แอร์วอร์...อาวุธชั้นเทพ

วันที่ 21 ก.ค. 2555 เวลา 08:58 น.
แอร์วอร์...อาวุธชั้นเทพ
"ต่อไปพรรคการเมืองเดินเข้าหาสื่อเป็นโลกของข้อมูลข่าวสาร การสงครามทางอากาศแอร์วอร์จำเป็นมากกว่ารูปแบบเดิมๆ"

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

เรตติ้งกระฉูดกับ "คลิปลับ" สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งทิ้งระเบิดหลายลูกระหว่างเปิดในงานวันเกิด ที่ จ.เพชรบูรณ์ ที่สั่นสะเทือนทั้งแวดวงการเมือง และทำให้ทุกสายตาต้องจับตามายังรายการ "สายล่อฟ้า"ทางบลูสกายแชนแนล ที่สถิติคนดูตอนนี้พุ่งไปถึง 3 ล้านคน กับการออกอากาศที่ล่วงเข้ามาครึ่งปี

เทพไท เสนพงศ์
เทพไท เสนพงศ์

"เสี่ยคึก-เทพไท เสนพงศ์" หนึ่งในสามสมาชิก"สายล่อฟ้า"ที่เจ้าตัวฟุ้งว่าชีวิตวันนี้ไม่ต่างจาก "ซุป'ตาร์" มีแฟนคลับคอยติดตามมากมาย เดินไปไหนก็มีแต่คนมาทักทายเรียก "สายล่อฟ้า" มากกว่าชื่อจริงไปแล้ว และเดินทางไปไหนมาไหนก็มีคนมาทักทาย ส่งของกิน ของใช้ มาให้แบบไม่ขาดสาย บางคนเอาผลไม้มาฝาก บางคนทำไข่พะโล้มาให้กินถึงบ้าน ที่สำคัญกระแสตอบรับเป็นไปในด้านบวกซะเป็นส่วนใหญ่

ดัชนีชี้วัดความนิยมที่สำคัญคือ "ของฝาก" เทียบกับเมื่อครั้งต้องสวมบท"โทรโข่งมาร์ค" ไล่ตอบโต้ชี้แจง"ปมการเมือง" ให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นเคยได้รับ "ของชำร่วย" กล่องใหญ่ ทั้งตะกร้อครอบปาก กางเกงในแดง จดหมายด่า ฯลฯ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มีจดหมายด่า มีแต่เสียงชม คดีความฟ้องร้องที่ก่อนหน้านี้มีร่วม 20 คดี วันนี้ในสถานะขุนพลสายล่อฟ้ามีงอกเพิ่มขึ้นเพียง 3 คดี จาก "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" และ"ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" เท่านั้น

"ที่แปลกกว่านั้น คือเราจัดรายการ คนเสื้อแดงเกลียดผมในบทบาทโฆษกมากกว่าพิธีกรในรายการสายล่อฟ้า ตอนเป็นโฆษกเราพูดการเมืองสื่อนำเสนอตัดไฮไลต์ของการแถลงข่าว ซึ่งเป็นอะไรที่ดุดัน เสียดสีตอบโต้รุนแรงทุกวัน คนมองว่าเป็นคนดุดัน ก้าวร้าวหมั่นไส้ ไม่ชอบ แต่พอได้มาดูบริบททั้งชั่วโมงก็จะเห็นว่าที่มาแต่ละคำ มีการปูพื้น ลูกเล่น สนุก เดี๋ยวนี้เดินไปไหนก็ไม่มีคนมาตะโกนต่อว่า มีแต่เข้ามาทักทาย พูดคุย เสื้อแดงบางคนเคยไปดูรายการที่บ้านเพื่อนแล้วสนใจ จนต้องหาจานมาติด หรือหาจูนดูบลูสกายฯ ซึ่งประเมินว่าขณะนี้มีเสื้อแดงมาดูเราเพิ่ม 20% อัพ"

