ลืมแล้วหรือ?"สำนวนที่หายไป"

วันที่ 24 ก.ย. 2555 เวลา 18:46 น.
ลืมแล้วหรือ?"สำนวนที่หายไป"
โดย....ขำ เคืองใจ

ถ้าเป็นนักมวยก็ถูกฮุคซ้ายขวาตาปูดบวมไปหมด แต่ทว่านักมวยหลักแน่น ก็ยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ดูจะเปรียบได้กับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ซึ่งมีคณิต  ณ นคร  เป็นประธานภายหลังทำการเปิดเผยรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อสองปีที่ผ่านมา

มีทั้งฝ่ายพอใจและไม่พอใจ  ฝ่ายหนึ่งหาเหตุผลข้อเท็จจริงมาหักล้าง ตามแบบฉบับของผู้เจริญสติทางปัญญา   หรืออีกฝ่ายที่มาตามแบบฉบับกลุ่มหน้ามืดตามัว ไม่รับฟังเหตุผลมองแต่พวกข้า กลุ่มข้า คือผู้ถูกต้องเสมอ  ไม่มีมลทินติดตัว   ตรงนี้สาธารณชนได้สัมผัสปฏิกิริยาของกลุ่มคนเหล่านี้ ก็ควรจำแนกแยกแยะ  ใครมีเจตนาบริสุทธิ์หรือแอบแฝง

แม้ล่าสุดปฏิกิริยาจากคนกรุงเทพฯและปริมณฑล สะท้อนผ่านสวนดุสิตโพลหลังมีการเผยแพร่รายงานคอป. สรุปว่า 53.70 % เห็นด้วยกับรายงานคอป. เพราะมีการชี้แจงอย่างละเอียด ขณะที่ 46.30 % ไม่เห็นด้วยกังขาความเป็นกลาง ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รับรู้ปฏิกิริยาของเสียงส่วนใหญ่และเสียงส่วนน้อย  ในสังคมระบอบประชาธิปไตยย่อมมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

แต่ทว่า ปฏิกิริยาของฝ่ายแกนนำปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ขณะนั้นดูท่าทางออกอการเต้นตามชื่อเล่นของแกนนำ เป็นพิเศษ  เพราะตั้งแต่ผลสอบคอป. ปรากฎต่อสาธารณะชน แกนนำนปช. คัดค้านอย่างหนักออกอาการฟาดงวงฟาดงาฉีกรายงานประจานสังคม  พร้อมกล่าวโจมตี อ้างเป็นรายงานบิดเบือน  มีธงการสอบสวนไว้ล่วงหน้า เป็นพวกปชป.อะไรทำนองนั้น  

ก็ไม่อยากเชื่อพฤติกรรมแกนนำนปช.แสดงออกมานั้น ผ่านการใช้สติใคร่ครวญอย่างดีเยี่ยม เพราะถ้าเป็นผู้มีสติมีปัญญาปรารถนาสร้างจุดร่วมสมานฉันท์ในบ้านเมือง  ก็คงไม่ลืมไปว่า แม้คอป.จะเริ่มต้นตั้งไข่เป็นองค์กรในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์  แต่ต่อมาเปลี่ยนอำนาจเป็นรัฐบาลยิ่งลักณ์   นายกผู้น่ารักของแกนนำคนเสื้อแดงประกาศตอนหาเสียงและแถลงต่อรัฐสภาสนับสนุนการทำงานของ คอป. เพื่อแสวงหาความปรองดองแห่งชาติ

แม้ในรายงานหรือสำนวนอะไรก็ตามแต่จะไม่ได้เขียนถึง  แต่พี่น้องแกนนำลืมแล้วหรือ เดินทางเข้าพบ คณิต  แทบหัวกระไดไม่แห้ง คุณตู่ จตุพร พรหมพันธ์ ไม่น่าจะลืมที่คณิตเล่าให้ขำ เคืองใจฟัง เช้าสายบ่ายเย็น เดินทางมาพบถึงสถาบันการศึกษา แลกเปลี่ยนข้อมูลตั้งแต่ต้นปี  หรือ จะเป็น ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ก็มาขอความร่วมมือจากคอป.  เรื่องอะไรหรือ ก็เรื่องใช้ความเป็นคอป.ไปประกันตัวแกนนำ และกลุ่มผู้ก่อการออกมาจากเรือนจำ ประโยชน์ที่ได้รับจากคอป.ทำให้ เหล่าแกนนำชื่นมื่นมาเสมอ 

