คำต่อคำกี้ร์เปิดใจหลังกลับไทย

วันที่ 07 ธ.ค. 2554 เวลา 10:17 น.
คำต่อคำกี้ร์เปิดใจหลังกลับไทย
กี้ร์เปิดใจ ย้ำตัวตนเเท้จริงเป็นคนนุ่มนวล ระบุอาจไม่อยู่ในเมืองไทยถาวรเพราะมีคนจ้องอุ้มฆ่า บี้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของนปช.

เมื่อเวลา09.00น.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เเกนนำคนเสื้อเเดงที่หลบหนีห้าคดีไปต่างประเทศ กล่าวในรายการคืบหน้าข่าว เอฟเอ็ม100.5เมกะเฮริทซ์ว่า  เพิ่งกลับประเทศไทยเมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเเละกำลังไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เมื่อถามว่าที่ผ่านมาหลบหนีไปอยู่ไหน นายอริสมันต์กล่าวว่า  ตนไปอยู่ไหนก็เป็นไปตามรายงานข่าวของสื่อมวลชนเเละนสพ.เช่นกัมพูชา โดยตนไปทำพืชไร่ คือ อ้อย  ตอนนี้ตนผิวดำขึ้นนิดหน่อย ส่วนน้ำหนักตัวลดลงนั้น เป็นเพราะตนไปฟิตร่างกายเพื่อให้เป็นอริสมันต์คนก่อน

ส่วนเหตุผลในการหลบหนีคดีเเละไม่มามอบตัวนั้น  นายอริสมันต์กล่าวว่า ในช่วงที่ไม่ได้มอบตัวเพราะการจับกุมทำให้ตนไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมเเละใช้วิธีที่รุนเเรงเกินไป เช่น การไล่ล่าจับตน การซุ่มทำร้าย ความพยายามอุ้มตนในสถานที่ต่างๆ  ตนจึงคิดว่าควรหลบออกนอกประเทศไปก่อน เเละยังมีการตามไล่ล่าจับตนเเบบฉิวเฉียดหลายครั้ง เมื่อถามว่าการไล่ล่านั้นจะเอาชีวิตหรือไม่ นายอริสมันต์กล่าวว่า  น่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญของคนที่รับภารกิจที่จะดำเนินการกับตนคือจับตาย  เเละตอนนี้เมื่อตนคิดว่ากระบวนการยุติธรรมเปิดเเละให้ความปลอดภัยกับตน เวลานี้จึงเหมาะสมที่จะกลับเข้ามา

เมื่อถามว่าเเสดงว่าตอนนี้เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมเเล้ว เเละคงไม่โดนสั่งเก็บ  นายอริสมันต์กล่าวว่า ตนต้องดูเเลตัวเองให้มากขึ้น ส่วนความยุติธรรมนั้น ตนมั่นใจมากในตอนนี้เพราะบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติเเล้ว สิ่งที่ผ่านมาในการที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร  ก็ขออธิบายกับสังคมเเละบางส่วนให้รับรู้พอควร เเละได้เคลียร์กับบางส่วนไปเเล้ว

เมื่อถามว่าได้เคลียร์กับกองทัพด้วยหรือไม่ นายอริสมันต์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกับกองทัพด้วย เมื่อถามว่ามีคนช่วยเคลียร์กับกองทัพด้วยหรือไม่  นายอริสมันต์กล่าวว่า ส่วนหนึ่ง เเละตนก็คุยเองส่วนหนึ่ง เเละขอให้ผู้ใหญ่สองฝ่ายในบ้านเมืองเข้าใจอุดมการณ์ของตนว่าสิ่งที่ทำไปนั้นไม่ได้หวังในประโยชน์ส่วนตัว เเต่ตนใช้สิทธิต่อสู้ตามรัฐธรรมนูญในการเรียกร้องประชาธิปไตย