หลายคนวิจารณ์ว่า "สายล่อฟ้า" เป็นเพียงการย้อนเกล็ดจากรายการ "สามเกลอ" ของทีวีแดง แต่"เทพไท" ปฏิเสธพร้อมอธิบายว่า คอนเซปต์ใกล้เคียงกัน แต่ของเสื้อแดงจะเป็นรูปแบบ "ฮาร์ดคอร์" ขณะที่ "สายล่อฟ้า" จะเป็นเหมือนทอล์กโชว์ เป็นวาไรตีเป็นการเมืองสนุกสนาน เป็นรายการอำกัน แหย่กันไปมา เสียดสี ถากถาง คนละรูปแบบกัน กับสามเกลอดูสามเกลอเครียด แต่ถ้าดูสายล่อฟ้าสนุก ขำ

หัวหอกสายล่อฟ้าประเมินต่อว่า การแข่งขันต่อจากนี้คงมีเพิ่มขึ้น ซึ่งหลังจาก "บลูสกายฯ" แย่งฐานมวลชนแดงมาได้ 20% ทำให้ "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" สั่งปรับผังช่องแดง เมื่อก่อนไม่มีทีวีเปรียบเทียบมาช่วงชิงมวลชนเขาจะทำไงก็ได้ แต่ตอนนี้มีตัวเลือก ทำให้ต้องมีการปรับรายการ ไม่งั้นก็ไม่มีใครดู แม้ทีวีแดงจะมีมวลชนที่ติดตามมากกว่า แต่นับวันมีแต่จะลดลง ขณะที่ "สายล่อฟ้า" มีแต่จะเพิ่มขึ้นสวนทางกัน

ทั้งนี้ เหตุที่ความนิยมของเขาลดลง เพราะเขาเข้าสู่อำนาจรัฐ การต่อสู้ของฝ่ายเขาไม่แหลมคมเหมือนตอนฝ่ายค้าน ทำให้คนกลุ่มหนึ่งไม่ได้ติดตาม แต่แฟนพันธุ์แท้ฮาร์ดคอร์ก็ติดตามอยู่ นอกจากนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ จะมีคนติดตามมากกว่ารายการทั่วไป วันที่เอเอสทีวีพีกสุดคือวันถ่ายทอดสดม็อบ ทีวีแดงพีกสุดคือวันถ่ายทอดสดม็อบเสื้อแดง ทำให้เห็นว่าทำไมเสื้อแดงต้องดิ้นรนจัดวาไรตีถ่ายทอดสดมากขึ้น บางเรื่องที่จัดงานเสื้อแดงเป็นแค่คอนเสิร์ตธรรมดา แต่เพราะเขารู้ทำให้คนดูมากขึ้น

เทพไท บอกว่า ต่อไปพรรคการเมืองเดินเข้าหาสื่อเป็นโลกของข้อมูลข่าวสารการสงครามทางอากาศแอร์วอร์จำเป็นมากกว่ารูปแบบเดิมๆ ของพรรคการเมือง เช่น จัดเสวนาสัมมนาวิชาการ จัดปราศรัยทางการเมืองวงแคบ ต่อไปรูปแบบแบบนี้จะเป็นเพียงแค่พิธีกรรม เพื่อจะนำไปสู่การถ่ายทอดผ่านสื่อไปยังมวลชนทั่วประเทศอภิปรายปราศรัยได้มวลชนหลักหมื่นสูงสุดแต่ต้องทำให้คนสองสามล้านคนที่บ้านได้ดูพรรคการเมืองจำเป็นต้องทำเพื่อสื่อสารกับมวลชน

สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ "สายล่อฟ้า" เริ่มเป็นที่รู้จัก เทพไท ไล่เรียงว่า คือ เหตุการณ์ ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ที่ถูกพูดในรายการหยิกแกมหยอกที่มีสื่อออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกับโฆษณาแฝงที่ถูกนำไปขยายผล ต่อมาเหตุการณ์ที่ จ.เจตน์ บุกช่อง 9 ซึ่งสื่ออื่นไม่ได้นำเสนอภาพแบบนี้แต่สายล่อฟ้าเอาภาพทั้งหมดมานำเสนอ ตอนนั้น "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" อดีตผู้อำนวยการช่อง 9 ในฐานะคนดูและคอมเมนเตเตอร์ วิเคราะห์ให้ฟังว่า คนที่อยากดู "สายล่อฟ้า" เพราะมีอะไรที่ฟรีทีวีไม่มี