ลืมแล้วหรือ คอป. ก็เป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะรัฐบาล จนนำมาซึ่งการงอกคอป.สาขาสอง  กลายเป็นคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.)  ที่มียงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯอัลไพน์  เป็นประธาน   โดยปคอป.ก็อาศัยคอป.เป็นเครื่องมือเอามากล่าวอ้างได้เสนอแนะให้จ่ายค่าเยียวยาญาติเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองอย่างรวดเร็วทันใจ 7.75 ล้านบาท “เหตุการณ์นี้ ไม่น่าลืมกันได้”       

แต่ครั้นรายงานคอป. กล่าวถึงกลุ่มคนชุดดำมีอยู่จริง ขยายน้ำหนักข้อเท็จจริงด้วยการอธิบายต่อไปว่า กลุ่มคนชุดดำอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของแกนนำคนเสื้อแดงบางคน  ร่วมกันก่อความรุนแรงจนเป็นเหตุให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต  โดยมีหลักฐานยืนยันจากเทปปราศรัยของแกนนำบางคน ปลุกระดมก่อนเข้าสู่นาทีเผาเมือง “หากทหารกระชับพื้นที่ เผาครับพี่น้องผาว ผาว” แกนนำบางคนบอกมวลชนต่างจังหวัด "ให้เตรียมขวดน้ำคนละใบแล้วมาเติมน้ำมันก๊าดที่กรุงเทพฯ" ถ้อยคำเหล่านี้ ลืมแล้วหรือ   อีกทั้งน้ำเสียงปลุกระดมหนักแน่นเอาเป็นเอาตายมิใช่ปราศรัยกันแบบเหวงๆ แต่อย่างใด 

ไหนๆก็ไหนๆแล้ว  ขอบอกต่อไปอีกถึงแกนนำนกรู้   ในวันที่เดินทางเข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในเวลาต่อมาเกิดเหตุการณ์เผาเซ็นทรัลเวิลด์  จึงตั้งคำถามว่า เมื่อแกนนำ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นจะแสดงสายตาทิพย์กวาดสายตาทั่วที่ชุมนุมแล้วบอกไม่เห็นคนชุดดำได้อย่างใด แถมอ้างการเผาเซ็นทรัลเวิลดิ์เป็นการกระทำของทหาร   เว้นเสียแต่ได้ยินได้ฟังแล้วออกมาพูดเพื่อสร้างความเชื่อตามคิดตัวเองเท่านั้นเอง

สุนัขภายในพื้นที่ชุมนุมที่มีการเขียนคำว่าตกใจไว้บนตัว
สุนัขภายในพื้นที่ชุมนุมที่มีการเขียนคำว่าตกใจไว้บนตัว

ขอเสริมในสำนวนที่หายไปถึงแกนนำผู้เชี่ยวชาญการอธิบาย  ในวันที่แกนนำเข้ามอบตัว… ขำ เคืองใจ… อยู่ร่วมเหตุการณ์ ครั้นแกนนำมอบตัวเสร็จสรรพ  เหตุการณ์ความรุนแรงตามมา มีตำรวจตั้งแถวหน้ากระดานอยู่หลังรั้วสตช.  สื่อมวลชนนับร้อยเฝ้ามองลอดรั้วออกไป   เห็นการโยนยาง จุดไฟเผา แม้แต่ตอม่อสกายวอล์ค    คณะก่อการโพกผ้าปิดปากก็ไม่เว้น  ระดมยางปาระเบิดขวดหวังให้ตอม่อรถไฟฟ้าจมกองเพลิงด้วย

