10 ปีคดีอัลไพน์ตามหลอน "ยงยุทธ" ตกเก้าอี้มท.1

  • วันที่ 29 ก.ย. 2555 เวลา 14:39 น.

10 ปีคดีอัลไพน์ตามหลอน "ยงยุทธ" ตกเก้าอี้มท.1

โดย..สุภชาติ เล็บนาค

ลำดับเหตุการณ์ที่มาคดีอัลไพน์ จนถึงวันสุดท้ายที่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ  หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต้องลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดคดีทุจริตที่ดินอัลไพน์ สมัยเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

13 มี.ค.2545 ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับรองการซื้อขายที่ดินระหว่างมหามกุฏราชวิทยาลัย ในฐานะผู้จัดการมรดกของวัดธรรมิกา รามวรวิหาร กับบริษัท อัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัท อัลไพน์กอล์ฟแอนด์ สปอร์ต คลับ จำกัด เจ้าของสนามกอล์ฟ และหมู่บ้านอัลไพน์ ว่ามีความถูกต้องแล้ว โดยยืนยันว่าได้ทำตามคำสั่งของ เสนาะ เทียนทอง รมช.มหาดไทยในช่วงที่มีการซื้อขายที่ดินเมื่อปี 2532-2533โดยนายเสนาะระบุว่าไม่สามารถโอนที่ดินดังกล่าวให้เป็นของวัดธรรมิการามได้ตามความจำนงของเนื่อม ชำนาญชาติศักดา เจ้าของที่ดิน ซึ่งเขียนพินัยกรรมให้มอบที่ดินดังกล่าวให้วัด โดยนายเสนาะได้สั่งการให้โอนทีดินดังกล่าวให้มูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยเป็นผู้ดูแลแทน ก่อนที่มูลนิธิฯ จะขายให้บริษัท อัลไพน์ จำกัด เพื่อก่อสร้างสนามกอล์ฟและหมู่บ้านต่อไป

แม้เสนาะจะรอดพ้นจากวิบากกรรมเนื่องจากอัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะคดีหมดอายุความแล้ว แต่ยงยุทธยังต้องรับชะตากรรมต่อไป เพราะเรื่องของยงยุทธที่เซ็นรับรองนั้น เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี2545 และคณะกรรมการกฤษฎีกาขณะนั้นก็เห็นตรงกันว่า การกระทำดังกล่าวของยงยุทธไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะที่ดินธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้

13 มิ.ย. 2555 - คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ขณะดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย

ยงยุทธระบุว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และขณะนี้เป็นเพียงการชี้มูลในชั้นแรก ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่ายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการทำงานของรัฐบาล รวมถึงไม่กังวลว่าจะถูกปรับจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

14 มิ.ย. – พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้ขบวนการที่พยายามเลื่อยขาเก้าอี้ยงยุทธ เหนียมอายไว้บ้าง เพราะยงยุทธถือเป็นผู้มีพระคุณที่โอบอุ้มพรรคมาตลอด ขณะเดียวกันเชื่อว่ายงยุทธน่าจะมีคำตอบอะไรบางอย่าง ที่ไม่ทำให้รัฐบาลเสียหายอยู่ในใจ

 ขณะที่พระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องจากสื่อมวลชน และยังไม่มีหนังสือถึงคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการทางวินัยกับยงยุทธอย่างเป็นทางการ ซึ่งขณะนี้ คงต้องรอรายละเอียด และหนังสืออย่างเป็นทางการจากปปช. ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร

5 ก.ย. - อภินันท์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการป.ป.ช.ระบุว่าได้ส่งเรื่องการชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงของยงยุทธ ไปให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาลงโทษตามฐานความผิดคือปลดออกหรือให้ออก นานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้ ตามกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยจะต้องดำเนินการสั่งการภายใน 30 วันนับจากที่ได้รับหนังสือ

6 ก.ย. – ยงยุทธกล่าวว่าได้รับหนังสือแจ้งจากป.ป.ช.แล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอน และจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องขั้นตอนทางกฎหมายอย่างละเอียด

17 ก.ย. – มีการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเพิกถอนคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย กรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดยมีสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานคณะทำงาน โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าต้องพิจารณาเพิกถอนคำสั่งตามมติปปช. อย่างไรก็ตามเห็นว่าหากเพิกถอน จะทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจำนวนมาก และต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาภายหลัง จึงจะส่งเรื่องไปถามนักกฎหมายนอกกระทรวงมหาดไทยต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรขณะที่ยงยุทธระบุว่าไม่ทราบเรื่องว่ามีการประชุมในวันนี้ และให้เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ

21 ก.ย. – ยงยุทธให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและไม่กังวลใจ พร้อมกับเปรยว่าเรื่องดังกล่าวผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทยมา 7 คนแล้ว แต่ยังไม่มีใครกล้าดำเนินการ ซื่งอาจต้องรอให้วิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่เป็นผู้ดำเนินการต่อ เพราะพระนายเหลืออายุราชการอีกเพียง 1สัปดาห์

22 ก.ย. – รายงานข่าวระบุว่า มีการประชุมอ.ก.พ. โดยชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทยเป็นประธานพิจารณาปลดออกยงยุทธ ตามมติของป.ป.ช. โดยมีผลไปแล้วตั้งแต่ 19 ก.ย.

