ขอตรวจสอบรมต.

  • วันที่ 27 ส.ค. 2554 เวลา 09:01 น.

ขอตรวจสอบรมต.

การมีตำแหน่งเพื่อสลับกันเป็น3เดือน6เดือน ทุกคนได้เป็นหมด คุณเป็นอะไร และคุณทำได้หมดทุกคนหรือเปล่า

โดย.....ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

หลายคนแปลกใจที่จู่ๆ "สุชาติ ธาดาธำรงเวช"พลิกบทเดินทางไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง ที่อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี ทั้งที่ภารกิจนี้น่าเป็นซีนของแกนนำเสื้อแดง

สุชาติ ธาดาธำรงเวช

ก่อนหน้านี้ สุชาติเป็นข่าวกับเสื้อแดงโดยร่วมกับสส.เพื่อไทย ขอใช้ตำแหน่ง สส.ประกันตัวเสื้อแดงที่ติดคุกทั่วประเทศ

ดูช่างขัดแย้งกับบทบาทของ สุชาติ อดีตรมว.คลัง ขุนพลเศรษฐกิจที่ร่วมร่างนโยบายให้พรรคเพื่อไทยในช่วงเลือกตั้ง จนคาดว่าจะมานั่งเป็นรมว.คลังอีกครั้ง หรือไม่ก็ต้องติดหนึ่งใน "ครม.ปูจ๋า"แบบแบเบอร์

ทว่า รายชื่อ ครม.ยิ่งลักษณ์ ที่ประทับตราจากดูไบต้องเซอร์ไพรส์ เมื่อไม่มีชื่อสุชาติและทีมร่างนโยบายเพื่อไทยอีกหลายคน รวมถึง โอฬารไชยประวัติ เต็งหนึ่งที่หลุดโผกระจุย

กลายเป็น"ชมรมคนอกหัก"หรือนี่ทำให้ สุชาติต้องเปลี่ยนฟิวส์มาดูแลพี่น้องคนเสื้อแดง

นัดสนทนากันที่พรรคเพื่อไทย หลังเจ้าตัวแถลงข่าวชี้แจงเรื่องร้อนๆ ถึงการเดินทางไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงพอดี

ถามไปตรงๆ มีส่วนเขียนนโยบาย แล้วมีชื่อเป็นรมว.คลัง สุดท้ายทำไมชื่อหาย สุชาติ ตอบห้วน"ผมไม่ทราบ ก็แปลกใจเหมือนกันและผมก็ไม่ถามใครทั้งสิ้น"

แปลกใจอะไร? "แปลกใจว่าทำไมไม่ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลบางส่วนของการบริหารงานเศรษฐกิจในรัฐบาล"

"การตั้ง ครม. ผมไม่ได้รับการบอกกล่าว และก็ไม่วิเคราะห์เพราะไม่มีความจำเป็น"

แต่มีชื่ออาจารย์มาตลอด? "ความจริงเราตั้งใจมาเป็นตัวแทนของประชาชน การจะมีตำแหน่งในรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่ใช่เป้าหมาย ทุกวันนี้ผมภาวนาให้แม่ผมอายุยืน สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยความจำดี จบ ไม่เคยภาวนาเรื่องส่วนตัว เพราะว่าการเป็นรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายของชีวิต แต่ผมต้องการมีความสุขในแต่ละวัน"

ยิงคำถามต่อ หรือเพราะพรรคต้องการ"คนนอก" จะได้มีความเชื่อมั่นมากกว่า สุชาติ แย้ง"อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ผม แต่ผมไม่เห็นว่าการมีคนนอกจะสร้างความเชื่อมั่นมากกว่า ผมกลับเห็นว่ามันน่าจะทำให้คนงง คือ คนเขาไม่แน่ใจว่าการบริหารเศรษฐกิจจะทำอย่างที่ผมและโอฬารทำ ซึ่งเรื่องนี้คนก็ถามมาเป็นพันๆ คน ไปที่วงการไหนก็ถามประโยคนี้ ว่าทำไมผมไม่ได้เป็น รมว.คลัง ผมก็ตอบว่าไม่ทราบ และผมก็จะไม่ถามหาสาเหตุ"

