รายงานพิเศษ:แกะรอยแดงฮาร์ดคอร์ ต่างคนต่างเดินแต่บรรจบเป้าหมายเดียวกัน

วันที่ 04 มี.ค. 2553 เวลา 10:40 น.
ถ้าเกาะติดความเคลื่อนไหว พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำที่อ้างว่าสันติวิธียังเชื่อมต่อกับสายฮาร์ดคอร์วันยันค่ำ   เรียกว่าเดินคู่ขนานแต่มาบรรจบด้วยเป้าหมายเดียวกัน

โดย...ทีมข่าวการเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

แม้คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะจบลงด้วยคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์บางส่วนของพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้คนส่วนใหญ่กระจ่างแจ้งต่อคำพิพากษา ชี้ให้เห็นถึงการกระทำโดยมิชอบของอดีตนายกฯ

แต่ทว่า สถานการณ์บ้านเมืองกลับอึมครึม ขยับใกล้จุดเดือดทางการเมืองอีกครั้ง  เมื่อเจ้าของทรัพย์สินไม่ยอมรับผลคำตัดสิน หาช่องทางทวงคืนหีบสมบัติตัวเองให้ได้

คำแถลงผ่านวิดีโอลิงก์ วันตัดสินคดียึดทรัพย์ ต่อหน้ามวลชนเสื้อแดงและอีกหลายวันต่อมา ด้วยการย้ำให้ มวลชนคนเสื้อแดงลุกขึ้นสู้ เดินทางเข้าร่วมชุมนุมเยอะๆในวันที่  14 มี.ค. ภายใต้ความเชื่อว่า สักวันหนึ่งชัยชนะจะเป็นของเรา  ประจวบเหมาะกับเหตุระเบิดพื้นที่กทม. และปริมณฑล 4 จุด  ยิ่งทำให้สถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการหรือไม่

แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  จะพยายามบอกมวลชนให้ต่อสู้ด้วยสันติ อหิงสา  แต่ในจังหวะของการเคลื่อนมวลชนหลายต่อหลายครั้ง มักจะมาพร้อมการปลุกระดมยุยงสู่ความรุนแรงก่อนเสมอ ดังเหตุการณ์ช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้วเป็นเครื่องการันตี      

ทางหนึ่งแกนนำออกมาย้ำว่าจะใช้สันติวิธี  แต่ทางหนึ่ง มีแกนนำอีกส่วนพยายามนำวิธีรุนแรงมาใช้

ก่อนหน้านี้ จตุพร พรหมพันธ์  ออกมาปฏิเสธ  พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง ไม่ได้อยู่ร่วมขบวนการเสื้อแดง   หรือพยายามสร้างภาพให้เห็นว่าถอยห่างแนวคิด  พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี  ซึ่งเคยเปิดประเด็นจะตั้งกองทัพประชาชนส่อไปทางรุนแรง   แต่ถ้าเกาะติดความเคลื่อนไหว พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแกนนำที่อ้างว่าสันติวิธียังเชื่อมต่อกับสายฮาร์ดคอร์วันยันค่ำ   เรียกว่า  “เดินคู่ขนานแต่มาบรรจบด้วยเป้าหมายเดียวกัน”

 

ตั๋วเครื่องบินไปกลับดูไป เป็นคำตอบถึงการเคลื่อนไหวที่มีความผสมผสานระหว่างพฤติกรรมนุ่มนวลกับหยาบกระด้าง หลายครั้งปรากฎชื่อ แกนนำสายใกล้ชิดไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ หลายครั้งปรากฎชื่อ อดีตส.ส.ไทยรักไทย ส.ส.เพื่อไทย และหลายครั้งเช่นกัน ปรากฎชื่อ กลุ่มของพล.ต.ขัตติยะ  อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง  สุพร  อัตถาวงศ์  บวกกับแกนนำสายใกล้ชิดไปพร้อมกัน

ยิ่งใกล้วันชุมนุมใหญ่   สายการบินไทยดูจะได้รับการใช้บริการถี่มากขึ้น ข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก  วันที่ 2 มี.ค. 53  ปรากฎชื่อ   พล.ต.ขัตติยะ    มานิตย์  จิตร์จันทร์กลับ   อุดม มั่งมีดี   นางกนกพร ศิริพรรณภิรัตน์   เดินทางไปดูไบ เที่ยวบิน ทีจี 517  เวลา 17.30 น. และแจ้งเดินทางกลับจากดูไบเที่ยวบิน ทีจี 518 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันนี้ ( 4 มี.ค. ) เวลา 08.35 น. 

เป็นที่ทราบกันดี  กรณีของเสธ.แดง กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรุนแรงตามที่แกนนำสายใกล้ชิดอ้างว่าไม่ได้อยู่ในพวก    แต่กลับรายชื่อ  มานิตย์ จิตร์จันทร์กลับ   อุดม มั่งมีดี    สองอดีตผู้พิพากษา ที่หันเหทำงานด้านให้คำปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย และขึ้นเวทีเสื้อแดงเคียงบ่าเคียงไหล่แกนนำแดงสายใกล้ชิด  ก็ล็อคที่นั่งไปพร้อมกับเสธ.แดง

เหมือนกับครั้งที่ เสธ.แดง  เกี่ยวก้อย พรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ "เคทอง" คนสนิทเสธ.แดง ที่กำลังถูกหมายจับขู่บึ้มกรุงขณะนี้ เดินทางไปพร้อมกับแดงสายใกล้ชิดอย่าง  วีระ มุกสิกพงษ์   จรัลดิษฐาอภิชัย   และเหวง โตจิรการ    
  
การเดินทางครั้งนี้  ในทางการเมืองไม่อาจมองเป็นอย่าอื่นได้นอกจาก “ เตรียมไปรับงาน”    ส่วนจะเป็นงานประเภทไหน สุดแล้วแต่จะคาดการณ์ 

 

เพราะระดับเสธ.แดง เป็นที่รับรู้ถึงความแม่นยำในการทำนายเหตุรุนแรงในบ้านเมือง  ยิ่งกรณีคนสนิท  “ เคทอง”  ก็ได้สำแดงความตื่นวิตกให้กับคนกรุงไปแล้วจากกรณีออกวิทยุ เสนอข้อมูลผ่านเวปไซต์ เตือนคนกรุง ระวังระเบิดหลังวันตัดสินคดี  รวมถึงกระบวนการจัดยุทธวิธี ในฐานะที่เสธ.แดงเองก็ยอมรับเป็นผู้ฝึกฝนหน่วยรบพระเจ้าตาก นักรบนินจาโรนนิน อะไรทำนองนั้น 

ขณะที่อดีตสองผู้พิพิพากษาที่เกี่ยวก้อยไปพร้อมกันกับเสธ.แดง  ก็น่าเป็นการให้คำปรึกษาหาช่องต่อสู้ทางกฎหมาย และล่าสุดหลังการเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย เมื่อเช้าวันนี้ มานิตย์ ก็ออกมายอมรับได้ไปให้คำปรึกษากฎหมายกับพ.ต.ท.ทักษิณจริงทำนองให้พ.ต.ท.ทักษิณ ร้องเรียนผู้นำนานาชาติ   

บรรดาความเคลื่อนไหวเหล่านี้  สอดรับขับประสานกันไปหมด   ล้วนเป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องแกะรอยหาคำตอบ โดยมิอาจนิ่งนอนใจ