รายงานพิเศษ:ปริศนาใครคืออำมาตย์ 80 กว่าๆ ในความหมายของทักษิณ

  • วันที่ 22 มี.ค. 2553 เวลา 12:24 น.

การโจมตี “อำมาตย์”ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ย่อมไม่ได้หมายถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพียงคนเดียว เพราะหลายครั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้คำพูดเจาะจงอำมาตย์ที่แตกต่างกันเช่น พวกอำมาตย์ มหาอำมาตย์อำมหิต รวมถึง อำมาตย์อายุกว่า 80 ปี

โดย-ทีมข่าวการเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ตลอดการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงเพื่อขับไล่รัฐบาลโค่นล้มอำมาตย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีบทบาทอย่างมากในการกดปุ่มกำหนดทิศทางการชุมนุมให้เป็นไปตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดระบบม็อบ  การสั่งการให้ทีม “เอ-บี-ซี” ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ตลอดจนแนวรบทุกด้านขึ้นเวทีเสื้อแดงโจมตีรัฐบาลและอำมาตย์ให้เข้มข้นมากขึ้น การจัดหาเสบียงกรัง การสั่งให้เต็มคนจากต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุมให้มากกว่านี้ 

โดยเฉพาะการวีดีโอลิงค์ที่ถือเป็นว่าไฮไลท์สำคัญ เพราะจะเป็นช่วงที่คนเสื้อแดง ตั้งใจฟังมากเป็นพิเศษ  จนเกิดภาพนายใหญ่กำลัง “สะกดจิต” มวลชนจนอยู่หมัด

เนื้อหาในการวีดีโอลิงค์ตลอดทุกวัน นอกจากพ.ต.ท.ทักษิณ จะโจมตีนายอภิสิทธิ์ทั้งเรื่องการบริหารประเทศ ยังมีการใช้ข้อมูลเท็จมาปลุกระดมมวลชน เช่น  คลิปเสียงนายกฯ ช่วงเหตุการณ์เมษาจลาจลที่ได้มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า เป็นการ “ตัดต่อ” มาใช้ปลุกปั่นให้คนเสื้อแดงเกลียดชังรัฐบาล

ยังมีการให้ความหวังกลุ่มคนเสื้อแดงว่าอย่าเหนื่อย อย่าท้อ รู้ว่าหิว แต่ก็อย่ายอมแพ้ ให้สู้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะใกล้ได้รับชัยชนะแล้ว  หรือ การปูดข่าวว่ารัฐบาลจะจับตัวแกนนำในอีก1-2 วัน เพื่อปลุกให้คนเสื้อแดงมาที่ถ.ราชดำเนินกันมากๆ

เหนืออื่นใด การวีดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ทุกครั้ง จะกล่าวโจมตี “อำมาตย์” อย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน แสดงออกจากน้ำเสียงที่แข็งกร้าว บางครั้งก็เลือดแดงฉานขึ้นหน้า 

ขณะเดียวกัน สามเกลอก็สร้างวาทกรรมให้ “คนเสื้อแดง” เป็น “ไพร่” ในสมัยโบราณที่ถูกขุนนางอำมาตย์กดขี่ เพื่อสร้างการแบ่งแยกทางชนชั้นให้เห็นว่า สงครามของคนเสื้อแดงเป็นการต่อสู้ระหว่างมหาชนชั้นระหว่าง “ไพร่กับอำมาตย์” หรือ “ชนชั้นล่างกับชนชั้นสูง”

แต่หากดูข้อความที่พ.ต.ท.ทักษิณสื่อถึง “อำมาตย์” มีหลายถ้อยคำ อำมาตย์ในความหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ระบุว่าเป็นพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเพียงคนเดียว เพราะบางครั้งพ.ต.ท.ทักษิณใช้คำตรงๆ เจาะจงว่า เป็นพล.อ.เปรม ไม่ว่าจะเชิญชวน พล.อ.เปรม ไปพักผ่อนที่มอนเตนิโกบ้าง เพราะวิวสวยจะได้ไม่เครียดเนื่องจากไปสั่งศาล สั่งทหาร และสั่งพันธมิตร 