กระนั้นสุชาติ ระบุว่า แม้ไม่มีตำแหน่งใน ครม.ก็ไม่เป็นปัญหา ต้องยอมรับว่า มันเป็นแนวคิดในการบริหารประเทศอีกแบบหนึ่งของพรรค คือนายกฯ รับผิดชอบต่อประชาชน รัฐมนตรีทั้งหลายรับผิดชอบต่อนายกฯ ซึ่งนายกฯ ก็สามารถที่จะเลือกคนที่ไปช่วยท่านได้

"ตอนที่นายกฯ (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ตั้ง ครม.และประชุม ครม.กันที่พรรค ผมไม่ได้เข้าไปเลย เหตุผลเพราะไม่อยากเข้าไป มันคนละหน้าที่ ให้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเขาได้ทำงานเต็มที่ ถ้าเราเข้าไปมันก็อาจเยอะเกินไปและจะเป็นปัญหา"

แต่บางคนบอกว่า อาจารย์เป็นมาแล้ว ก็ควรเปลี่ยนให้คนอื่นบ้าง สุชาติ บอก "ผมไม่รับประโยคนี้"

"การมีตำแหน่งเพื่อสลับกันเป็น 3 เดือน 6 เดือน ทุกคนได้เป็นหมด คุณเป็นอะไร และคุณทำได้หมดทุกคนหรือเปล่า ถ้ามาสลับกันไปเรื่อยๆ แบบนั้นเป็นเรื่องเพื่อเป็นเกียรติให้ตัวเอง"

"ถ้าคิดในแบบทีมฟุตบอลก็เป็นอีกแบบหนึ่งมันก็กระตุ้นได้ เพราะต้องสลับกันเล่นไปมาและประชาชนมาดูทีมฟุตบอล คนเล่นศูนย์หน้าก็มีหลายคน จะเล่นหลายคนก็ไม่ได้ แต่ผมไม่ได้คิดกรอบเรื่องทีมฟุตบอล ผมคิดเรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนมากกว่า"

อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในช่วงก่อตั้งบอกว่า หากวันหนึ่งเขาได้บริหารประเทศ ก็จะบอกประชาชนล่วงหน้าในช่วงหาเสียงว่า แต่ละคนในทีมจะให้รับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง เพราะหลักของการบริหารประเทศที่ดี ผู้นำต้องบอกความจริงกับประชาชนล่วงหน้าเสมอ แล้วทำตามที่พูดไว้

"ถ้าเป็นผม ผมจะทำอย่างนั้น อย่างประเทศตะวันตกเขาจะบอกเสมอว่าคนนี้จะไปทำหน้าที่อะไร ในอังกฤษเขาจะบอกไว้ตั้งแต่หาเสียงเลย คนเขาจะได้คาดหวัง ประเทศนี้ใช้แบบนี้มา 80 ปี ซึ่งมันไม่ถูกเลย พอมีนายกฯแล้ว ก็ไม่รู้ว่าใครจะทำหน้าที่อะไร"

สุชาติ ย้ำว่า การสร้างความกระจ่างกับประชาชนว่าใครจะทำงานอะไร ด้านไหนตั้งแต่วันต้นๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำ อย่างประธานาธิบดีโอบามาของสหรัฐ ก็บอกล่วงหน้าว่า จะมีทีมแต่ละด้านอย่างไร

"ไม่ใช่ว่าขอให้เชื่อใจผมเถอะ...อยู่คนเดียวเดี๋ยวผมจะไปทำมา ถ้าเป็นผม ผมจะไม่ทำแบบนั้น ผมจะพูดความจริงกับประชาชน"

ถามตรงๆ ผิดหวังหรือไม่ เพราะทำงานให้พรรคมา? สุชาติ ตอบทันทีว่า ไม่ผิดหวัง เพียงแต่เสียดายโอกาส เพราะเป้าหมายของการลงเลือกตั้งก็เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ประเทศพัฒนาขึ้น

เมื่อไม่ได้ทำงานในฝ่ายบริหาร บทบาทของสุชาติจากนี้นอกจากเยียวยาพี่น้องเสื้อแดงแล้วยังประกาศจะตรวจสอบรัฐมนตรีไม่ให้ทุจริตทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน โดยจะทักท้วงในพรรคก่อน แต่ถ้าแสดงความเห็นผ่านสื่อได้ก็จะทำ

