปสู่การพาดหัวข่าวฉบับต่างๆ แต่ก็คงมีคำถามตามมาทันที “คนตระกูลชินวัตรพร้อมเลิกเล่นการเมือง” น่าเชื่อถือขนาดไหน
ก่อนจะหาคำตอบ ต้องบอกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของกระแสข่าวคนชินวัตรพร้อมวางมือการเมือง เพราะนับตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาชุมนุม เคยมีการออกข่าวในลักษณะเดียวกันนี้เพื่อหวังว่าจะทำให้สถานการณ์ชุมนุมยุติลง
ต่อมารัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารประเทศ ไม่เคยคิดวางมือการเมืองโดยปรากฏความเคลื่อนไหวด้วยการสนับสนุนมวลชนคนเสื้อแดงทวงคืนอำนาจรัฐกลับมา แม้แต่การเลือกตั้งทั่วไป พรรคเพื่อไทยก็ยังคงยึดสโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เป็นจุดขายให้ประสบชัยชนะในการเลือกตั้ง
ทุกย่างก้าวของเพื่อไทยและชบวนการมวลชน ไม่เคยมีครั้งใดที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกหล่นจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ผ่านมาถึงการชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณที่ยืดเยื้อปรากฏข่าวคล้ายคลึงกัน โดยเปลี่ยนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยการอ้างว่า ยิ่งลักษณ์ พร้อมวางมือการเมือง แต่คนในพรรคเพื่อไทยออกมาสยบข่าว โดยยืนยันว่า ยิ่งลักษณ์ และคนในตระกูลชินวัตรมีสิทธิอันชอบธรรมที่ทำงานการเมือง
ประการสำคัญ นับตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ หลบหนีการจับกุมไปอยู่ต่างประเทศ มีความพยายามจากพรรคเพื่อไทยออกกฎหมายนิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ละช่วงเหตุการณ์หนีไม่พ้นเสียงครหาเอื้อประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้มีการเสนอข่าวเช่นเดิมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมวางมือการเมืองแลกกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้
ดังนั้น กระแสข่าวคนตระกูลชินวัตรจะวางมือการเมืองจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ อีกทั้งยังตอกย้ำให้เห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยคิดวางมือทางการเมืองสักครั้งเดียว
คืนยุติธรรมสไตล์"ทักษิณ"
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
“ต้องตั้งคำถามกลับว่า ความเป็นธรรมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการเพื่อจะยุติบทบาททางการเมืองนั้นคือความยุติธรรมในกระบวนการทางกฎหมายของประเทศหรือไม่ หรือเป็นความเป็นธรรมที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวอย่างการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และเครือข่ายอย่างที่ทำโดยตลอด ทั้งที่ได้มีการเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็กลับไปปลุกปั่นให้พวกพ้องและคนไทยเชื่อแทนว่ากระบวนการยุติธรรมมีสองมาตรฐาน และไม่ยอมรับแทน”
นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ
“...พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ำกับผมเมื่อเช้าว่า ครอบครัวท่านพร้อมจะเสียสละ หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Sacrifice ครอบครัวท่านพร้อมยุติการเป็นนักการเมือง ถ้าทำเช่นนั้น จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ มีสันติ แต่ท่านก็เปรยอีกว่า ทุกคนก็ควรที่จะต้องยึดมั่นกติกา นักการเมืองประเภทที่จะให้สมาชิกไปตั้งม็อบ เพื่อมาขัดขวางการเลือกตั้ง ก็ควรต้องยุติเช่นเดียวกัน”
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
“พ.ต.ท.ทักษิณ พูดทำนองว่า พร้อมที่จะถอยตระกูลตัวเองออกจากการเมือง แต่ขอให้คืนความยุติธรรม คำว่าขอให้คืนความยุติธรรมนี้ พอซักถามลงไปในรายละเอียดทีไรก็กลับมาเรื่องเดิม คือเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งก็คือตัวปมปัญหา สิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองสงบได้นั้นก็คือกฎหมายเป็นกฎหมาย หมายความว่าเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตัดสินโดยศาลไปแล้วให้ยอมรับคำพิพากษาเสีย ส่วนจะเข้ามารับโทษอย่างไรและขอพระราชอภัยโทษซึ่งเป็นสิทธิที่ทำได้”