จะมาดังอีกครั้ง ที่คลิป "สมศักดิ์" ที่ "เทพไท"ชี้แจงว่า การตัดสินใจเปิดคลิปดังกล่าวในรายการสายล่อฟ้า ก่อนที่จะนำมาแถลงข่าวนั้น เป็นเพราะวัตถุประสงค์เจ้าของคลิป ที่นำมามอบให้เขาต้องการให้เปิดประเด็นในรายการสายล่อฟ้า ซึ่งมีตลาดคนดูมากพอแล้วและน่าจะเป็นประเด็นสร้างผลสะเทือนกับสื่อมวลชนแขนงอื่นในขณะที่หากนำมาแถลงข่าวก็ไม่มีหลักประกัน ว่าสื่อจะนำเสนอข่าวออกมา

"คลิปนี้เกิดตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. แต่ที่มาเปิดเผยช่วงหลังเพราะเข้าใจว่าตอนนั้นผมอยู่อเมริกาคนที่มอบคลิปคงอยากให้ผมอยู่ในรายการตอนเปิดคลิปด้วย เพราะคงคิดว่าผมอยู่จัดรายการมันสนุก ก็มีการโทร.มาบอกก่อนว่าจะเอาคลิปมาให้ จากนั้นก็มีคนเอาคลิปมาให้ เจอตัวผมแต่ผมไม่รู้จักเขา น่าจะเป็นเมสเซนเจอร์ บอกว่ามีคนฝากของมาให้ พอมาเปิดดูเป็นคลิปเสียงคุณสมศักดิ์ เย็นนั้นก็เปิดเลย เราเชื่อว่าจะมีคลิปแปลกๆตามมา เพราะคนรู้ว่าส่งให้กับรายการสายล่อฟ้าแล้วไม่บิดเบือน สามารถสื่อตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายได้ทันที"

"ต่อไปพรรคการเมืองเดินเข้าหาสื่อเป็นโลกของข้อมูลข่าวสาร การสงครามทางอากาศแอร์วอร์จำเป็นมากกว่ารูปแบบเดิมๆ"

ขยายฐาน'ยุโรป-อเมริกา'

ทิศทางต่อจากนี้คงต้องพัฒนาต่อไป บางคนอยากให้จัด 7 วันจาก 5 วัน เพราะวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่รู้จะดูอะไร เป็นเหมือนชีวิตเขาไปแล้วบางทีบางคนก็อยากให้ทำสัญจรไปจัดสดในพื้นที่ ถ้ารายการเข้มแข็งกว่านี้ ก็มีสิทธิเป็นไปได้ ต้องให้มีแฟนคลับมากกว่านี้ ตอนนี้แฟนคลับเรายังไม่สามารถตั้งเป็นองค์กรได้ เป็นแฟนคลับที่หลากหลายกระจาย โดยทั่วไป

แต่ที่เป็นปัญหาเวลานี้คือ การจัดสดช่วงเวลา 19.00-20.00 น. ที่ทำให้ถูกตัดโลกส่วนตัวออกไป เพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงงานศพ งานแต่ง งานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อนฝูงครอบครัว เวลานี้แทบไม่ได้ทำอะไร ลงพื้นที่ก็เหลือแค่วันเสาร์-อาทิตย์ จำเป็นต้องเสียสละ คนในพื้นที่ดูรายการก็เข้าใจ

ส่วนการรีรันนั้นก็มีเป้าหมายชัด ไม่ใช่สถานีมีเวลาว่างช่วงนั้น อย่างจัดสดช่วง 1 ทุ่ม ก็เพราะให้คนต่างจังหวัดได้ดู เพราะดึกกว่านี้เข้านอนกันหมด มารีรัน 4 ทุ่ม ก็ให้คนกรุงเทพฯ ที่ช่วงค่ำรถติดดูไม่ทัน ส่วนรีรันรอบ 9 โมงเช้า ก็เพื่อให้คนที่สหรัฐอเมริกาได้ดู ส่วนช่วงบ่ายก็เพื่อให้คนยุโรปได้ดู