"คนเป็นรัฐมนตรีต้องทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง ผู้นำที่ดีต้องไม่โกงประชาชนและผมจะคอยดูไม่ว่ารัฐบาลพรรคไหน รวมถึงพรรคเพื่อไทย ต้องไม่โกหกและไม่ทำร้ายประชาชน ผมคิดว่ามีเครือข่ายมากพอกับคนในสภาเกือบ 20 คน ที่ต่อสู้เพื่อประชาชน เช่นนพ.เหวง โตจิราการ ที่คอยจับตาดูว่าใครที่มีลักษณะที่ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน และถ้าคอร์รัปชันก็จะหาทางจัดการ"

"เรื่องโกงมันดูไม่ยากเลยนะ ใครๆ ก็ชี้ให้เห็นเบาะแสได้ และก็ไม่ต้องลงลึกถึงใบเสร็จ ถ้าประชาชนไม่พอใจ ก็เริ่มแล้ว"

ฝันที่สุชาติอยากเห็นคือ ประเทศไทยควรเป็นเหมือนรัฐบาลในตะวันตก ใครซื้อเสียง คนนั้นจะไม่ได้เป็นผู้แทน สส.ต้องปลดแอก เป็นไทไม่เป็นลูกจ้างนายทุนในพรรค

แซวว่า แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายทุนพรรคไหม"ท่านคงบริจาคเงินเข้ามา แต่ผมไม่เคยทราบ เพราะผมไม่มีสตางค์บริจาคให้พรรคแต่อนาคตคนที่เป็น สส.ต้องมาจากที่ประชาชนเลือกนะ ไม่ใช่ทางผู้ใหญ่เลือก"

ยิงคำถามทิ้งท้ายว่า ถ้าวันข้างหน้าพรรคให้เป็นรัฐมนตรีจะรับไหมเจ้าตัวว่า ถ้าในตำแหน่งที่เหมาะสมรับ แต่ถ้าไม่เหมาะสมไม่รับ ก่อนเท้าความตอนเป็น รมช.คลัง เคยมีผู้ใหญ่เสนอให้เป็น รมว.คลัง มาแล้ว แต่เห็นว่าไม่เหมาะเลยปฏิเสธ จึงพิสูจน์ว่าเราไม่ได้ยึดมั่นในเก้าอี้

"ช่วงนี้ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร ก็จะใช้เวลาศึกษาเรื่องนิติบัญญัติ เพราะการเป็น สส.ครั้งนี้คงต้องเรียนรู้อีกมาก และผมถือว่าผมเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ได้รับเลือกโดยประชาชน 15.7 ล้านคน ฉะนั้นผมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นระหว่างเป็น สส.กับเป็นตำแหน่งอื่นๆ ผมเลือกเป็น สส.มากกว่า"

สรุป คนเขียนนโยบายไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้เขียนเป็นอย่างนั้น? "สื่อพูดกันโดยทั่วไป ผมก็รับทราบ ไม่อยากวิจารณ์ไง"สุชาติ หัวเราะ

"ผมไม่เห็นว่าการมีคนนอกจะสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าผมกลับเห็นว่ามันน่าจะทำให้คนงงคือ คนเขาไม่แน่ใจว่าการบริหารเศรษฐกิจจะทำอย่างที่ผมและโอฬารทำ ซึ่งเรื่องนี้คนก็ถามมาเป็นพันๆ คน ไปที่วงการไหนก็ถามประโยคนี้ ว่าทำไมผมไม่ได้เป็นรมว.คลัง ผมก็ตอบว่าไม่ทราบและผมก็จะไม่ถามหาสาเหตุ"

อย่าใช้โอกาสเปลือง

"จริงๆ แล้ว ผมอยู่กับมวลชนนานแล้วถ้าสังเกตดูจากที่ออกทีวีเอเชียอัพเดต ก็อยู่กับมวลชนมาโดยตลอด เคยขึ้นเวทีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่เราไม่ได้นำแบบแรงขนาดนั้นไง"