แต่ขอโทษทีตำรวจ ท่านยืนนิ่งเป็นมนุษย์น้ำแข็ง  ส่วนฝ่ายทหารรอปฏิบัติการอยู่แถวสยามโน่น    ข้อมูลแบบนี้ทหารเผาหรือ  นี่ไม่ได้เข้าข้างทหาร แต่กล่าวบนพื้นฐานข้อเท็จจริงของผู้อยู่ในเหตุการณ์มากกว่า แกนนำที่มอบตัวไปแล้ว แต่ทำตัวเป็นหูตาทิพย์ 

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ดวงตาของผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ ติดตามนำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวของทั้งแกนนำ ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ  สื่อมวลชประจำแต่ละจุดย่อมเห็น รับรู้  การกระทำเจ้าหน้าที่รัฐผิดพลาดหรือไม่  มีขบวนการติดอาวุธยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร  โดยเฉพาะสวนลุมพินีคือป้อมปราการใหญ่หรือแนวชายแดนด้านนอกที่อันตราย  ใครๆก็รับรู้ดี  แต่แกนนำนปช.กลับอัลไซเมอร์อย่างไม่น่าเชื่อ

…ก็เป็นเรื่องเศร้าของคนที่เอ่ยอ้างบอกว่าพูดความจริง แต่หลังเวทีราชประสงค์ยามดึกดื่น มีคณะการ์ดขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าออกกวักไกว่   แม้แต่คนติดตามเสธ.แดง ซึ่งหลังเสธ.แดงเสียชีวิต  ก็กลับมาพักและทำหน้าที่การ์ดให้แกนนำอีกกลุ่มโดยสะพายเป้มีวัสดุอุปกรณ์อะไรไม่รู้แต่ทำให้เป้ตุงอย่างเห็นได้ชัด ตรงนี้ก็แล้วแต่ที่จะสันนิษฐานกัน  แต่ นี่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ติดตามทำข่าวรู้ แต่แกนนำไม่รู้อีก

ในวันที่มีเหตุ วางยางรถยนต์กลางถนนย่านบ่อนไก่   มีแกนนำแถวสองแถวสามออกไปปฏิบัตการ  โดยที่แกนนำหลักนั่งอยู่ในเต็นท์หลังเวทีสี่แยกราชประสงค์ เรียกสมัครพรรคพวกมาดูการรายงานข่าวทางทีวี  พร้อมชี้ว่า "ไอ้…" "เฮ้ยมันไปทำผลงาน"  พร้อมส่งเสียงหัวเราะครึกครื้นกันใหญ่  ที่เห็นพรรคพวกจุดไฟเผายาง

นี่หรือคือผู้หวงแหนประเทศแต่กลับเห็นประเทศเป็นของเล่น สร้างความสนุกสนานในยามวิกฤต

ค่ำคืนสองสามวันก่อนมอบตัว เป็นช่วงเวลาน้องตุ๊ดตู่ทอดกายเก้าอี้พับอยากหลับแต่หลับไม่ลง แต่อีกด้านของเวที มีสาวรุ่นใหญ่สลับหน้า แวะเวียนเข้าออกมาหาแกนนำที่ถนัดเล่นตลกโปกฮา กระเซ้าเย้าแหย่ครึกครึ้น ส่วนบทสรุปจะเป็นอย่างไรในภายหลัง แกนนำผู้เล่นตลกรู้ดี แต่มันก็น่าชวนคิดในยามที่อ้างว่า  ตนเองกำลังทำภารกิจกู้ชาติเพื่อประชาธิปไตยแต่คงต้องสนุกสนานเอ็นเตอร์เทนกันก่อน 

อีกด้านหนึ่ง ยามค่ำคืนเกิดเหตุการณ์ทุบกระจกห้างเกษรพลาซ่า ทั้งๆที่ผู้ชุมนุมรายล้อมรอบด้าน  ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐกระชับพื้นที่   มีกลุ่มคนวิ่งเข้าออกหอบอุปกรณ์คลุมผ้าขนาดยาวเข้ามาหลังเต็นท์ราชประสงค์ นั่นไม่ใช่ฝีมือผู้ชุมนุมใช่ไหม   ไม่มีการรับผิดชอบใดๆเกิดขึ้นจากแกนนำผู้อ้างตนว่ามาชุมนุมอย่างสงบ

