พี่จ๋า…ช่วยปูด้วย

วันที่ 25 ก.ค. 2554 เวลา 19:24 น.
พี่จ๋า…ช่วยปูด้วย
เหนื่อยครับ…น้องปูจ๋าของพี่ชายทักษิณ ยิ่งเขยิบใกล้เก้าอี้ไทยคู่ฟ้ามากเท่าไหร่  สายตรงถึงนครดูไบก็ถี่มากขึ้น 

โดย...อสนีบาต

ผ่านพ้นไปอีกด่าน สำหรับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  สาวใหญ่มหัศจรรย์จากพรรคเพื่อไทย เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อสมใจบ้านซอยโยธินพัฒนา  และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดไปกว่านี้ อย่างช้าน่าจะประมาณปลายเดือนสิงหาคม จะมีการเปิดประชุมรัฐสภา แต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร และเข้าสู่ขั้นตอนเสนอขื่อ ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย สร้างเกียรติประวัติประดับวงศ์ตระกูลชินวัตรให้โลกหล้าได้แซ่ซ้อง “ พี่จ๋า… เราทำได้แล้ว”

ระหว่างนี้ แม้จะยังไม่ได้เลือกนายกฯ ยังไม่ได้ตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ  แต่เมียงมองผู้นำโคลนนิ่ง  พยายามแสดงลีลาให้เห็นถึงความขมักเขม้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทีมงานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเพื่อยกร่างนโยบายรัฐบาล การแสดงถึงภาวะผู้นำสั่งแกนนำเผาเมืองให้หุบปากหยุดกดดันกกต.ได้แล้วเพราะตอนนี้เธอจะแก้ปัญหาปากท้องประชาชน เป็นการส่งเสียงไปถึงคุณป้าเข้าป่า คุณหมอพูดจาไม่รู้เรื่อง เข้าใจกันบ้างมั๊ย ช่วงกำลังสุขสมของเหล่าเสนาอำมาตย์ไม่ใช่เวลาที่ไพร่จะมาขัดจังหวะสร้างราคาจัดม็อบเติมเงินเหมือนแต่ก่อน 

ความขยันขันแข็งอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ ถูกส่งผ่านออกมาเป็นภาพทางหน้าสื่อ เป็นที่ชื่นสะดือต่อผู้พบเห็นบดบังการเคลื่อนไหวของพวกเกิดมาเพื่อชุมนุมให้เป็นข่าวระดับรอง  เวลานี้แกนนำบ้าดีเดือดคนไหนคิดจะโชว์พาวต้องถอยไปเพราะเจ๊(ปู) ไม่ชอบ  ประโยคสายฟ้าฟาดของเธอที่บอกให้เสือแดงหยุดกดดันกกต. ทำให้ใครพบใครเห็นก็พูดกันปากต่อปาก นี่แหละหญิงแกร่งของพวกเรา ท่าทางมุ่งมั่นเพื่อชาติเสียเหลือเกิน 

ส่วนแกนนำเผาเมืองและว่าที่ส.ส.ที่ยังโดนแขวนครั้นเมื่อได้ยินสำเนียงเสียงหัวหน้าสาวก็ได้แต่สะอึกไปตามกัน ต้องออกมากัดฟันประกาศ เออ… เจ๊พูดได้ยอดเยี่ยมที่หนึ่งเลย

ทว่าท่าทีที่โชว์ออกมาภายนอกช่างดูดีมั่กมั่ก แต่อย่างว่า มีขาวต้องมีดำ  มีความดีงามต้องมีความทราม

มีเบื้องหน้าต้องมีเบื้องหลังและเป็นเบื้องหลังที่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนซะด้วย

เพราะถึงแม้เธอจะออกอาการทุ่มเทในช่วงประชุมทีมงานด้วยการเรียกสื่อมวลชนเข้ามาบันทึกภาพช็อตสวยๆออกไปตีแผ่สาธารณะ  แต่ครั้นปิดประตูดังปั๊ง สภาพภายในห้องประชุมดูจะเป็นไปด้วยความดุเดือดกับการถกเถียงนโยบายนั้นนโยบายนี้ที่เคยประกาศหาเสียงกันไว้  ด้วยการกดไมค์สอบถาม