ไม่มีเหตุผลอื่นใด นอกจากมีเวลามากขึ้นสุชาติจึงเล่นบทช่วยเหลือเสื้อแดงได้เต็มที่ส่วนการใช้ตำแหน่ง สส.ประกันตัวแนวร่วมเสื้อแดงในเรือนจำที่ผ่านมา เพราะวันนี้ได้เป็น สส. และสถานการณ์เหมือน "ฟ้าเปิด"จึงไปกับ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เพื่อไปประกันตัวเสื้อแดงที่ศาลอาญา เพราะการเป็นผู้ที่นำที่ดีต้องมีความเอื้ออาทรต่อประชาชน

สุชาติ เล่าว่า ก่อนการเลือกตั้งเคยเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงกว่า 10 แห่ง เช่น จ.อุดรธานีมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ได้เห็นความคาดหวังของประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงอำนาจเงินผู้แทนจึงต้องพูดความจริงต่อประชาชนรักษาคำมั่น ต้องไม่โกหกหลอกลวงประชาชนไม่ว่าเรื่องใดๆ

"หมู่บ้านเสื้อแดง เท่าที่ผมสัมผัสไม่เป็นจริงตามนั้น ผมไม่อยากให้ใครไปพูดให้ร้ายประชาชนว่า หมู่บ้านนี่ซ่องสุมอาวุธ มียาเสพติด เขาเป็นคนยากคนจนที่รอความหวัง"

ใครที่ติดตามพรรคเพื่อไทยจะรู้ว่า การปราศรัยของสุชาติ แทบทุกครั้งมีเนื้อหาเผ็ดร้อน โดยเฉพาะการเปรียบเทียบเรื่องความเหลื่อมล้ำ โดยยกคำพูด "รัฐบาลขุนนางกับคนยากคนจน" มาให้เห็นตลอด เขาให้ความหวังกับพลังเสื้อแดงว่า จะช่วยสนับสนุนให้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในประเทศดีขึ้นและมีความยุติธรรมเกิดขึ้น ไม่เฉพาะคนใส่เสื้อแดงเท่านั้น แต่รวมถึงคนกลุ่มอื่นอีก

แต่คนเสื้อแดงบางส่วนมองว่า พรรคเพื่อไทยกำลังเกี้ยเซี้ยกับฝ่ายตรงข้าม?สุชาตินิ่งคิด ก่อนบอก "ผมไม่อยากวิจารณ์แต่ถ้าผมทำก็จะทำตรงๆ ตามที่ผมบอกกับประชาชนไว้"

ก่อนขยายความ "ผมจะทำตามที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่ผมต้องการเองก็ทำแบบซุนยัตเซ็นทำ หรือทำแบบทุกคนที่เป็นผู้นำโลก หรือทำแบบโฮจิมินห์ เวลาเขานำประเทศ ก็ต้องบอกความจริงกับประชาชนล่วงหน้าเสมอแล้วทำตามที่พูด"

ประชาชนมอบให้ 4 ปีจะอยู่ครบไหม?"อันนี้ไม่พยากรณ์ แต่เห็นอยู่ปัจจัยรอบข้างมากมาย บางคนก็สร้างวิกฤตขึ้นมาเองคือ ถ้าเป็นผมทำเนี่ย ผมจะทำเรื่องใหญ่ๆไม่ทำเรื่องเล็กเรื่องน้อยเต็มไปหมด ที่มันเป็นประเด็น เป็นปัญหา เช่น ผมจะทำเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ให้ความยุติธรรมกับประชาชน ผู้นำที่ยิ่งใหญ่เขาทำอย่างนั้นนะ"

ศรัทธาอย่างมีปัญญา'กุญแจอยู่ยาว

"ในเฟซบุ๊กผมก็เขียนนะว่า ผมเสียดายโอกาสของผมที่ไม่ได้ทำงานในฝ่ายบริหารเพราะมันอาจแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ผมฝากไว้เลยอยากเห็นรัฐบาลตั้งงบกองทุนเต็มตามจำนวน จากรายได้ ภาษี หมื่นล้าน อย่าผัดผ่อนรัฐบาลต้องตั้งงบเอสเอ็มแอลเต็มจากภาษี 5 หมื่นล้านบาท กองทุนสตรี 7.7 หมื่นล้านบาทอย่าไปกู้เขามา"