ป้าย"ตกใจ"ถูกติดไว้ในเต๊นท์ของผู้ชุมนุมข้างรพ.ตำรวจ
ป้าย"ตกใจ"ถูกติดไว้ในเต๊นท์ของผู้ชุมนุมข้างรพ.ตำรวจ

ก่อนวันที่มีการเจรจาภายในระหว่างบิ๊กตำรวจในสตช. นัดหมายให้ แกนนำมอบตัว นับเป็นค่ำคืนอันสับสน จึงมีการสนทนาส่งท้ายระหว่างสื่อมวลชนกับแกนนำฮาร์ดคอร์ กับคำถามในคืนนั้น “หากเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่เข้ามาถึงเวทีจะทำอย่างไร” แกนนำฮาร์ดคอร์ผู้เคยระเหเร่ร่อนหลบอยู่ประเทศเพื่อนบ้านก่อนกลับมามีชีวิตสุขสบายเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล  ตอบกับคณะสื่อที่ยืนฟังเต็มปากเต็มคำอย่างไม่หวาดหวั่น "ก็เผาสิ"  

อย่าได้แปลกใจที่บริเวณตามป้ายรถเมล์ รอบราชประสงค์ กำแพง อาคารต่างๆจึงมีการเพ้นท์สี นอกจากด่าประณามอำมาตย์ รัฐบาลอดีต ยังมีคำว่า “ตกใจ” คือรหัส ที่สื่อ มวลชน และแกนนำก็รู้ดีมิใช่หรือ ว่ามันคืออะไร ใครเป็นคนให้รหัสนี้แต่แรก   

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และมันก็ถูกบันทึกไว้ตลอดในความทรงจำคณะสื่ออย่างไม่มีวันลืม จะให้แปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นมิได้ดอกพี่น้องเอ้ย 

ถ้าเจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ  ฝ่ายรัฐออกคำสั่งบกพร่อง ก็ต้องเข้าสู่การสอบสวน เข้าสู่กระบวนการทางศาลพิจารณาตัดสินเช่นกัน ซึ่ง รายงาน คอป. ก็ระบุไว้ตรงไปตรงมา ไม่เห็นฝ่ายที่ถูกแกนนำอ้างว่าเป็นธงในการสอบสวนออกมาร้องแรกแหกกระเชอ มันยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัย ทุกวันนี้ที่ไม่ยอมรับความจริงเพื่ออะไร

หรือต้องการให้คอป.สรุปว่า ไม่มีชุดดำ การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐในการออกคำสั่งผิดพลาดเท่านั้น    ส่วนแกนนำผู้ชุมนุมมาด้วยจิตบริสุทธิ์ ปราศจากอาวุธ ไม่ได้ซ่องสุมกำลัง ล้วนเป็นคนดีของประเทศชาติกันทั้งน้านส์

อย่างนี้ก็อยู่ในประเทศที่ร่วมกันสร้างความโกหกบนโลกใบนี้หน่ะสิ   ครั้นจะคิดสร้างความปรองดองไม่ต้องพูดถึง เพราะที่ผ่านมาก็แค่การเล่นละคร ใช้ประชาชนเป็นเหยื่อผู้เสียสละ แย่งชิงอำนาจเท่านั้นเอง      

ระเบิดเอ็ม79ที่พบในวัดปทุมฯ
ระเบิดเอ็ม79ที่พบในวัดปทุมฯ

 

ระเบิดขวดและขวดใส่หมามุ่ยที่พบในบริเวณจุดชุมนุม
ระเบิดขวดและขวดใส่หมามุ่ยที่พบในบริเวณจุดชุมนุม

 

สิ่งของต่างๆของกลุ่มผู้ชุมนุมที่พบในวัดปทุมฯ
สิ่งของต่างๆของกลุ่มผู้ชุมนุมที่พบในวัดปทุมฯ