เพื่อไทยขู่1ประเทศ2นายกฯ

วันที่ 03 มี.ค. 2557 เวลา 22:15 น.
เพื่อไทยขู่1ประเทศ2นายกฯ
ย้อนดูคำปราศรัยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย-แกนนำนปช.บนเวทีชุมนุมเสื้อแดงระบุชัดเสี่ยงเกิด 1 ประเทศ 2 นายกรัฐมนตรี

คำปราศรัยของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย-แกนนำเสื้อแดง ที่เวทีเสื้อแดงที่จ.อุดรธานีและขอนแก่น เมื่อวันที่ 1 มี.ค. และ 2 มี.ค.   เตือนเกิดสงครามกลางเมืองแบ่งแยกพื้นที่ตามรอยกัมพูชา

วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปราศรัยบนเวที นปช. ที่ จ.ขอนแก่น ว่า หากปล่อยให้เกิดความอยุติธรรมมากๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิด 1 ประเทศ 2 นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ การล้มการปกครอง ไม่ว่าด้วยกองทัพ องค์กรอิสระ เพื่อพวกพ้องตัวเองนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะการต่อสู้หลังจากนี้ ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“หากอำมาตย์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เห็น จะรู้ว่าคนประเทศนี้คิดอย่างไร แม้ว่าเราจะรักคนไทยด้วยกัน แต่การกระทำของคุณกลับขยายความขัดแย้ง หากคุณไม่หยุด คุณจะได้เห็นการเกิดสงครามกลางเมืองแน่นอน ถึงคุณจะล้มยิ่งลักษณ์ได้ ล้มพวกผมได้ แต่คนไทยทั้งประเทศจะไม่ยอมให้คุณปกครองแน่นอน ดังนั้น ควรจะหันหน้ามาเจรจากัน” วรชัย กล่าว

วรชัย กล่าวอีกว่า เมื่อพึ่งศาลไม่ได้ ประชาชนก็ต้องพึ่งตัวเองแน่นอน หลังจากนั้นความปั่นป่วนจะเกิดขึ้นทั้งประเทศ ขณะนี้คนเสื้อแดงหลายคนคิดไกลกว่าที่แกนนำคิดหลายเท่า ถึงขนาดวันนี้ไม่กล้านำข้อความมาพูดในเวที ซึ่งหากยังปล่อยอย่างนี้ต่อไปจะได้เห็นการ|ขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของจริง

 

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยกับคนเสื้อแดงกลางดึกวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี ตอนหนึ่งว่า การเคลื่อนไหวของ กปปส.ขณะนี้ ทำให้เกิดสภาพ “เดดล็อก” ขึ้น เนื่องจากไม่ยอมให้เกิดการเลือกตั้ง ขณะที่กระบวนการยุติธรรมก็เกิดปัญหา ขอเตือนว่าหากกระบวนการยุติธรรมไม่รักษากฎหมาย ก็ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะสามารถยอมรับได้

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นห่วงว่าหลังจากนี้อาจมีปัญหาใหญ่คือ 1.ประเทศไทยอาจมีการปฏิวัติรัฐประหารอีกครั้ง และอาจจะถูกปฏิวัติเงียบโดยกระบวนการยุติธรรม 2.มีความพยายามปิดถนน เรียกให้ข้าราชการรายงานตัว เพื่อสร้างตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ใหม่ ซึ่งหากยังเป็นอย่างนี้อยู่ ศ.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดชัดเจนว่า จะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารหรือโค่นล้มโดยระบบยุติธรรม รัฐล้มเหลว และสงครามกลางเมือง

“ผมเชื่อว่าหากเป็นอย่างนี้จุดแตกหักก็หนีไม่พ้นเหตุการณ์อย่างในกัมพูชา เวียดนาม หรือลาว ผมไม่ได้ยุให้เกิดความแตกแยกหรือสงครามกลางเมือง แต่มันจะเกิดและเป็นโดยอัตโนมัติ เพราะการกระทำของพวกมึงแหละ ไอ้...” จารุพงศ์ กล่าว

รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดการแบ่งแยกประเทศ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ประวัติศาสตร์บอกว่า สุดท้ายจะเกิดสงครามแบ่งพื้นที่ออกเป็นเขต แบ่งฝ่าย เป็นพื้นที่ไป จนสุดท้ายก็รบกันจนตายจนกว่าจะหมดแรง แล้วนำไปสู่การเจรจา หากไม่เจรจาก็มีเพียงฆ่ากันตายหมดประเทศเท่านั้น และหลังเจรจาก็จะจบลงด้วยการจัดการเลือกตั้ง เหมือนในติมอร์ตะวันออก ลาว กัมพูชา เวียดนาม และในแอฟริกาทั้งหมดเท่านั้น

“สงครามกลางเมืองมันเป็นไปตามดีกรีของความขัดแย้งที่ยาวนานและเดิมพันสูง แต่ในที่สุดมันต้องกลับมาสู่ระบบการเลือกตั้ง จึงต้องตั้งคำถามกลับว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้พยายามให้เกิดการเลือกตั้งก่อนจะไม่ดีกว่าหรือ การยุยงจนเกิดสงครามกลางเมือง มันไม่ได้เกิดจากพวกเรา มันเกิดจากพวกมึงนั่นแหละ เราต้องเคารพประชาธิปไตย ต้องเคารพกติกา แล้วต้องเคารพอำนาจสูงสุดของประชาชนเท่านั้น ไม่งั้นไม่มีทางจบ”