อดีตขุนคลังบอกความในใจ ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาความยากจนสำเร็จ ประเทศไทยจะเติบโต มีชนชั้นกลางมากขึ้น และหากคนที่เราให้โอกาสไปทำงาน ไปทำลายโอกาสนั้น ก็ต้องรับผิดชอบ

"ผมจะบอกว่าพี่ผมได้ให้โอกาสพี่แล้ว พี่ไปใช้หมด พี่ต้องรับผิดชอบ... ทฤษฎีการดูแลครอบครัว เราต้องดูแลลูกๆ ให้เท่าเทียมกันหมด แบบเดียวกัน สำหรับผมตั้งเวลาไว้ วันนี้จนอีกหลายปีข้างหน้า ผมจะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ผมจะไม่โกหกประชาชน"

ให้วิจารณ์ รมว.คลัง แต่สุชาติปฏิเสธที่จะพูด โดยบอกว่าเดี๋ยวไปทะเลาะกันเองจะยุ่งเปล่าแต่ส่วนตัวให้โอกาส และเขาก็มีทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ เราก็ไม่ควรแทรกแซง

"ถ้าผมเสนอกับผู้บริหารด้านเศรษฐกิจได้ ก็จะบอกว่า ถ้าครอบครัวมีลูก 5 คน ไอ้คนมันอยู่ในตลาดทุนรวยแล้ว ไม่ต้องไปกังวล คนที่สองเป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม มีตังค์อยู่แล้วคนที่ 3 คือ กรรมกรในโรงงานคุณ คนที่ 4-5 เป็นน้องสาวคุณที่เป็นชาวไร่ชาวนาจบ ป.4 เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง เมื่อไรคุณเริ่มกระจายเงินจากคุณมาอยู่คนที่ 3-5 เขาจะได้มีสตางค์มีฐานะ ลูกหลานจะได้มีอนาคตแล้ว ซึ่งจะทำให้คนที่ 1-2 ก็รวยขึ้นนะ"

"ขงจื้อก่อนออกจากเมืองลู่ บอกว่า การทำให้ประชาชนร่ำรวยต้องให้ลูกหลานประชาชนเรียนหนังสือแล้วเมืองลู่จะพัฒนา แต่ขุนนางมันไม่เอา ให้เหตุผลว่า ถ้าประชาชนรวย ราชสำนักก็จะยากจน เพราะถ้าลูกหลานประชาชนเรียนหนังสือแล้วใครจะมาถือดาบป้องกันบ้านขุนนางขุนนางบอก ท่านอ๋อง มันเป็นไปไม่ได้หรอก เมื่อลูกๆ มีการศึกษา ร่ำรวยแล้วพ่อแม่จะยากจน"สุชาติ กล่าวเสียงสั่นเล็กน้อย

รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่? เจ้าตัวบอกไม่อยากพยากรณ์ แต่ให้ข้อคิดว่า เราต้องรักษาศรัทธาประชาชนให้มากที่สุดด้วยการพูดแล้วทำแต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องไปบอกประชาชนว่าจะขอเปลี่ยน แต่ไม่ใช่ศรัทธาอย่างเดียวรัฐบาล หรือผู้นำที่ดีจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเชื่อถือผู้นำโดยใช้ปัญญา

"แน่นอนในบางช่วงเวลาเราสามารถทำให้ประชาชนมีศรัทธา โดยไม่ต้องใช้ปัญญาได้ เช่น ผู้นำถูกทำร้ายถูกกลั่นแกล้ง ประชาชนก็จะให้ศรัทธา เห็นได้จากฮิตเลอร์ สามารถหลอกคนเยอรมันได้เพราะช่วงนั้นเยอรมนีอยู่ในสงคราม ถูกทำร้าย โจมตีตลอด ฮิตเลอร์ใช้ศรัทธาอย่างเดียวเลยนะ แต่ศรัทธาจะไประยะยาวไม่ได้ มันจะต้องมีเหตุผลและใช้ปัญญา อย่างที่เห็นกับประธานาธิบดีสหรัฐเยอะแยะ ลินคอล์น บอกความจริงประชาชนเสมอ ตายไปแล้วยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ในใจ เคนเนดี จอร์จ วอชิงตัน โทมัสเจฟเฟอร์สัน มากมาย"
 

ข่าวอื่นๆ