ถึงวันนี้มาไล่เรียงกันดูหน่อยนะคณะทีมงาน ทำได้หรือไม่ได้ ที่แน่ๆหนึ่งเสียงจากทีมงายยุทธศาสตร์ ปลอดประสพ สุรัสวดี สารภาพผ่านสื่อไปแล้วกับนโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วไทย อาจเป็นลักษณะทยอยขึ้น ขึ้นเฉพาะบางจังหวัดเท่านั้น หรือบอกกันตรงๆ นโยบายที่ประกาศไว้เป็นแค่กลยุทธ์หาเสียงนะพี่น้อง ใครจะทำได้

ตอกย้ำอีกดอกเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ผ่านข่าวหน้าหนึ่งโพสต์ทูเดย์ ด้วยการยอมรับว่าบรรดานโยบายหาเสียง เมื่อมานับนิ้วกดเครื่องคิดเลขต้องใช้งบประมาณมากโขต่อการปั้นฝันนโยบายให้เป็นจริง ทางออกตอนนี้ต้องไล่รื้องบประมาณที่ครม.มาร์คทำไว้เกือบทั้งหมด ทั้งงบผูกพันต้องรื้อทิ้งใหม่ โครงการประชานิยมยุคมาร์คอาจต้องพับเพื่อดูดเงินส่วนนั้นมาใช้กับนโยบายขายฝันของรัฐบาลชุดนี้

ล้วนเป็น สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มันจึงส่งผ่านทางสีหน้าท่านผู้นำคนใหม่หลังออกจากห้องประชุมเหมือนซ่อนความกังวลไว้มากทีเดียว

เอาหล่ะ! ถึงแม้จะแต่งเติมด้วยแป้งโบ๊ะหน้าราคาแพง เซ็ทซอยทรงผมให้เปรี้ยวจี๊ด หรือคัดสรรชุดแต่งกายให้ดูเป็นเวิอคกิ้งวูเม้นส์  ซึ่งสามารถหลอกล่อสื่อสารมวลชนทั้งประเภทสั่งได้และพร้อมอยากให้สั่งสร้างข่าวเชิงสีสันต์สนุกสนาน   แต่สีสันก็ไม่ใช่สาระหลักของประเทศ จึงไม่อาจนำมาเป็นตัวช่วยในการแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเผชิญสารพัดปัญหาได้

ระยะก่อนได้อำนาจต่างแข่งขันหาเสียงชิงชัยกันอย่างน่าตื่นเต้นแต่มาถึงระยะได้อำนาจและกำลังใช้อำนาจบริหารบ้านเมือง มันเริ่มระทึกใจกว่าเป็นไหนๆ 

การหาทางออกต่อการแก้ไขสถานการณ์ ณ ขณะนี้ ไม่ว่าจะด้วยคำพูด    “ตอนนี้ทำอะไรได้ไม่มากนักเพราะยังไม่ได้รับการแต่งตั้งนายกฯเป็นทางการ…”   “ห้วงเวลานี้เราต้องอดทนก่อนนะคะ”  “ถึงอย่างไรขอยืนยันจะไม่ทำให้พ่อแม่พี่น้องผิดหวังแน่นอนคะ”   ทุกถ้อยคำพูดที่เผยอริมฝีปากถ่ายทอดออกมาอย่างน่าเห็นใจ โดยเฉพาะแฟนคลับผู้มีจิตใจอ่อนไหวก็อยากจะสงสารว่าที่นายกฯหญิงคนแรกเสียเหลือเกิน

************************** 

ภาพที่สื่อสารต่อสาธารณะ ณ ขณะนี้    มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยว่า ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยกำลังทำงานเหมือนเป็นรัฐบาลเข้าไปครึ่งตัวแล้ว  ผ่านการจับจ้องจากสื่อมวลชนให้น้ำหนักตรวจสอบนโยบายที่เคยประกาศหาเสียงเอาไว้  อีกทั้งมุมมองความเห็นจากภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาชน ที่ดาหน้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายชนิดรายวัน  จะทำได้สัมฤทธิผลหรือเป็นแค่ดีแต่สวย 