เมื่อถามว่าการมอบตัวกับดีเอสไอในวันนี้ มั่นใจว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่  นายอริสมันต์กล่าวว่า ต้องมั่นใจว่าจะได้รับการประกันไปต่อสู่คดี   เเต่ทั้งหมดนี้อยู่ที่ดุลยพินิจในข้อมูลของอัยการ ดีเอสไอน่าจะส่งข้อมูลไปพอควร ส่วนข้อกล่าวหาก่อการร้ายนั้น  ดีเอสไอมีการทบทวนเเละลดข้อกล่าวหา รวมทั้งตั้งข้อกล่าวหาใหม่ หมายความว่า ข้อกล่าวหาขบวนการคนเสื้อเเดงว่าก่อการร้ายไม่น่าจะเป็นความจริง หากเป็นจริงข้อกล่าวหานี้ต้องเเข็งเเรง  มีการดำเนินการต่อเเละไม่น่าจะมีการทบทวนข้อกล่าวหากันใหม่

"ข้อมูลที่ดีเอสไอได้รับในอดีตจึงไม่เป็นจริง หวังว่าวันนี้น่าจะได้รับความปราณีจากอัยการเเละความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมที่ตนหวังไว้"นายอริสมันต์กล่าว

ส่วนชีวิตหลังมอบตัวนั้น ตนจะใช้ชีวิตเเบบระวัง  การต่อสู้ทางประชาธิปไตยจากนี้ต้องรัดกุม มีการวางเเผนเป็นระบบกว่าในอดีต อยากบอกกับคนเสื้อเเดงว่า ไม่ต้องไปให้กำลังใจตนมากเพราะไม่อยากให้กระบวนการยุติธรรมรู้สึกว่าตนนำมวลชนไปกดดัน ตนประสานเเกนนำคนเสิ้อเเดงว่าไม่จำเป็นไม่ต้องไป  เดี๋ยวจะหาสถานที่เหมาะสมเปิดใจกัน  ตนพยายามกลับมาอย่างไม่เป็นข่าวเเละปกติสุด

เมื่อถามว่าการต่อสู้ทางการเมืองจากนี้ไปจะเปลี่ยนบทบาทหรืออยู่ในจุดยืนเดิม  นายอริสมันต์กล่าวว่าสิ่งที่สุ่มเสี่ยงต้องเลี่ยงให้หมด ตนคิดว่าตอนนี้หน้าที่ของคนเสื้อเเดงที่ทำมาตลอดนั้นได้ชัยชนะมาครึ่งหนึ่ง สิ่งทีเหลือเป็นหน้าที่รัฐบาลนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่าเจตนารมณ์ของคนเสื้อเเดงคือสิ่งใด เช่นเเก้รัฐธรรมนูญ เเก้กฎหมายที่มาจากรัฐประหาร มันถึงเวลาที่รัฐบาลนี้ต้องใช้ความกล้าหาญเเละใช้มติของประชาชนส่วนใหญ่ไปดำเนินการ  หากทำได้คนเสื้อเเดงชนะร้อยเปอร์เช็นต์

เมื่อถามว่าเป้าหมายที่รัฐบาลนี้ควรทำคือสิ่งใด นายอริสมันต์กล่าวว่า นำประเทศเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมระดับโลก เช่น การลงสัตยาบันกรุงโรมเพื่อให้ศาลโลกเเละศาลอาญาระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการการสังหารประชาชนในอดีต เเละป้องกัยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากทำได้จะเป็นสิ่งที่ดี มันจะสิ้นสุดการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิต  

"รัฐบาลต้องนำรัฐธรรมนูญ2540กลับมาใช้  เเละนำไปให้รัฐสภาเเก้ไข ส่วนกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นเป็นเรื่องความปรองดอง  การปล่อยตัวนปช.ที่เป็นผู้ต้องหาในตอนนี้  เเละมีการตรวจสอบในสิ่งที่ผ่านมา"นายอริสมันต์กล่าว

เมื่อถามว่า ข้อเรียกร้องดังกล่วจะมีเเรงต้านหรือไม่ นายอริสมันต์กล่าวว่าในสี่เรื่องนี้ต้องให้มีกรรมการขึ้นมาดูว่าประชาชนเรียกร้องในเรื่องใด  ตนคิดว่าว่าหากจะรู้ความต้องการของประชาชนว่าต้องการให้รัฐบาลทำในสิ่งใด ก็ให้มีการเเสดงความเห็นทางจดหมายเเละไปรษณียบัตร โดยไม่ต้องขนประชาชนไปเรียกร้องกับส่วนราชการเลย หากประชาชนต้องการในสี่ข้อนี้จริงก็ต้องดำเนินการในเสียงส่วนใหญ่