"แฟนต่างประเทศเยอะมาก ตอนผมไปซานฟรานซิสโกแอลเอ ลาสเวกัส ซานดิเอโก แฟนคลับมาคอยพบทุกที่ ล่าสุด โทร.มาจากนิวยอร์ก ว่าทำไมไม่ไปฝั่งบอสตันบ้าง คนต่างประเทศดูเยอะมากเพราะเขาคิดถึงบ้าน อยากรับรู้ข้อมูลข่าวสารของเมืองไทย"

"เทพไท" อธิบายว่า การคัดเลือกประเด็นไม่ได้เป็นไปตามใจชอบเราเอาประเด็นที่คัดมาในแต่ละวัน ซึ่งบางประเด็นเราไม่ได้อภิปรายในสภา ไม่ได้แถลงแต่เป็นประเด็นฮอตที่สังคมอยากรู้ หรือในประเด็นเดียวกัน ลักษณะการพูดก็แตกต่างกันพูดในสภาต้องมีวิชาการ การแถลงข่าวต้องเป็นทางการ แต่ใน"สายล่อฟ้า" จะดูรีแลกซ์

"เหมือนสนทนาในร้านกาแฟ รูปแบบรายการที่อินเข้าไปถึงคนดูได้เพราะเรามานินทาการเมืองให้เขาฟังในห้องรับแขก"

เขาย้ำว่า การนำเสนอเนื้อหาในรายการมีหลักฐานยืนยันเอาข้อเท็จจริงมาพูด การใส่มุขสีสันให้ไม่ให้เครียด ไม่มียกเมฆ เรามีชาร์ต มีคลิป ที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไร อย่างณัฐวุฒิบอกไม่เคยรับปากว่ายางจะขายได้ กก.ละ 120 บาท เราก็มีคลิปมายืนยันอย่างเรื่องหมิ่นสถาบันฯเรามีคลิปหมดว่า ก่อแก้ว พิกุลทอง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย สุนัย จุลพงศธร พูดอย่างไรเรามีหมด

"ไม่ใช่แค่การตอบโต้แต่เป็นประโยชน์ของประชาชน ผู้บริโภคที่จะได้รับรู้ข้อมูลในช่องทางอิสระที่ไม่ใช่สื่อของพรรคการเมือง แต่เราสามารถสื่อกับประชาชนได้"

เทพไท ย้ำว่า บทบาทสายล่อฟ้าเวลานี้ ทั้ง "แฮปปี้" ทั้ง "เหนื่อย"แต่เบื่อไม่ได้กับภาระนี้ซึ่งไม่รู้ว่าจะอยู่ไปอีกนานแค่ไหน

"ไม่ใช่แค่การตอบโต้ แต่เป็นประโยชน์ของประชาชนผู้บริโภค ที่จะได้รับรู้ข้อมูลในช่องทางอิสระที่ไม่ใช่สื่อของพรรคการเมือง แต่เราสามารถสื่อกับประชาชนได้"

แม่ยายมาร์คแฟนพันธุ์แท้

กว่าจะติดกระแสอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้"สายล่อฟ้า" มีจุดกำเนิดตั้งแต่สมัยประชาธิปัตย์ยังเป็นรัฐบาล ที่เตรียมออกรายการวาไรตีการเมือง เคลียร์ข้อกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม เล็งออกอากาศทาง "เอ็นบีที" ทว่ารัฐมนตรีคุมสื่อเวลานั้น เป็นห่วงว่าจะไม่เหมาะสมและถูกข้อครหา โครงการนี้จึงถูกพับลงไป

จนกระทั่ง "บลูสกาย แชนแนล" เปิดตัว รายการนี้จึงถูกปัดฝุ่นใหม่และลงตัวที่ 3 หัวหอกเทพไท เสนพงศ์ ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุตโฆษกพรรคที่จะได้มีอีกช่องทางสื่อสารไปสู่ประชาชน และศิริโชค โสภา ที่คิดจะทำรายการเชิงวิชาการ

ขณะที่เวลานั้นมีตัวเลือกอื่นๆอีกหลายคนไม่ว่าจะเป็น วัชระ เพชรทอง บุญยอด สุขถิ่นไทย สกลธี ภัททิยกุล อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