หรือแม้แต่ทิศทางสร้างความปรองดองของคนในชาติ ภายใต้การนำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยที่เทคะแนนสนับสนุนและหยามเหยียด  ใคร่อยากรู้เหลือเกินจะคงลีลาส่งสายตาสุดเซ็กซี่ให้หลงไหลไปกับคำพูดมาแก้ไขไม่แก้แค้น หรือจะหยิกแก้มตัวเองก่อนเรียกสติ บี้ไล่ถามต้องตอบมาให้ชัดมีจุดยืนอย่างไรกันแน่   ล้วนเป็นภาวะว่าที่นายกฯฉุยฉายรวมถึงบรรดาองครักษ์พิทักษ์นาง ต้องเปิดประตูหัวใจ พร้อมยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นว่าการตรวจสอบเริ่มขึ้นเร็วกว่ากำหนด

การที่ต้องเผชิญคำถามสื่อมวลชนระยะหลังมานี้เริ่มดุเดือดเข้มข้นขึ้นทุกขณะ   ครั้นจะกลับไปยึดรูปแบบตอบตามสคริ๊ป อธิบายหนึ่งสองสามสี่ให้สังคมเข้าใจอย่างนั้นอย่างนี้ ดูจะออกรสชาดฝืดๆยังไงชอบกล  ไม่แปลกที่เริ่มเห็นเทคนิคบ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชนในยามถูกต้อนใกล้จนมุมแบบในใจคงบอกตัวเองว่าดิฉันไปไม่ถูกแล้วค่ะ เริ่มให้เห็นกันบ้างแล้ว        

เพราะความไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมือง  ต้องยืนอยู่ท่ามกลางการจับจ้องตรวจสอบจากสังคมนักการเมืองด้วยกันเอง  สื่อมวลชน  ภาคประชาชน และ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ด้วยแล้วมันจึงไม่ง่ายเหมือนเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนที่มุ่งสร้างผลกำไรให้กับองค์กรอย่างแน่นอน

เหนื่อยครับ…น้องปูจ๋าของพี่ชายทักษิณ ยิ่งใกล้เขยิบบั้นท้ายเข้าไปนั่งเก้าอี้ไทยคู่ฟ้ามากเท่าไหร่  สายตรงจากซอยโยธินพัฒนา3ถึงนครดูไบก็ถี่มากขึ้นเท่านั้น

ในเมื่อตัวจริงไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่เซ็นใบมอบอำนาจให้คุณน้องโคลนนิ่งต้องสัมผัสของจริง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารประเทศตามนโยบายที่ให้สัญญาประชาชนกันเอาไว้แล้ว  ยังต้องจัดวางตำแหน่งสมนาคุณ  ท่านเสือ สิงห์ กระทิง แรด ภายในพรรค ให้มีความลงตัวที่สุด แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการจัดสรรตำแหน่งย่อมมีทั้งผู้เริงร่าและเสียใจเก็บมีดซ่อนหลังรอวันทิ่มแทงถ้ามีโอกาส

ขณะเดียวกันยังจะต้องทำตัวให้เป็นประหนึ่งนางงามมิตรภาพ กระชับสัมพันธ์บรรดากองกำลังมวลชนที่อุตส่าห์หนุนนำขึ้นเป็นใหญ่ แต่วันเวลาพลิกเปลี่ยนนับวันเริ่มมองหน้ามองตากันในลักษณะไม่ไว้วางใจ กันซะแล้ว

บอกแล้ว ยังไม่ทันบริหารประเทศเจอขนาดนี้ ถึงวันครองอำนาจเต็มตัวจะหนักหนาขนาดไหน  ถามว่าจะทำยังไงกันดี  มองซ้ายมองขวาดูว้าเหว่เสียจริง  ก็เหลือแต่ต่อสายปรับทุกข์กันไปว่า  “พี่จ๋าช่วยปูด้วย”