บางครั้งก็ใช้คำว่า เป็น “พวกอำมาตย์”  ซึ่งก็ย่อมหมายความว่า มีเป็นคณะมากกว่าหนึ่งคน

บ้างก็ใช้คำว่า “มหาอำมาตย์ที่อำมหิต” สะท้อนว่า เป็นอำมาตย์เหนืออำมาตย์ที่โหดร้าย อำมหิต

หากถอดรหัสดูเนื้อหาการวีดีโอลิงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ในแต่ละช่วงที่เป็นไฮไลท์ของการโจมตีอำมาตย์อาจตีความคำว่า  “อำมาตย์” ได้ต่างๆนาๆ  เช่น ในวันอังคารที่ 16 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อำมาตย์เป็นไม้ผู้ที่ค้ำยันอภิสิทธิ์ โดยเปรียบว่า คนเรายิ่งแก่ ยิ่งเหมือนเด็กอยากได้ของเล่นดิ้นพรวดๆ  ดื้อตามใจตัวเอง ดังนั้น  พ่อแม่อย่าตามใจ วิ่งไปซื้อของเล่นให้ลูกมากไป พ่อแม่จะติดคุกด้วยนะ”

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกว่า ถ้าคนแก่สั่งงานเด็ก อารมณ์จะร้าย มีความไม่มั่นคงในตัวเองเพราะปัญหาสุขภาพจิต

“การเสียสละครั้งนี้เป็นการบอกกับอำมาตย์ว่า เราสีแดงยอมลำบากเพราะเราอยากได้ความทัดเทียมในสังคมข้างหน้า เรากำลังบอกอำมาตย์และสีเหลืองไม่เป็นอันตรายหรอก ถ้าเรารวย เขาก็รวยได้ เราไม่ได้คิดเป็นศัตรูกับท่าน เราไม่อยากให้ท่านขัดขวางความเจริญของประเทศ พอได้แล้ว ท่านอิ่มก็อิ่มของท่าน แต่เราต้องการให้ลูกหลานมีการศึกษาดี ไม่ติดยา อยากให้ลูกหลานเป็นเศรษฐี  ท่านจะวิตกอะไร  ท่านมีเยอะแล้ว เปิดโอกาสให้เท่าเทียมกัน ประเทศไทยจะมั่งคั่งขึ้น” 

“อำมาตย์อยู่ส่วนอำมาตย์เราไม่ได้ลบหลู่อะไร เราไม่ต้องการล้มล้างใครเลย แต่เราต้องการบอกว่า ระบบคิดของอำมาตย์มันถ่วงรั้งประเทศ  ขอโอกาสเรา ขอประชาธิปไตย อย่าเอาเด็กมาค้ำยันอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์ถ้าค้ำยันไม่เป็น”

"วันนี้แกนนำสามเกลอสู้กันมา พี่น้องไม่ยอมแพ้ เหนื่อยก็พักและสู้ไป อำมาตย์ต้องมองเห็นโลกข้างหน้า วันนี้อำมาตย์ต้องปลดปล่อยโลกสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีที่แท้จริง สู่โลกแห่งความยุติธรรม ซึ่งผมจะนำความร่ำรวยสู้พี่น้องได้ง่ายมาก"

“อำมาตย์ถือว่า ตัวข้าคือกฎหมาย ข้าจะเอาอย่างไรก็ได้ แล้วพี่น้องคนไทยตาดำๆ ต้องตกเป็นเหยื่อของการปฏิบัติตามกติกาของอำมาตย์กันเอง ความผิดของผมในสายตาอำมาตย์คือ การกล่าวหาว่า ไม่จงรักภักดี เป็นเครื่องมือใช้หาแนวร่วมมาจัดการผม ไม่ว่า สื่อ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร แต่ลึกๆ เพราะอำมาตย์ไม่พอใจการแก้ปัญหาความยากจนที่อาจสามารถ และเรื่องเอาหวยใต้ดินขึ้นบนดินและให้ทุนการศึกษา อำมาตย์ไม่พอใจการแก้ปัญหายาเสพติดที่ผมปราบอยู่หมัด  รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากหวย ยาเสพติดมันไปหล่อเลี่ยงอำมาตย์เพื่อสร้างความเข้มแข็ง”