ถามชัดๆ ว่า "บลูสกาย แชนแนล" เป็นของประชาธิปัตย์ หรือไม่ "เทพไท" ออกตัวแบบนักการเมืองว่าไม่ทราบรายละเอียด แต่กลุ่มคนที่ก่อตั้งมีแนวคิดสอดคล้องกับประชาธิปัตย์ในการเคลื่อนไหวอย่างคุณเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีอยู่ในทีมงาน อ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ซึ่งมีแนวทางที่ต่อต้านระบอบทักษิณเหมือนประชาธิปัตย์ ขณะที่ผู้จัดการ บลูสกายฯ"วิทเยนทร์ มุตตามระ" เป็นผู้สมัคร สส.กทม.และเป็นเลขาฯ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

"ถามว่าเกี่ยวข้องกับประชาธิปัตย์ ไม่เกี่ยวข้องกับตัวพรรค แต่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลไหม ก็มีตัวบุคคลเข้าไปดำเนินรายการ"

ถามถึงเรื่อง"ทุน" ดำเนินการ "เทพไท"ชี้แจงว่า เป็นทีวีดาวเทียมที่ค่อนข้างอัตคัดเรื่องทุน อย่างรายการสายล่อฟ้าที่อยู่ได้วันนี้ก็เพราะไม่มีต้นทุน เป็นเรื่องผู้ดำเนินรายการรับผิดชอบกันเอง ไม่มีค่าตัวไม่งั้นก็เป็นต้นทุนสูงมากอาจทำให้บริษัทเจ๊งได้ ส่วนสปอนเซอร์ก็เป็นเรื่องของสถานี ซึ่งบางอันระบุว่าต้องออกอากาศในรายการสายล่อฟ้า ทำให้เวลาโฆษณาจากเดิมตั้งไว้ 3 นาที ขยับเพิ่มเป็น 5-6 นาที

"รายได้ที่เข้ามาก็พออยู่ได้เลี้ยงตัวเอง ถ้าไม่ขยายงานก็ไปได้เรื่อยๆแต่การทำรายการต้องพัฒนา มีทีมข่าวต้องพัฒนา แต่หากขยายมากก็ลำบาก ถ้าหากรายได้มีแค่นี้ แต่ถ้ารูปแบบนี้ก็ไปได้เรื่อยๆ"

ย้อนกลับมาที่เรื่องชื่อรายการ"สายล่อฟ้า"เป็นการตั้งให้สอดรับกับรายการอื่นๆในบลูสกาย แชนแนล ที่มีทั้งฟ้าวันใหม่ ฟ้าใส ฟ้าบ้านทุ่ง ฟ้าทะลายโจร ใช้ "ฟ้า" เป็นหลัก แต่รายการนี้เป็นรายการการเมือง ร้อนแรง ฉวัดเฉวียนจึงมาจบที่ "สายล่อฟ้า" ที่เป็นบุคลิกคนจัดรายการ

เทพไท เล่าให้ฟังว่า เสียงตอบรับส่วนใหญ่ค่อนข้างดี บางคนดูรีรัน 3 รอบ เขาบอกดูแล้วสนุก เหมือนทอล์กโชว์การเมือง ไม่ใช่ฮาร์ดคอร์ การเมือง บางคนติดยิ่งกว่านิยาย อย่างในสภา สส. 95% ดูสายล่อฟ้า มีเข้ามาทักตลอด

อย่างเอสเอ็มเอสในรายการแฟนคลับ ส่งข้อความเข้ามาเยอะมากที่สุด 50 นาที สูงสุดเคยมีข้อความเข้ามา 4,700 ข้อความ เทียบกับรายการอื่นๆแล้วมากสุดก็ 1,500 ข้อความ จนแฟนรายการบ่นว่าขึ้นข้อความไม่ครบ เพราะขึ้นข้อความมากสุดก็ได้แค่ 500 ข้อความ ข้อความละ 4 วินาที เร็วกว่านั้นจะอ่านไม่ทัน

