รุมถล่มรัฐบาลไร้อำนาจเสนอมาตรา7

วันที่ 13 เม.ย. 2557 เวลา 08:42 น.
รุมถล่มรัฐบาลไร้อำนาจเสนอมาตรา7
โดย...ทีมข่าวการเมือง

ภายหลังชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เสนอว่าอาจต้องใช้มาตรา 7 เพื่อขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นสภาพความเป็นนายกฯ จากกรณีใช้อำนาจการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี ไม่เป็นธรรมทำให้หลายฝ่ายมองเจตนารัฐบาลไปในหลายทิศทาง

ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณชัยเกษม ที่ยอมรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ รวมทั้งยอมรับว่ามาตรา 7 แก้วิกฤตได้ อย่างไรก็ตามสงสัยว่าคนที่ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก มีความรับผิดชอบเอาอำนาจจากไหนจะยื่นทูลเกล้าฯ ถวาย ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า ขณะนี้คนในรัฐบาล อาทิ ชัยเกษม กลืนน้ำลายตัวเองด้วยการออกมาแสดงความเห็นว่าอาจต้องใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ในการแก้ปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกเพราะชัยเกษมเคยระบุว่าไม่สามารถใช้มาตรานี้ได้

“เรื่องนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ รัฐบาลคงเห็นแล้วว่าขณะนี้ยังไม่มีรัฐสภาที่จะมาทำหน้าที่ตามกระบวนการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐบาลเห็นแล้วว่ากำลังเจอปัญหาข้อกฎหมายหลายอย่าง จึงรู้ว่าตัวเองกำลังจนมุม”เอกนัฏ กล่าว

วิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ข้อเสนอชัยเกษมทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะยังมีขั้นตอนตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการอยู่ จึงยังไม่บังควรที่จะขอพระราชวินิจฉัยในทันที เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง ข้อเสนอดังกล่าวจึงเป็นการแก้เกมการเมืองของรัฐบาล โดยดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วย

“ข้อเสนอของชัยเกษมแตกต่างจากข้อเสนอของสุเทพที่เสนอให้ใช้มาตรา 7 เหมือนกัน แต่ของ กปปส.จะมีขั้นตอนว่าจะกราบบังคมทูลก็ต่อเมื่อมีข้อยุติจากองค์กรที่เกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญก่อนโดยผู้มีอำนาจนำข้อยุติขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ได้คือประธานสภาผู้แทนราษฎร หากไม่มีสภา วุฒิสภาก็สามารถเทียบเคียงได้”วิรัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เท่ากับว่ายิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรี ไม่มีสถานะใดๆ ที่จะดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามดึงดันยั่วยุมวลชนออกมาก่อความรุนแรงเพื่อให้ทหารปฏิวัติ และเดินหน้าสู่การตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นต่อไป

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน และกรรมการ กปปส. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี 4 เดือน ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติมากมายยังจะมีหน้าเสนอใช้มาตรา 7 การจะเสนอใช้มาตรานี้จึงไม่สามารถทำได้ เพราะเท่ากับไม่ยอมลงจากอำนาจ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามมาตรา 3 เท่านั้น ที่จะเป็นผู้มีสิทธิใช้และถือเป็นความชอบธรรมมากกว่าที่รัฐบาลชุดนี้จะเป็นผู้เสนอ

ชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวที่ยังไม่ได้มีการหารือร่วมกับรัฐบาล แต่ในฐานะนักกฎหมายมองว่าหากมีคำวินิจฉัยออกมาให้นายกฯ พ้นสภาพก็ไม่มีทางออกอื่น เพราะรัฐบาลมาจากการโปรดเกล้าฯ การจะได้นายกฯ ใหม่ก็เป็นไปตามพระราชวินิจฉัย ซึ่งกรณีดังกล่าวเห็นว่าเป็นความจำเป็นสอดคล้องและเข้าเงื่อนไขใช้ มาตรา 7 ได้

"ผมพยายามให้การดำเนินการทุกอย่างเดินหน้าไปภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด ส่วนรัฐบาลจะเห็นด้วย หรือใช้ทางออกนี้หรือไม่ก็เป็นดุลยพินิจของรัฐบาล"ชัยเกษม กล่าว

ชัยเกษม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความพยายามต้องการให้มีนายกฯ มาจากมาตรา 7 โดยไม่มีพื้นฐานที่น่าจะทำได้ แต่ก็ยังต้องการให้มี ให้ทำให้ได้ทั้งที่เหตุการณ์ปกติ แต่หากเป็นกรณีนี้ไม่รู้จริงๆ ว่าจะออกทางไหน แต่รัฐธรรมนูญถูกกำหนดให้เป็นกฎหมายสูงสุดเมื่อไม่มีทางแก้ก็ต้องใช้ข้อกฎหมายที่ทำได้

ส่วนกรณีที่พรรค ปชป. ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว ชัยเกษมกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า แล้วแต่ความคิดเห็น แต่ที่ผ่านมาก็เห็นว่าอีกฝ่ายเคยเสนอต้องการนายกฯ จากมาตรา 7 เช่นกัน

จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายอำมาตยาธิปไตยพยายามบีบให้เข้าสู่มาตรา 7 แล้วก็ตัดสินใจกันเอาเองว่าจะเป็นช่องทางให้คนนอกเข้ามาตามข้อเสนอของอำมาตย์โดยผ่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของชัยเกษมไม่ใช่การเสนอขอนายกฯ คนนอกหรือคนกลางแต่เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยตรัสว่าการขอนายกฯ ตามมาตรา 7 มั่ว ไม่เป็นประชาธิปไตย ทาง รมว.ยุติธรรม จึงจะเสนอรัฐบาลทูลเกล้าฯ ถวาย ตามมาตรา 7 ให้เป็นพระบรมราชวินิจฉัยว่าจะมีทางออกอย่างไร จตุพร กล่าวว่า คนไทยรู้ว่าข้อเสนอของสุเทพไม่ว่าจะอ้างตามมาตรา 3 หรือ มาตรา 7 หรืออ้างประเพณีการปกครอง ไม่มีช่องทางใดที่เปิดช่องให้มีนายกฯ ได้เนื่องจากพระองค์ตรัสเอาไว้ดังกล่าว เมื่อมีคณะบุคคลเสนอตรงกันข้ามกับพระราชดำรัสจึงต้องทูลเกล้าฯ ถวาย ให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของชัยเกษมพูดในเชิงกฎหมายในฐานะที่เคยเป็นอัยการสูงสุด แต่พรรค พท.ยืนยันยังยึดมั่นระบบรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ไม่ว่าแง่มุมใดก็ตาม เพราะไม่ใช่ทางออกของประเทศ วันนี้ทางออกที่ถูกต้องคือเร่งหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุด