ชำแหละครม.สัญจรรู้ทันปฏิบัติการหวังผล!

วันที่ 12 ม.ค. 2555 เวลา 22:49 น.
ชำแหละครม.สัญจรรู้ทันปฏิบัติการหวังผล!
ไม่แปลกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะทุ่มทุนให้ความสำคัญครม.สัญจรเป็นยิ่งนักเพราะลงทุนน้อยแต่หวังผลสูงได้ภาพชุดโชว์หน้าสื่อติดตราตรึงใจ

โดย....อสนีบาต

ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ครั้นจะย่างก้าวทำอะไร ย่อมเป็นที่ติดตราตรึงใจ ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ขนาดประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 10 มกราคม ทุบโต๊ะเห็นชอบให้วันที่ 23 มกราคม ซึ่งเป็นวันตรุษจีน เป็นวันหยุดราชการสำหรับพี่น้องข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ยังทำเอา ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการการะทรวงมหาดไทยยกยอจนติดลมบนว่า “ เป็นนายกฯคนแรกที่กล้าประกาศให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการ ไม่มีนายกฯคนไหนเคยทำได้ อย่างนี้ต้องบันทึกไว้เป็นตำนานการเมืองไทย” 

เช่นเดียวกันกับกิจกรรมยิ่งใหญ่ของฝ่ายบริหาร กับ การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ "ครม.สัญจร"  แม้จะเคยมีมาก่อนในหลายรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ตะลุยขึ้นเหนือล่องใต้ ทั้งนั่งรถไฟ จิบไวน์บนเรือหลวง เหินฟ้าประชุมครม.สัญจรต่างประเทศ   แต่เมื่อนายกฯยิ่งลักษณ์ ประกาศเปรี้ยงจริงจังเอาแน่ ถึงแม้จะลอกเลียนแบบพี่ชาย แต่ความเป็นนายกฯหญิง ย่อมสร้างความโดดเด่นในทางสีสันเช่นเคยกับการลงพื้นที่สัมผัสประชาชน 

ประเดิมวันที่ 14 –15  ม.ค. ปักหมุด จ.เชียงใหม่ เหตุที่เลือกจังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนเป็นถิ่นใหญ่คะแนนเสียง แดงพรึ่บขยายสาขาไปถึงจังหวัดภาคเหนือโดยรอบ อีกทั้งเป็นบ้านเกิดนายกฯยิ่งลักษณ์ อู้คำเมืองคล่องคอ เรียกน้ำตายามหาเสียงก็ที่เวทีเชียงใหม่นั่นแหละเจ้า

การตัดสินใจนำร่องที่เชียงใหม่ จึงเหมือนกลับมาเติมพลังบริหารประเทศ หลัง 4 เดือนบริหารประเทศเสียฟอร์มไปมากโข ตั้งแต่โชว์มันสมองความคิดติดๆขัดๆ เหมือนไม่มีวิสัยทัศน์  หรือในแง่ปฏิบัติจริงเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวไทยต่อกรณีมหาอุทกภัยท่วมเมือง เอาไม่อยู่คร้า  บรรดาผู้คนส่ายหน้าไร้ศักยภาพแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน    เมื่อการกลับถิ่นฐานบ้านเกิดพร้อมด้วยจัดประชุมครม.สัญจร จึงเป็นการตีปีกโชว์ความสามารถท่ามกลางอบอุ่นมั่นใจ ถึงจะพูดผิดพลาดบกพร่องประการใด ก็ไม่คิดว่าตัวเองเสียฟอร์ม เพราะฐานกำลังหลักหนุนเต็มที่

เมื่อเรียกความมั่นใจย่อมปูทางสู่การประชุมครม.สัญจรนัดหน้า ทุกสัปดาห์ที่สามของเดือน วางคิวไว้เสร็จสรรพ กาวันปฏิทินล่วงหน้าเช่นนี้ แสดงว่าหวังผลสูงทางการเมือง ตามเสียงสั่งการของพี่ชายเดินตามแนวนี้แหละน้องจ๋า ได้ผลคะแนนนิยมกลับคืนมาแน่นอน

