ผ่าแผนราชการ 30โปรเจคอัพเดทปราบโกง

  • วันที่ 19 ก.พ. 2556 เวลา 07:05 น.

ผ่าแผนราชการ 30โปรเจคอัพเดทปราบโกง

การบ้านทิ่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  สั่งให้ทุกภาคส่วนไปทำแผนตามยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ 5 ปี  เด่นชัดขึ้นทุกขณะ

โดย ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ล่าสุดคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีมติเคาะ” ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบราชการไทย 2556-2561 “ เตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เร็วๆนี้

ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบราชการไทย กำหนดไว้ 7 ประเด็น ได้แก่ 1. สร้างความเป็นเลิศในการให้บริการประชาชน 2. พัฒนาองค์การให้มีความทันสมัย มีขีดสมรรถนะสูงและพัฒนา บุคลากรภาครัฐให้มีความเป็นมืออาชีพ 3. การบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด 4. วางระบบการบริหารงานแบบบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐพัฒนา อย่างยั่งยืน 5. ส่งเสริมระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองแบบร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน 6. ยกระดับความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดินก้าวสู่สากล  และ 7.สร้างความพร้อมของระบบราชการไทยเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

ทศพร ศิริสัมพันธ์  เลขาธิการ ก.พ.ร. เผยว่า การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์พัฒนาขรก.ฉบับใหม่ เป็นการสานต่อยุทธศาสตร์เดิมและมีการปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่น ระบบเทคโนโลยีไอทีเทคที่มีบทบาทในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งราชการก็ต้องปรับตัวไปด้วย เช่นเดียวกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงต้องกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์นี้ 

“การเปลี่ยนแปลงที่เราจะได้เห็น คือ การบริหารรูปแบบใหม่  กระบวนการทำงานใหม่ โดยต้องแก้ไขกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ  และขีดสมรรถนะค่านิยมและวัฒนธรรมองค์การใหม่ “  ทศพร กล่าว

7ประเด็นยุทธศาสตร์  แน่นอนต้องมีการกำหนดโครงการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ซึ่งการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เลขา ก.พ.ร.ได้นำเสนอผ่านฝ่ายการเมือง ทั้งพงศ์เทพ เทพกาญจนา  รองนายกฯและรมว.ศึกษาธิการ  นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.สำนักนายกฯ สองรมต.ที่กำกับดูแลงานในส่วนราชการต่างให้สัญญาณไฟเขียว

จาก 7 ประเด็นยุทธศาสตร์ คลอดออกมาทั้งสิ้น  30 โครงการ  ใน 30 โครงการ  ส่วนหนึ่งจะถูกขับเคลื่อนผ่านการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดิน  อีกส่วนหนึ่งผ่านโครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ( SAL  )  ขณะเดียวกันได้คัดกรอง  17 โครงการบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ประเทศเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนโครงการที่บรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ  ล้วนน่าติดตามยิ่ง  อาทิ โครงการส่งเสริมและพัฒนาความเป็นเลิศในการให้บริการประชาชน  โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนด้วยระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์  ส่วนนี้กระทรวงไอซีทีจะมีบทบาทสำคัญในการวางระบบ  โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในอาคารภาครัฐ กระทรวงพลังงานรับผิดชอบ โครงการจัดทำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของรัฐ(อาคารเขียว) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบ เป็นการเดินตามรอยภาคธุรกิจเอกชนสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

โครงการจัดทำแผนการใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อเพิ่มศักยภาพในเชิงสังคม อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งทันทีที่แผนยุทธศาสตร์พัฒนาขรก.ผ่านความเห็นชอบจากครม.  จะมีการปูพรมสำรวจที่ดินราชพัสดุเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามกลยุทธ์บริหารสินทรัพย์ของภาครัฐอย่างครบวงจรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ คุ้มค่า และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของภาครัฐ

เลขา ก.พ.ร. ยอมรับ  จาก 7 ประเด็นยุทธศาสตร์ ในส่วนยุทธศาสตร์ที่ 6 การยกระดับความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งสานต่อจากยุทธศาสตร์เดิมพบว่าการพัฒนายังไม่บรรลุเป้าหมาย ทำให้ต้องกำหนดโครงการ  ยกระดับมาตรฐานองค์กรเพื่อการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น   โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต(ศปท.) และ โครงการวัดระดับความเชื่อถือและไว้วางใจในการบริหารงานภาครัฐ

“อย่างเมื่อปีที่แล้วมีโครงการ 1 กรม 1 ป้องกันโกง มอบหมายให้กรมเสนอจะปรับปรุงเรื่องอะไรที่คิดว่ามีปัญหาความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ปีนี้ไม่ให้เลือกแล้ว เราจะเอาจากมุมมองของสังคมเลยว่า กรมคุณมีปัญหาจุดนี้อยู่ต้องแก้จากตรงนี้ จากนั้นจะเร่งสร้างศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตแต่ละกระทรวง(ศปท.)   วันนี้เรามีป.ป.ช. มีปปท.เป็นหน่วยงานกลาง ทีนี้แต่ละกระทรวงควรมีศูนย์กลางที่จัดการทุจริตด้วยตัวเขาเอง เราก็จะสร้างความแข็งแรงให้ศูนย์นี้มากขึ้น ต่อไปเขาอาจสถาปนาหัวหน้าศูนย์ถือเป็นเจ้าหน้าที่ ปปท.ด้วยมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในหน่วยงานซึ่งกำลังหารือกับปปท.อยู่ “ เลขา ก.พ.ร. เปิดเผย

สำหรับการสร้างความพร้อมของระบบราชการไทยเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนเป็นโจทก์ใหม่ของราชการ โดย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองหลักและศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดน  ยกระดับขีดสมรรถนะส่วนราชการเข้าสู่อาเซียน จึงกำหนดออกมา  5 โครงการเร่งด่วน ได้แก่  1.โครงการพัฒนาระบบการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเพื่อรองรับการเป็นเมืองที่มีศักยภาพเด่นเชื่อมโยงสู่อาเซียน 2.โครงการพัฒนาข้าราชการ  3.ครงการพัฒนาเครือข่ายบุคลากรภาครัฐเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน  4.โครงการส่งเสริมธรรมาภิบาลในภาครัฐ และ 5.โครงการวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศสมาชิกในอาเซียน

เลขากพร. กล่าวด้วยว่า  หัวใจสำคัญของการพัฒนาข้าราชการ ให้เดินไปตามแผนยุทธศาสตร์ประเทศได้ เราต้องทำเรื่องบูรณาการให้ได้ มีหลายเรื่องที่เราต้องทำร่วมกับหลายหน่วยงานหลายกระทรวง ถ้าเรายังปลดล็อคทำงานเป็นแท่งไม่ได้ การขับเคลื่อยุทธศาสตร์ประเทศจะลำบาก

“ ประการหนึ่งต้องวางระบบการทำงานแบบระบบบูรณาการซึ่งเร็วๆนี้ ก.พร.อาจเสนอระเบียบสำนักนายกฯ วางกติกาในการทำงานบูรณาการ  สองต้องสร้างภาพลักษณ์ของเราแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น  และการปฏิรูปราชการก็ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องทั้งการบริการประชาชน การสร้างระบบราชการให้เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ  จัดกำลังคน  เตรียมตัวให้พร้อมที่โลกเปิดกว้างสู่อาเซียน   นี่คือหัวใจสำคัญ “  เลขา กพร. ทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