ดึงลูกข่มพ่อแผน"แจ๊ด"รับมือม็อบ

  • วันที่ 01 พ.ย. 2556 เวลา 17:03 น.

ดึงลูกข่มพ่อแผน"แจ๊ด"รับมือม็อบ

ส่องยุทธศาสตร์คุมม็อบของ "คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง" ที่สั่งย้ายนายตำรวจสายคนใกล้ชิดประชาธิปัตย์มาดูแลงานด้านการข่าว

ในขณะที่มวลชนผู้ชุนุมต้านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เริ่มรุกคืบเพิ่มสมทบกันมากขึ้นที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสน อีกด้านหนึ่งในการดูแลความเรียบร้อยดังที่รัฐบาลต้องการให้มี หน้าที่รับผิดชอบนี้ตกมาอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การควบคุมของ​"บิ๊กแจ๊ด" พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือผบช.น.

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่มีประสบการณ์คุมม็อบมาหลายครั้งก็ไม่ประมาท ประสานระดมพลตำรวจหน่วยอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือตำรวจนครบาลรวมกว่า 40 กองร้อย ซักซ้อมแผนปฏิบัติต่างๆ ทั้งเฝ้าระวังสถานที่ รวมถึงหากมีเหตุรุนแรงต้องเผชิญหน้า

แม้แต่ยุทธศาสตร์เพียงเล็กๆ "บิ๊กแจ๊ด" ก็ไม่เคยละเลย

เพราะด้วยคำสั่งล่าสุด "ที่เล็กแต่อาจจะสะเทือน" ด้วยความต้องการ "ดึง" นายตำรวจบางนายที่ดูเหมือนจะอยู่ขั้วตรงข้ามกับรัฐบาล หรือเอาง่ายๆ คือ อยู่ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนามสกุล และด้วยความใกล้ชิด ที่ประจำอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครเข้ามาช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล แม้จะเป็นนายตำรวจยศยังไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็เพื่อความไม่ประมาท พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ต้องมีคำสั่งให้มาช่วยราชการทันที เพื่อให้อยู่ในสายตา ให้มองเห็น เผื่อจะได้ไม่ต้องมาเป็นเสี้ยนหนามหากพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ต้องวางแผน หรือการข่าวจะได้ไม่รั่วไหล

นายตำรวจที่ว่าถูกสั่งให้มาช่วยราชการด่วนรวม 4 นาย เมื่อเห็นนามสกุลแล้วต้องร้องอ๋อ และเข้าใจเหตุและผลของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ทันที คือ

1.พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 มีศักดิ์เป็นน้องภรรยาพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2.ร.ต.อ.อัษฏาวุธ ขวัญเมือง รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 ลูกชายแท้ๆ ของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ตามมาด้วย 3.พ.ต.ท.สถิตย์ สังข์ประไพ รองผกก.สน.สายไหม น้องชายพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และ 4.พ.ต.ต.อิทธิพล สังข์ประไพ สารวัตรกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ลูกชายของพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ

ทั้งหมดถูกสั่งให้มาช่วยราชการเป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม สิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ย.2556

บิ๊กแจ๊ด ให้เหตุผลคำสั่งด่วนให้นายตำรวจมาช่วยราชการในครั้งนี้ว่า “เป็นไปตามความเหมาะสม และให้มาช่วยด้านการข่าวเท่านั้น ไม่มีนัยยะอื่นๆ เพียงแต่เราประเมินเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เด็ดขาด”

ขณะที่แหล่งข่าวในบช.น. เล่าว่า สำหรับสาเหตุที่มีการเรียกตัวข้าราชการตำรวจทั้ง 4 นายมาช่วยราชการ ความใกล้ชิดกับขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม จึงเรียกเข้ามา เพื่อคัดกรองและตัดปัญหางานการข่าวความมั่นคงรั่วไหล รวมถึงมีการพูดคุยกับนายตำรวจชุดนี้แล้ว และเจ้าตัวทั้งหมดก็ยินดีจะเข้ามาช่วยราชการ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

น่าสนใจที่ว่าทั้ง 4 นายถูกเลือกข้างให้เรียบร้อยโดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์​ ธูปกระจ่าง เพราะด้วยนามสกุล และความใกล้ชิดกับขั้วตรงข้ามกับรัฐบาล เพราะด้วยพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตรองผบ.ตร. นักสืบฝีมือดี ก้าวเข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. หลังจากที่ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ชนะการเลือกตั้งมาเป็นผู้ว่าฯ กทม.

ส่วน "บิ๊กแต้ม" พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ลาออกจากราชการ และจากนั้นในช่วงหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ช่วยหาเสียงอย่างแข็งขัน จนมอบตำแหน่งที่ปรึกษาให้ ทำให้ภาพคนของพรรคประชาธิปัตย์ติดตัวอดีตนายตำรวจมือปราบเช่นกัน

พล.ต.ต.วิชัย เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ว่า เพิ่งได้ทราบข่าวคำสั่งที่เด้งลูกชายตัวเอง และยังไมได้คุยกับพ.ต.ต.อิทธิพล สังข์ประไพ ลูกชายเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะอยู่คนละบ้านกัน แต่เชื่อว่าเขา (ลูกชาย) คงไม่มาคุยด้วยแน่ เพราะผมรู้นิสัยลูกผมดี เขาถูกฝึกถูกสอนมาให้อดทน อดกลั้น ไม่หวั่นต่อสถานการณ์ใดๆ และผมเชื่อว่าเขาเข้มแข็งพอกับสถานการณ์นี้

“แต่ถ้าหากลูกผมเขามาคุยกับผมเรื่องคำสั่งนี้ ผมก็คงจะบอกไปว่า เรามีอาชีพเป็นตำรวจ อยู่ที่ไหนก็เป็นตำรวจ ต้องเป็นคนที่รับใช้ประชาชน อย่าไปน้อยใจ อยู่ที่ไหนก็ต้องทำงานได้ ขอให้ทำตัวให้มีประโยชน์เป็นพอ แต่เอ๊ะ!! เห็นข่าวว่าลูกพี่วิน (พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง) ก็โดนเหมือนกันนี่นา ก็ชักแปลกๆ นะ” พล.ต.ต.วิชัย บอกเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

พล.ต.ต.วิชัย ย้ำอีกว่า คำสั่งนี้ไม่ทราบแน่ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง หรือระวังเกินเหตุหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่คิดว่าผู้ใหญ่ผู้บังคับบัญชาคงพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะตอนที่ตนทำงานตำรวจก็ต้องวางยุทธศาสตร์ให้รอบคอบเช่นกัน

ไม่ต่างจากพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับคำสั่งนี้ของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ว่า

“เป็นเรื่องของการวิตกจริตทางการเมือง เป็นลักษณะจับคนไปเป็นตัวประกันเท่านั้น  เพราะเป็นการโยกย้ายเพียงแค่ 1 เดือน หมายถึงว่าเป็นแค่ช่วงเวลาที่มีการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น เมื่อชุมนุมจบก็กลับมาอยู่ที่เดิม ขอฝากบอกว่า  เหล่าหมาป่าอย่าไปรุมกัดลูกแกะเลย ขอให้มากัดกับพ่อแกะดีกว่า  ที่ผ่านมาทำอะไรกับตัวพ่อไม่ได้ก็เลยไปลงที่ลูก"

ข่าวอื่นๆ