ที่สำคัญมีกุนซือบ้านเลขที่ 111 กระซิบข้างหู ให้เล่นบทสไตล์ถนัด  โบกไม้โบกมือ ยิ้มสู้เข้าไว้ ชาวต่างจังหวัดชอบแบบนี้ เหมือนบะหมี่ไวไว ชงเองกินเอง น้ำเดือดก็สุกตักใส่ปากอิ่มอร่อยก็จบ ไม่ต้องคลุกเคล้าหาวัตถุดิบมาทำให้เรื่องมาก  เพราะวิถีคนชนบทชอบอะไรที่เข้าใจง่าย ดังนั้นจะไปสาธยายวาระครม. ที่จะบ่งบอกถึงสาระมาประชุมทั้งทีได้อะไรบ้าง อันนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหล่ารัฐมนตรีและส.ส.ในพื้นที่คอยเก็บตกจัดแถลงเองจะสร้างระบบโลจิสติก สะพานข้ามแม่น้ำ เนรมิตเมืองแบบใด เดี๋ยวชงให้ขอให้มีมติก็พอ ส่วนหน้าที่นายกฯคนสวยปล่อยให้ทำไป ยืนยิ้ม  นั่งรถม้า แต่งชุดเหนือให้สวยงามก็พอแล้ว 

ดังนั้น เมื่อครม.เชียงใหม่เสร็จสิ้นเหมือนสอบผ่านความมั่นใจในลีลา จากนั้นเข้าเดือนวาเลนไทน์กุมภาพันธ์ “ปูรักทุกคน”  จัดประชุมที่ฐานเสียงใหญ่อีกนั่นแหละ ด้วยการปักหลัก จ.ขอนแก่น งานนี้ใหญ่ไม่ใหญ่มอบหมายให้ "อินทรีย์อีสาน"  พล.ต.อ.ประชา  พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าพื้นที่สั่งการข้าราชการ ประชาชน เตรียมแต่งตัวรอต้อนรับ จัดอาหารให้ถูกปาก ข้าวเหนียว ส้มตำ  ไก่ย่าง เหมือนฟื้นความหลังในวัน อดีตนายกฯแม้วนั่งจิ้มแจ่วกับพี่น้อง  

ผ่านก.พ.มาเดือนมีนาคม สัปดาห์ที่สามของเดือนเช่นกัน คราวนี้ลงใต้ มอบหมายหน้าที่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้เป็นส.ส.ระบบเขต  อีกทั้ง เพือไทยแห้งแล้งส.ส.ใต้ จึงเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ของยงยุทธ ที่จะโชว์ฟอร์มดึงความนิยมคนใต้มาให้เพื่อไทยให้ได้

เพราะในครั้งน้ำป่าถล่มภาคใต้ต้นปี รัฐบาลเสียรังวัดมากโข จากกรณีฝ่ายค้านรุมจ้องถล่ม นายกฯหายไปไหน หยุดยาวปีใหม่ไม่แสดงภาวะผู้นำลงมาดูแลพี่น้องชาวใต้ ดังนั้นครม.สัญจร ใต้เดือนมีนาคม ต้องจัดหนักกะเกณฑ์ผู้คนให้พรึ่บ  ที่สำคัญต้องขอแรงบรรดานักเคลื่อนไหวนปช.สายพันธุ์ทองแดง ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์   อารี  ไกรนารา หัวหน้าการ์ดนปช.และเลขานุการรมว.มหาดไทย   หรือแม้แต่ วรวุฒิ  วิชัยดิษฐ์ ที่สอบตกส.ส.สุราษฎร์ ร่วมจัดหนักแสดงพลังเพื่อไทยในภาคใต้         

ปฏิทินต่อไป ยังวางไว้ถึงเมษายนหลังงานรื่นเริงมหาสงกรานต์ คราวนี้กลับมาภาคกลาง มอบหมาย เผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เพราะ เผดิมชัย คือนักการเมืองบารมีกว้างขวาง ดีดนิ้วเรียกหัวคะแนนพร้อมจัดให้ครม.สัญจร นครปฐม  ให้สมฉายาเมืองน่าอยู่   

ถัดจากนั้นหวยจะออกจังหวัดใด ก็คงถึงคราวนักการเมืองมากบารมีในรัฐบาลจะยื่นคิวขอจัดแต่เห็นว่าต่อรองขนาดหนัก แม้แต่ในที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 10 ม.ค. กรณีจัดประชุมครม.ภาคอีสาน กว่าจะลงตัวเป็นขอนแก่น  มีการเสนอตัวเลือกมากมาย  ทั้งที่จ.ศรีษะเกษของรมต.โลกลืม พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรและสหกรณ์ บ้างก็เสนอจ.หนองบัวลำภู  และยังมีจังหวัดเกิดใหม่สองสามปีที่ผ่านมาอย่างบึงกาฬก็เสนอตัวเช่นกัน  ราวกับชิงเสนอเจ้าภาพฟุตบอลโลกประมาณนั้น  เพราะนอกจากได้หน้า ยังได้งบพัฒนาจังหวัดอีกต่างหาก

เรื่องของการล็อคจังหวัด นอกจากเป็นที่ยื้อแย่งเขม่นกันในพรรคแล้ว  การกำหนดกิจกรรมระหว่างประชุมนี่สิเด็ดกว่า  เพราะแทนที่หัวใจของการประชุมนอกสถานที่ จะอยู่ที่วิสัยทัศน์การวางยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด ยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจถึงการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคอย่างแท้จริง แต่สิ่งเหล่านี้ก็ฮือฮาเป็นพักๆแล้วเงียบหายไป  กลับกลายเป็นว่าความสำคัญของครม.สัญจร พุ่งเป้าไปที่ภาพกิจกรรมแปลกแหวกแนวฮือฮา  

"ดูเหมือนว่าเป็นงานถนัดของนักการเมืองระดับชาติอยู่แล้ว กล่าวคือ ไม่ต้องเสียเวลาคิดมาก แต่ปฏิบัติฉายภาพผ่านสื่อ ก็กลบสาระรายเอียดของการพัฒนาเรียบร้อย"

ย้อนกลับไปสมัยรัฐบาลทักษิณ ผ่านมาถึงวันนี้ บรรดาคอการเมืองยังจดจำได้ดี กับลีลาประชุมครม.ในโบกี้รถไฟ ด้วยการจัดวาระ จะพัฒนารถไฟไม่ให้ขาดทุน  มีวาระส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชาวไทยและต่างชาติใช้บริการโบกี้รถไฟเป็นห้องประชุมทางธุรกิจ  แต่ผ่านมาวันนี้สภาพการรถไฟก็ยังเหมือนเดิม มิติของการพัฒนายังคงเป็นไปอย่างช้าๆ หรือกรณีจะเนรมิตตู้รถไฟเป็นห้องประชุมเหมือนอย่างที่อดีตนายกฯ ทักษิณฟุ้งไว้ ตอนนี้แค่หาโบกี้รถไฟเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ยังมีน้อยเต็มทน และขาดการใส่ใจดูแล

หรือจะเป็นครม.นั่งเรือหลวง ไปสัญจรเกาะช้าง ด้วยเป้าหมายมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าจังหวัด แต่ทำไปทำมามีการตรวจสอบภายหลังกลับพบว่า เหตุที่ต้องลงมาประชุมเกาะช้าง เพื่อโปรโมทรีสอร์ตใหม่ของคนคุ้นเคยในพรรค ตามด้วยเสียงซุบซิบรุกป่าล้ำชายทะเลหรือไม่อีกต่างหาก   หรือจะเป็นครม.บนเครื่องบินพลิกผันจัดประชุมครม.สัญจรต่างประเทศ กวาดต้อนระดับรัฐมนตรีต่างประเทศในอาเซียนร่วมประชุมเพื่อแสดงให้เห็นถึงบารมีความสามารถของอดีตผู้นำประเทศ

แต่ที่ฮือฮาเห็นจะเป็นครั้งเกิดรายการบ้านเอเอฟซึ่งลอกแบบต่อกันมาจากต่างประเทศ ซ่อนกล้องถ่ายทำชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่ตื่นจนหลับนอน  จึงเข้าตาตึกไทยคู่ฟ้าขอลอกเลียนแบบบ้าง จัดเต็ม ครม.สัญจร เรียลริตี้โชว์ "อาจสามารถโมเดล"  จ. ร้อยเอ็ด  เป็นการโชว์ลีลาอดีตนายกฯแก้ปัญหาความยากจน  แต่ผ่านมาวันนี้ คนอาจสามารถยังคิดถึงอดีตนายกฯ ช่วยกลับบ้านแก้จนอีกครั้งเถอะ   หรือประชุมครม.สถานที่สำคัญ สนามบินสุวรรณภูมิ  โชว์ลีลาทอดไข่เจียวแจกจ่าย  นุ่งผ้าขาวม้านอนค้างแรม เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจลงทุนปักหลักติดตามการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

นี่คือวีรกรรมความสามารถนักการเมืองทำได้ทุกอย่าง เป็นความถนัดทางสีสันที่สามารถดึงดูดมวลชนได้อยู่หมัดนัก  ส่วนสาระรายละเอียดค่อยมาอธิบายกันภายหลัง หรือ แม้แต่เบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งภาพสวย ที่เต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรค ทั้งการจัดผักชีโรยหน้าศาลากลาง กวาดต้อนเด็กประถม คนแก่ชราเฒ่ามายืนแถวตากแดดถือป้าย "นายกฯสู้ๆ" "รักนายกฯที่สุด" แต่นายกฯยังไม่มาต้องเป็นลมล้มฟุบเสียก่อน ก็ไม่ได้ถูกถ่ายทอดให้เห็นความจริงในส่วนนี้  กลับกลายเป็นขับเน้นช็อตเด็ดๆ นายกฯยิ้มสู้ท่ามกลางผู้คนเรือนหมื่น

นี่จึงไม่แปลก เหตุใด รัฐบาลยิ่งลักษณ์จึงทุ่มทุนให้ความสำคัญครม.สัญจรเป็นยิ่งนัก ลงทุนน้อยแต่หวังผลสูง ได้ภาพชุดโชว์หน้าสื่อ ติดตราตรึงใจ

ยิ่งในสถานการณ์ความวุ่นวายจากปัญหาสารพัดม็อบ หลายประเด็นเริ่มก่อชนวนความขัดแย้ง ทั้งปูนบำเหน็จค่าความตายให้คนเสื้อแดงที่มากกว่าเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ อื้ออึงถึงความเป็นสองมาตรฐาน รวมไปถึงการออกพรก.กู้เงิน สะเทือนไปถึงสถาบันการเงินส่งเสียงไม่พอใจที่ต้องเตรียมควักเงินช่วยจ่ายหนี้  หรือแม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญหวังปูทางให้ผู้ต้องหาหนีคดี ได้กลับคืนสู่อำนาจ  สารพัดปัญหาที่ส่อจะบานปลายเป็นประเด็นการเมืองเสื่อมความศรัทธา จึงต้องเล่นเกมสร้างเรื่องใหม่กลบปัญหาที่กำลังจะลุกลาม

ในเมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เจอสารพัดปัญหารุมกระหน่ำ แต่เมื่อมีวาระ 4 ปี บริหารประเทศ  การใช้ลีลาความถนัดสร้างภาพชุดสวยงามไปเรื่อยๆโดยที่สื่อในสังกัดเร่งปั๊มผลงานมากกว่าตรวจสอบ  ก็อาจไปได้ในลักษณะกระท่อนกระแท่น