เมื่อถามว่า ส่วนเเรงต้านจะถึงขั้นล้มรัฐบาลได้หรือไม่  นายอริสมันต์กล่าวว่า หากเกิดขึ้น มันต้องมีการเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยกระดับขึ้นมาอีกเเละมีนัยยะสำคัญขึ้น เข้มข้นเเละเเรงขึ้น  สิ่งที่ตนบอกไปนั้นใช้เงินน้อยสุดเเละมีหลักฐาน หากรัฐบาลทำได้ก็ไม่ต้องนำคนเสื้อเเดงออกมามาก หากรัฐบาลไม่เชื่อคนเสื้อเเดง  นปช.ก็จำเป็นต้องออกมาเเสดงตนให้สังคมเห็นว่ามีตัวตนจริง  

เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวจะหลบออกประเทศอีกหรือไม่ นายอริสมันต์กล่าวว่า ตนอยู่ในในประเทศไทยไม่ได้เหมือนก่อนเพราะวิธีคิดของตนทำให้หลายคนรู้สึกว่าเป็นอันตราย    ตนต้องทบทวนบทบาทว่าที่ผ่านมาเป็นเช่นใด ผู้จัดการส่วนตัวของตนบอกว่าที่ผ่านมาตนเป็นพระเอก วันนี้โดนป้ายสี  ไม่กลับประเทศ ยอมรับข้อกล่าวหาเเละจะใช้ชีวิตในต่างประเทศเเเบบนี้หรือ ตนก็กลับไปนั่งคิดช่วงเป็นนักร้อง  มันเเตกต่างกับบทบาทในวันนี้มาก ฉะนั้นต้องกลับไปเป็นอริสมันต์คนเดิมให้ได้  โดยเป็นตัวตนที่เเท้จริง ใช้ความนุ่มนวล อย่าให้คนอื่นเข้ใจทิศทางที่ผิดเหมือนสามปีที่ผ่านมา เช่นเข้าใจว่าตนมีกองกำลัง มีท่อน้ำเลี้ยง ใช้ความรุนเเรง

"มันอาจเป็นเพราะตนมีคนรักเเละมีลูกน้องเยอะ  เพราะตนเป็นกันเองกับคนที่ร่วมอุดมการณ์  คนที่ตามตนไปนั้นไม่หวังจะใช้กำลังเเต่มันเป็นความสนุกสนานที่รักประชาธิปไตย  ตนชี้เเจงเสมอว่าเรายังไม่มีอำนาจประชาชนในสามอำนาจที่เเท้จริงคือนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เพราะโดนบางกลุ่มควบคุมไว้อย่างเเข็งเเรง ประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมากเพียงเเค่ไปลงคะเเนนเลือกส.ส.เท่านั้น ส่วนอำนาจอื่นๆประชาชนไม่ส่วนส่วนร่วมเเม้เเต่อำนาจในกองทัพก็ตาม อำนาจเหล่านี้ประชาชนควรมีส่วนร่วมอย่างเเท้จริง   เเต่วันนี้การมีส่วนร่วมของประชาชนในอำนาจเหล่านี้ริบหรี่ ตนหวังว่าในการกลับมาวันนี้อำนาจเหล่านี้ควรเป็นของประชาชนอย่างเเท้จริง"นายอริสมันต์กล่าว

เมื่อถามว่า วันนี้จะส่งสารไปถึงคนที่รักเเละคนที่ชังอย่างไร นายอริสมันต์กล่าวว่า ขอส่งสารไปว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยนั้น  ตนยังยืนหยัดในสิทธิเเละอำนาจเเท้จริงเพราะต้องการให้ประเทศมีประชาธิปไตยที่สัมผัสได้ ประชาชนมีอำนาจเเท้จริง ตรงนี้คือเจตนารมณ์ของตน ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยกับตนนั้น ขอย้ำว่า ตนไม่เคยคิดล้มเเละใช้ความรุนเเรงในการเรียกร้อง ขอให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ตนกระทำด้วย