ส่วนวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า คนๆ เดียวแอบสั่งจนกระบวนการยุติธรรมเจ๊ง ประเทศเสียหายเพราะต้องการคงสัญลักษณ์ของอำมาตย์ไว้   ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ของคนเดียวแต่เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ เพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมของประชาชน  อยากขอเชิญชวนอำมาตย์ให้คิดใหม่และยอมรับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี อย่าทำลายระบบประเทศ วันนี้พี่น้องเราต้องล้มล้างระบบอำมาตย์

แต่การวีดีโอลิงก์ครั้งสำคัญที่ทำให้หลายคนเป็นปริศนากับคำว่า “อำมาตย์” ในความหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ คือ  การปลุกเร้ากับคนเสื้อแดงในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.ซึ่งมียอดผู้ชุมนุมสูงสุดในระดับเฉียดแสน พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า อำมาตย์อายุกว่า 80 กว่าๆ  คงไม่เข้าใจไม่ประเทศ และไม่สามารถนำพาประเทศได้

“อยากบอกอำมาตย์ว่าเลิกระแวง  เลิกแทรกแซง สมัยนี้โลกเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด ความคิดของท่านมันตกโลกไปแล้ว อีกไม่นาน ท่านก็ลาโลกไปแล้ว ปล่อยให้ประเทศนี้มีกติกาที่โปร่งใส มีประชาธิปไตยที่แท้จริง

“ทุกคนคือ คนไทยอำมาตย์ก็คือ คนไทยคนหนึ่ง  ให้คนไทยเคารพอำมาตย์ตามประเพณี  อย่าให้เราถอนต้องถอนหงอก พี่น้องครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ กระทั่งพ่อแม่วัย 50 มีลูกวัย 20 บางครั้งอาจมีเรื่องไม่เข้าใจเพราะลูกโตก้าวกระโดด ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้เปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมสูงมาก”

“ฉะนั้น อำมาตย์อายุกว่า 80 ปี คงไม่เข้าใจหรอก คนไม่เข้าใจมานำพาประเทศ ก็ไม่รู้จะจูงประเทศไปทางไหน วันนี้ ถ้าไม่แลกเปลี่ยนความคิดกัน ถ้าพ่อแม่ไม่คุยกับลูก เอาแต่สั่งๆ ๆๆ ลูกก็จะเปิดเปง เสียคนฉันใดก็ฉันนั้น  การที่ประชาชนรักอำมาตย์ กับนักการเมือง มันต่างกัน เปรียบเสมือนแม่มีลูกชายคนหนึ่ง แล้วไปมีแฟน แล้วท่านบังคับว่า เอ็งอย่ารักแฟนนะ เอ็งต้องรักแม่ แบบนี้ก็แย่ซิ ทั้งที่ลูกก็รักแม่แบบแม่ รักแฟนแบบแฟน มันคนละเรื่องกัน  ดังนั้น อำมาตย์ต้องเข้าใจมากกว่านี้”

คำถามคือว่า สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ โจมตี อำมาตย์อายุกว่า 80 ปีคือ ใคร เพราะพ.ต.ท.ทักษิณนิยาม ผู้ที่เป็นอำมาตย์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ อำมาตย์ที่เป็นคณะบุคคล และตัวบุคคลอย่างเช่น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีที่เจ้าตัวเคยโจมตีก่อนหน้านี้  หรือ กระทั่งตัวพล.อ.เปรม โดยตรง คำพูดครั้งนี้ย่อมไม่ใช่ พล.อ.เปรม แน่เพราะปีนี้พล.อ.เปรมครบ 90 ปีพอดี


 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