จากที่วางไว้ 4 เดือนประชุมครม.สัญจรจังหวัดนั้นจังหวัดนี้   ต่อไปก็คงได้ยกระดับเหมือนพี่ชายฝังภาพไว้ในหัวใจพี่น้อง ด้วยการจัดประชุมครม.ปู๊น ปู๊น  ล่องเรือ เหินฟ้า  บก น้ำ อากาศ ครบครัน และอาจต้องไปรื้อฟื้น โมเดลอาจสามารถภาค 2  

รื่นเริงบันเทิงใจบริหารภาพกันต่อไป

**************************

พลิกแฟ้มครม.เชียงใหม่

การประชุมครม.สัญจรเชียงใหม่  ในส่วนของจังหวัดเสนอวาระเบื้องต้นผ่านสภาพัฒน์ให้บรรจุเข้าระเบียบวาระพิจารณา ดังนี้    โดยจังหวัดได้สรุปแผนงานโครงการเพื่อช่วยแก้ปัญหาสำคัญของพื้นที่และประชาชนในจังหวัด โดยมีความจำเป็นเร่งด่วนเห็นควรของบการสนับสนุนการดำเนินการจากงบกลางประจำ ปี 2555 รวม 4 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ โครงการจัดระบบสาธารณูปโภคลงใต้ดินเพื่อพัฒนานครเชียงใหม่ โครงการพัฒนาโครงการเครือข่ายในเขตผังเมืองรวมเชียงใหม่ และโครงการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังมีแผนงาน โครงการที่ไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณและไม่อยู่ระหว่างการขอรับการ สนับสนุนงบประมาณในขณะนี้ คือ โครงการจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข โครงการอุทยานเทคโนโลยีและความสร้างสรรค์ภาคเหนือ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่เสนอโดยส่วนราชการเพื่อพิจารณา จำนวน 37 โครงการ

จ.ลำพูน เสนอ 4 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการขยายผิวจราจรทางหลวงหมายเลข 11 เชียงใหม่-ลำพูน จาก 4 ช่องจราจร เป็น 6-8 ช่องจราจร 2.โครงการสร้างทางยกระดับข้ามทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 และทางหลวงหมายเลข 114 ดอยติ -ลำเสนพูน 1 แห่ง

3.โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 106 จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เชื่อมต่อถนนสายเอเชียจากอำเภอเถิน จ.ลำปาง-อำเภอลี้ จ.ลำพูน 4.โครงการก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ เชียงใหม่-ลำพูน ด้านตะวันตก

ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้จัดส่งโครงการพร้อมรายละเอียดและข้อเสนอโครงการให้สำนักงานคณะ กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณากลั่นกรองและนำเสนอ ครม. ให้ทันซึ่งเมื่อพิจารณาโครงการทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงและได้ประโยชน์ทั้ง จ.ลำพูน และเชียงใหม่ โดยเฉพาะโครงการขยายถนน ซึ่งเดิมกรมทางหลวงเคยมีแนวคิดจะสร้างถนนมอเตอร์เวย์จากลำปาง-เชียงใหม่อีก สายหนึ่ง แต่ได้ล้มเลิกไป

สำหรับการเตรียมศึกษาดูงานนั้น คณะรัฐมนตรีได้ประสานขอจังหวัดจัดเตรียมโครงการเพื่อการศึกษาดูงานในพื้นที่ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่และพัฒนาเส้นทางโครงการเครือ ข่ายคมนาคม จัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพและบริการสาธารณสุข โครงการท่องเที่ยวชุมชนวัวลาย โครงการปรับปรุงซ่อมแซมตลิ่งลำน้ำแม่งัดพื้นที่แม่แตง และโครงการการก่อสร้างแก้มลิง เหนือฝายแม่แตง

ส่วนกำหนดการเดินทางในวันที่ 14 มกราคม 2555 คณะรัฐมนตรีจะศึกษาดูงานนอกสถานที่ ก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะพบภาคเอกชน และวันที่ 15 มกราคม 2555 ช่วงเช้า ถึงจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่หอประชุมธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะศึกษาดูงาน ณ โครงการพระราชดำริห้วยฮ่องไคร้ จากนั้นในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรี เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์