รูปแบบรายการแบ่งเป็น 3 ส่วน "ศิริโชค"เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องประเด็นหลักส่วน "เทพไท-ชวนนท์" จะเป็นคนคอยเสริมว่า จะเพิ่มประเด็นไหนในรายการ "ศิริโชค" จะเป็นคนนำเสนอประเด็นเนื้อหา "ชวนนท์" จะเป็นคนเดินเรื่องคุมประเด็นขณะที่ "เทพไท" จะทำหน้าที่หยอดมุข ตบมุข ปรุงสีสัน

"ไปดูรันดาวน์ว่าจะพูดอะไรบ้าง แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัว ใครถนัดแนวไหน ทั้ง3 คนก็ติดตามข่าวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเตรียมอะไรมาก็ไปได้ รับลูกได้หมด"

เทพไท อธิบายเพิ่มเติมว่า ทั้ง 3 คนก็ให้การบ้าน "แมคสายล่อฟ้า" ที่เป็นโปรดิวเซอร์ไปว่า อยากได้ประเด็นนั้น ประเด็นนี้ อยากได้เอ็มวีเรื่องนี้เขาก็จะไปทำเอ็มวี ไปหาข้อมูล ทำเสร็จเรียงลำดับรันดาวน์มาให้เราดูแล้วก็ค่อยมาแก้ไข

"อย่างเอ็มวีนี่ ส่วนใหญ่เป็นเพลงลูกทุ่งที่สอดรับกับสถานการณ์การเมือง คนชอบ ช่วยกันคิดตั้งแต่ผู้อำนวยการสถานี คุณเถกิง สมทรัพย์เรา 3 คน บางทีก็จากแฟนคลับทวิตเตอร์มาบอกสถานการณ์ เช่นนี้ควรจะใช้เพลงอันนี้และมิวสิกนี้ ลูกสาวที่บ้านผม ม.1 ก็เคยมาบอกให้เอาเพลงเพลงนี้ บางข้อเสนอก็นำมาใช้ บางข้อเสนอไม่เข้ากับสถานการณ์ก็เก็บไว้เป็นเรกคอร์ด ผ่านมา6 เดือนใช้ไปแล้ว 180 เพลงไม่ซ้ำ"

ส่วนประเด็นที่เลือกมาแต่ละวัน "พรรค" ให้อิสระไม่มีธง เป็นดุลพินิจแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนก็มีเซนส์ที่จะกำหนดประเด็นได้อยู่แล้ว มีบ้างที่พูดคุยกันนอกรอบกับผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค อย่าง"บัญญัติ บรรทัดฐาน" ก็ฝากประเด็นว่าน่าจะคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้หรือ "ชวน หลีกภัย" ที่เห็นว่าบางช่วงเล่นมากปล่อยมุขมากไป ก็บอกว่าตรงนี้ต้องเพิ่มสาระบ้าง

สำหรับ "อภิสิทธิ์" นั้นไม่ได้ปรึกษา แต่ถามสถานการณ์การเมืองมากกว่า เพราะแกไม่ดูรายการ แกบอกรู้อยู่แล้วจะพูดอะไร เพราะ 3 คนใกล้ชิด "อภิสิทธิ์" หมด รู้สไตล์ แค่บอกหัวเรื่องก็รู้แล้วจะพูดแนวไหนอย่างไรมีแต่แม่ยาย "อภิสิทธิ์" ที่ติดตามตลอด บางทีเห็นว่าปวดฟันเวลาไปหาหมอ ก็แนะนำให้หมอติดตามด้วย

"เราพยายามทำให้เป็นกลางๆ ถ้าหนักไปอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเป็นปัญหากับผู้ชมต้องไปค้นว่าจุดเกิดของรายการเป็นอย่างไร ถ้าเน้นวิชาการไม่มีปล่อยมุขบ้างคนก็เครียด ก็ไปดูนักวิชาการพูดดีกว่า แต่ถ้าหากเราใส่มุขมากไป คนซีเรียสกับเนื้อหา เขาจะบอกว่าเหมือนรายการทอล์กโชว์มากไปหรือเปล่า"

"ถามว่าเกี่ยวข้องกับประชาธิปัตย์ไม่เกี่ยวข้องกับตัวพรรค แต่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลไหม ก็มีตัวบุคคลเข้าไปดำเนินรายการ"