อย่างไรก็ตาม พระนายระบุว่าไม่ทราบว่ามีการประชุม และไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ขณะที่ยงยุทธระบุว่ามีการประชุมเพื่อปลดตัวเองออกย้อนหลังจริง แต่เชื่อว่าไม่มีผลกับตำแหน่งรัฐมนตรี และจะมีการแถลงชี้แจงในวันรุ่งขี้น

23 ก.ย. - พระนาย ในฐานะรองประธานอ.ก.พ. แถลงข่าวว่าที่ประชุมอ.ก.พ.พิจารณาโทษปลดออกยงยุทธจริง โดยระบุว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงมติป.ป.ช.ได้ อย่างไรก็ตามอ.ก.พ.เห็นว่ายงยุทธ ไม่ผิดตามข้อกล่าวหาแต่ประการใด ขณะเดียวกันก็ได้แนบหนังสือของอัชพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎาที่ระบุว่า กรณีของยงยุทธ เข้าข่ายพระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ. 2550 เนื่องจากเป็นการปลดออกย้อนหลังตั้งแต่ปี 2545 ทำให้ประวัติของยงยุทธไม่ปรากฎว่าเคยทำผิดมาก่อน และไม่ผิดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีการแนบหนังสือของสำนักงานข้าราชการพลเรือนแนบเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวไว้ด้วย

24 ก.ย. – เกิดกระแสถกเถียงในวงกว้างว่า พ.ร.บ.ล้างมลทินที่ยงยุทธนำมาอ้างนั้น ต้องมีการรับโทษก่อน แต่กรณียงยุทธ ยังไม่มีการรับโทษ จึงไม่อาจใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ยงยุทธให้สัมภาษณ์ว่ากฤษฎีกา และก.พ.ได้ออกมารับรองแล้ว ว่าสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ต่อไป รวมถึงพ.ร.บ.ล้างมลทินก็มีผลบังคับใช้ โดยให้ดูกรณีของปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถูกมติในลักษณะเดียวกันเมื่อครั้งเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันที่ผ่านมาได้ทำตามเจตนารมณ์ของเจ้าของที่ดินทุกประการ พร้อมยืนยันว่า ในวันที่ 25 ก.ย.จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมครม.ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี แทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ไปประชุมสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาแน่นอน รวมถึงจะมีการเสนอแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) อีก 20 ตำแหน่งด้วย

25 ก.ย.- ยงยุทธไม่เข้าเป็นประธานประชุมครม. โดยมีภารกิจเร่งด่วนเพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และมอบหมายให้เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมแทน ท่ามกลางกระแสข่าวลาออกจากตำแหน่งของยงยุทธ ทั้งนี้การประชุมครม.ใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาที และไม่มีการเสนอชื่อย้ายผวจ.แต่อย่างใด โดยในช่วงบ่ายยงยุทธให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้หนีการประชุมครม. โดยเหตุที่ไม่ได้เข้าประชุมนั้นเนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์มอบภารกิจด่วนให้ดูแลความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมกับยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่ลาออก และให้ปลอดประสพช่วยยืนยันว่า พ.ร.บ.ล้างมลทินสามารถใช้ในกรณีนี้ได้ ขณะเดียวกันก็บอกว่าหากโกงที่วัดจริง คงไม่ได้รับมอบหมายจากพระสงฆ์ ให้ดูแลมหาเถรสมาคม

26 ก.ย. – ยงยุทธให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ขอให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีอัลไพน์อีก พร้อมกับมอบหมายให้พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือให้คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมกันนี้ยังได้ให้กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแจกเอกสารที่ทำเรื่องอุทธรณ์ไปยังปปช.เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง โดยมีเนื้อหาระบุว่าได้อ่านพินัยกรรมของของเจ้าของที่ดินนับร้อยเที่ยว และได้พิจารณาถี่ถ้วนแล้วว่า ในเมื่อวัดธรรมิการามไม่ต้องการที่ดิน และรม.มหาดไทยในขณะนั้นไม่อนุญาตให้วัดได้มาซึ่งที่ดิน มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย จึงได้นำเงินจากการจำหน่ายที่ดินมอบให้ว้ดธรรมิการามวรวิหาร ซึ่งเป็นสิ่งทึ่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนางเนื่อมแล้ว

ขณะที่ชูชาติตอบกระทู้ถามสดในสภาขององอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ได้เข้าร่วมประชุมอ.ก.พ.ในวันดังกล่าว แต่ได้ทำตามหน้าที่ในฐานะประธานอ.ก.พ.และตามมติของป.ป.ช. ซึ่งก็คือการปลดยงยุทธ ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงออกจากตำแหน่ง ส่วนเรื่องล้างพ.ร.บ.ลัางมลทินนั้นไม่ทราบรายละเอียด

28 ก.ย. – เกิดกระแสข่าวสะพัดว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย มีมติให้ยงยุทธลาออก โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว โดยในช่วงเช้า ยงยุทธยังคงปิดปากเงียบ พร้อมระบุว่าจะไปแถลงข่าวที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในช่วงบ่าย ตามหมายกำหนดการที่จะเข้านมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เวลา 14.00 น. โดยที่วัดสระเกศ มีแกนนำคนเสื้อแดง อาทิ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ และอารี ไกรนรา รอให้กำลังใจ

15.00 น. ยงยุทธแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยจะมีผลในวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันไม่ใหัเกิดปัญหาทางข้อกฎหมายต่อไป และการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน ทั้งนี้จะยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพือไทยต่อ พร้อมกับกล่าวว่าวันนี้ได้อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรและผู้มีพระคุณด้วย

ข่าวอื่นๆ